กลุ่มฮิซบุลลอฮ์พร้อมเจรจาปลดอาวุธ หากอิสราเอลถอนทหารออกจากเลบานอน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 9 เม.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของ จนท.ระดับสูงของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ว่า กลุ่มฮิซบุลลอฮ์พร้อมเปิดการเจรจากับประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ของเลบานอน เกี่ยวกับการจัดการอาวุธ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ หากอิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารและถอนกำลังทั้งหมดออกจากฐานที่มั่นทางทหาร 5 แห่ง ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ท่าทีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีอูน เมื่อ 7 เม.ย.68 ที่ให้คำมั่นว่า รัฐบาลจะปฏิรูปประเทศและดำเนินการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ผ่านการเจรจา อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยังไม่แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อการปลดอาวุธหรือส่งมอบอาวุธให้แก่กองทัพเลบานอน

บังกลาเทศสกัดเรือบรรทุกชาวโรฮีนจากลางอ่าวเบงกอลไปมาเลเซีย

เว็บไซต์ นสพ.Daily Sun ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 8 เม.ย.68 อ้างแถลงการณ์ของสำนักงานประชาสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ (Inter-Services Public Relations-ISPR) ว่า เรือรบของกองทัพเรือบังกลาเทศได้สกัดเรือประมงชื่อ FV Kulsuma ระหว่างลาดตระเวนในอ่าวเบงกอล ห่างจากเกาะ Saint Martin ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 44 ไมล์ทะเล (ประมาณ 81.5 กม.) และควบคุมตัวชาวโรฮีนจาจำนวน 214 คน ประกอบด้วย ชาย 118 คน หญิง 68 คน และเด็ก 28 คน ทั้งหมดถูกส่งตัวไปยังสถานีของหน่วยรักษาชายฝั่งบังกลาเทศ บนเกาะ Saint Martin เพื่อดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย ผลการสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า เรือดังกล่าวเดินทางออกจากเขต Shaplapu ในเมือง Cox’s Bazar ไปยังมาเลเซียโดยผิดกฎหมายผ่านอ่าวเบงกอล

สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนร้อยละ 104

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ  8 เมษายน 2568 ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้ที่จีนจะใช้มาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 34 ทำให้ปัจจุบัน สินค้าจีนที่จะนำเข้าไปยังสหรัฐฯ ต้องเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสูงสุดถึงร้อยละ 104 มาตรการนี้จะเริ่มต้นทันทีใน 9 เมษายน 2568 ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่พอใจการตัดสินใจของจีน ที่ไม่เข้าไปเจรจาทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ตามแผน และไม่ยอมยกเลิกการขึ้นภาษีต่อสินค้าสหรัฐฯ ด้านจีนระบุว่าคัดค้านการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ และวิจารณ์ว่าเป็นการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด เหตุการณ์ตอบโต้ด้วยอัตราภาษีนำเข้านี้ทำให้ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผันผวนและตกต่ำ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะเดินหน้าการขึ้นภาษีต่อจีน เพราะไม่พอใจท่าทีของจีนอย่างมาก ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าสำคัญใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 439,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567

ทบ.มาเลเซียสนับสนุนโดรนสำหรับภารกิจลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย

พลเอก ดาโต๊ะ Muhammad Hafizuddeain Jantan ผบ.ทบ.มาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 7 เม.ย.68 ว่า ทบ.มาเลเซียจะสนับสนุนอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สำหรับภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-มาเลเซียต่อไป เน้นพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงเพื่อสกัดกั้นขบวนการขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดน โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่รัฐอุดหนุนราคา ภาพรวมการรักษาความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซียอยู่ในระดับควบคุมได้ กลุ่มขบวนการฯ หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการลาดตระเวน และการก่อเหตุระเบิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยยังไม่รุกล้ำเข้ามาในฝั่งมาเลเซีย โดย ทบ.มาเลเซียวางกำลังพล 318 นาย ประจำจุดทั้งหมด 11 จุดตามแนวแม่น้ำโก-ลก

จีนประกาศตอบโต้อย่างเต็มรูปแบบ หากสหรัฐฯ เดินหน้าขึ้นภาษีสินค้านำเข้า

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 8 เม.ย. 68 ว่า พณ.จีน ประกาศจะใช้มาตรการตอบโต้โดยเด็ดขาดหากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติมอีกร้อยละ 50 และว่า การดำเนินมาตรการภาษีตอบโต้ศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อจีนเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล และเป็นการกลั่นแกล้งแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งมาตรการโต้กลับที่จีนใช้เป็นการกระทำที่ชอบธรรมเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนา ตลอดจนรักษาระเบียบการค้าระหว่างประเทศ โดยจีนจะต่อสู้จนถึงที่สุดหากสหรัฐฯ ยังพยายามไปในเส้นทางที่ผิด

รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดวันเลือกตั้งประธานาธิบดีใน 3 มิ.ย.68

นสพ.โคเรียเฮรัลด์ของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 8 เม.ย.68 ว่า นายฮัน ด็อก-ซู นรม. และรักษาการประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พร้อมทั้งที่ประชุม ครม.เห็นชอบกำหนดวันเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ครั้งที่ 21 ใน 3 มิ.ย.68 และให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากต้องจัดการเลือกตั้งฯ ภายใน 60 วัน หลังจากประธานาธิบดียุน ซ็อก ย็อล ของเกาหลีใต้ ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งเมื่อ 4 เม.ย.68 ด้าน กกต.ประกาศวันเลือกตั้งและห้วงเวลาดำเนินการ โดยให้ผู้มีสิทธิรับเลือกตั้งยื่นใบสมัครระหว่าง 10-11 พ.ค.68 และรณรงค์หาเสียงระหว่าง 12 พ.ค.-2 มิ.ย.68 ส่วนผู้ที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีจะเข้ารับตำแหน่งใน 4 มิ.ย.68 หลังประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

ผู้นำญี่ปุ่น-สหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์เกี่ยวกับมาตรการขึ้นภาษีตอบโต้

นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับ นายโดนัลด์ทรัมป์ เมื่อ 7 เม.ย.68 ประมาณ 25 นาที โดย นรม.ญี่ปุ่น ได้ยืนยันกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์โดยรวมระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ และร่วมมือกันเพื่อให้ภูมิภาคบรรลุอินโด–แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างต่อไป ในด้านเศรษฐกิจ นรม.ญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ เป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน และได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นมีศักยภาพในการลงทุนลดลง โอกาสนี้ นรม.ญี่ปุ่นเรียกร้องให้สหรัฐฯ พิจารณามาตรการภาษีดังกล่าวอีกครั้ง โดยผู้นำทั้งสองประเทศยืนยันว่าจะยังคงมีการหารืออย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ต่อไป

รัสเซีย จีน และอิหร่าน จะหารือประเด็นนิวเคลียร์ ที่กรุงมอสโก

สนข. Tass รายงานอ้างถ้อยแถลงของโฆษก กต.รัสเซีย เมื่อ 7 เม.ย.68 ว่า ผู้เชี่ยวชาญรัสเซีย จีน และอิหร่าน จะหารือประเด็นนิวเคลียร์ใน 8 เม.ย.68 ที่กรุงมอสโก  ก่อนหน้านี้ เมื่อ 14 มี.ค.68 รมช.กต.รัสเซีย จีน และอิหร่าน ได้หารือประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ที่กรุงปักกิ่ง และเห็นพ้องจะให้ความสำคัญในการเจรจาหาทางออกที่เป็นไปได้และยั่งยืน เพื่อคลายข้อห่วงกังวลของชาติตะวันตกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่จะคงการเคารพในสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่านที่จะใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภายใต้พันธกรณีของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Non-Proliferation of Nuclear Weapons Treaty)

ผู้นำมาเลเซียเรียกร้องชาติอาเซียนร่วมกันในการรับมือกับการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

สนข.Awani International รายงานเมื่อ 7 เม.ย.68 ว่า นรม.อันวาร์ อิบราฮิม เสนอให้มาเลเซียและประเทศสมาชิกอาเซียนต้องร่วมมือกันและจัดทำแนวทางหารือกับสหรัฐฯ กรณีประกาศขึ้นภาษีนำเข้า  เฉพาะอย่างยิ่งประเทศในอาเซียน ซึ่งถูกกำแพงภาษีสูงสุดถึงร้อยละ 49 เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีทางออกสำหรับทุกฝ่าย นโยบายดังกล่าวของสหรัฐฯ เป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง เนื่องจากเคยเป็นประเทศที่สนับสนุนการค้าเสรี  แต่ปัจจุบันกลับใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป ทั้งนี้ เมื่อ 4 เม.ย.68 นรม.อันวาร์ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไนดารุสซาลาม และสิงคโปร์ เพื่อหารือถึงปัญหาดังกล่าว และในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่จัดขึ้นใน 10 เม.ย.68 จะมีการหยิบยกเรื่องนี้เพื่อพิจารณาร่วมกัน และหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศสมาชิกทั้งหมด

ประเทศสมาชิกอาเซียนจะหารือร่วมกันลดผลกระทบการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

มาเลเซียแสดงบทบาทในฐานะประธานอาเซียนในปี 2568 ด้วยการเร่งหารือกับประเทศสมาชิก เพื่อหาทางออกร่วมกันในการลดผลกระทบจากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศ Liberation Day เมื่อ 2 เมษายน 2568 ให้กับชาวอเมริกัน ด้วยการขึ้นภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) สินค้านำเข้าประเทศคู่ค้า 185 ประเทศ ที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนมีประเทศที่ถูกเก็บภาษีสูงที่สุดที่สหรัฐฯ กำหนด คือกัมพูชาที่ร้อยละ  49 และต่ำสุดคือสิงคโปร์ที่ร้อยละ 10 นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนยังส่งสินค้าออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เป็นหลักเลยทีเดียว มาเลเซียโดยดาโตะ เชอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีได้โพสต์เฟซบุ๊คเมื่อ 5 เมษายน 2568 ว่า ได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำ สมาชิกอีก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นให้ได้ข้อมติร่วมกันในหลักการไปเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งรวมทั้งใช้กรอบ ASEAN-US Dialogue ซึ่งอาเซียนก็พร้อมจะเปิดกว้าง และยืดหยุ่นในเรื่องห่วงโซ่การผลิต และเมื่อ 7 เมษายน 2568…