ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงด้านการค้าและแร่หายาก

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับและประชุมกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในโอกาสเดินทางเยือนญี่ปุ่น เมื่อ 28 ต.ค.68 ที่กรุงโตเกียว และได้ลงนามเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ข้อตกลงการมุ่งสู่ยุคทองใหม่แห่งความเป็นพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตามข้อตกลงเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนที่ตกลงก่อนหน้านี้  และ 2) กรอบความร่วมมือด้านการจัดหาแร่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก (Critical Minerals) และแร่หายาก (Rare Earths)  โดยอาศัยเครื่องมือทางนโยบาย เช่น กลไกสนับสนุนทางการเงิน มาตรการทางการค้า และการสำรองแร่   ทั้งนี้ นรม.ญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าจะสร้างยุคทองใหม่แห่งพันธมิตรญี่ปุ่น–สหรัฐฯ ร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ  และความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองฝ่ายในขณะนี้เป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

จีนกับการเป็นผู้นำโลกด้านพลังงานสะอาด : แซงหน้าสหรัฐฯ

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้พลังงาน (energy transition) จากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด เป็นเป้าหมายสำคัญที่องค์กรระหว่างประเทศและนานาชาติให้ความสำคัญอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะทั่วโลกตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

อินเดียและจีนกลับมาเปิดบริการเที่ยวบินตรงอีกครั้งภายหลังระงับนาน 5 ปี

  อินเดียและจีนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงอีกครั้ง เมื่อ 27 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ภายหลังระงับมายาวนาน 5 ปี จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 และความตึงเครียดตามแนวชายแดนระหว่างกัน โดยเที่ยวบินแรกที่กลับมาเปิดให้บริการ คือ สายการบิน IndiGo ของอินเดีย เที่ยวบินที่ 6E1703 เที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางเมืองโกลกัตตา (Kolkata) ถึงเมือง กวางโจว (Guangzhou) มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน โดยมีผู้โดยสาร 176 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ IndiGo เปิดเผยว่า เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกมีผู้โดยสารเต็มความจุ แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งสำหรับเส้นทางที่เพิ่งกลับมาเปิดใหม่นี้ รวมถึงเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าสองประเทศที่กำลังฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างระมัดระวัง หลังจากความสัมพันธ์ทางการทูตเริ่มผ่อนคลายลง สาเหตุที่เที่ยวบินตรงระหว่างอินเดียและจีนถูกระงับเป็นเวลาถึง 5 ปี มีสองประการหลัก คือ 1) การระบาดของโรค COVID-19 โดยเที่ยวบินตรงระหว่างทั้งสองประเทศถูกระงับเป็นครั้งแรกในช่วงต้นปี 2563 เพื่อเป็นมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว และ 2) ความตึงเครียดตามแนวชายแดน ที่แม้สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงในหลายพื้นที่แต่การระงับเที่ยวบินก็ยังคงดำเนินต่อไปเนื่องจาก ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ตึงเครียดระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างที่ หุบเขากัลวาน…

มุมมองนานาชาติต่อการประชุมสุดยอดอาเซียน 2025

  มาเลเซียประสบความสำเร็จในการเป็นประธานจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ประจำปี 2568 ระหว่าง 26-28 ตุลาคม 2568 และเตรียมส่งต่อให้ฟิลิปปินส์เป็นประธานสานต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์ในกรอบอาเซียนต่อไปในปี 2569  การแสดงบทบาทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการประชุมกับประเทศสมาชิกอาเซียนในปี 2568 ได้รับความสนใจจากต่างประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากประธานิบดีทรัมป์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนเป็นครั้งแรกหลังจากรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 และกำลังอยู่ระหว่างความขัดแย้งทางการค้ากับจีน การประชุมครั้งนี้ยังมีขึ้นในห้วงที่สมาชิกอาเซียนเผชิญเหตุการณ์ความท้าทายด้านความมั่นคงหลายประการ ทั้งที่เป็นประเด็นต่อเนื่องจากปีอื่น ๆ และประเด็นใหม่ ได้แก่ ความรุนแรงทางการเมืองในเมียนมา ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ และสถานการณ์ปะทะทางทหารบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทั้ง 3 ประเด็นที่เรื่องที่ทั่วโลกติดตามให้ความสนใจเพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคง และเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุมมองของสื่อต่างประเทศต่ออาเซียนในปี 2568 ส่วนใหญ่เห็นว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนยังคงเป็นเวทีหารือระหว่างผู้นำต่างชาติที่มีผลประโยชน์แห่งชาติต่างกัน แต่สามารถไปพบกันเพื่อแสดงจุดยืนเกี่ยวกับนโยบายและมุมมองต่อการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคต่อไป นอกจากนี้ การประชุมสุดยอดอาเซียนยังเป็นโอกาสให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ หารือกันแบบทวิภาคี และเจรจาต่อรองเรื่องสำคัญได้ สำหรับ “ผลลัพธ์” ที่เป็นความสำเร็จของอาเซียนในมุมมองของต่างประเทศปีนี้ มีอย่างน้อย 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1) การรับติมอร์-เลสเตเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการ เท่ากับเปิดโอกาสความร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจมากขึ้น 2) การลงนามในถ้อยแถลงร่วมระหว่างไทย-กัมพูชาเพื่อกำหนดแนวทางจัดการความขัดแย้ง หรือ Kuala Lumpur…

การประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 20

มาเลเซียเป็นประธานจัดการประชุมพหุภาคีในกรอบการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก หรือ East Asia Summit (EAS) ครั้งที่ 20 เมื่อ 27 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นโอกาสในห้วงเดียวกันกับที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 และประเทศคู่เจรจา ทำให้การประชุม EAS มีผู้นำต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก รวมทั้งผู้แทนระดับสูงจากบราซิล ในฐานะประธานกลุ่ม BRICS และผู้นำแอฟริกาใต้ ในฐานะประธานกลุ่มความร่วมมือ G20 ด้วย การประชุม EAS ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวของระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้รับมือกับภัยคุกคามได้ ตลอดจนยืนยันเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจและการเติบโตแบบยั่งยืน ผลการประชุมที่สำคัญ คือ ผู้นำประเทศสมาชิก EAS จำนวน 19 ประเทศ ได้แก่ สมาชิกอาเซียน 11 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐฯ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และรัสเซีย เห็นพ้องว่าจะใช้กรอบความร่วมมือ EAS เป็นกลไกหารือระดับผู้นำเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเมือง และยุทธศาสตร์ระหว่างกันต่อไป โดยยึดหลักผลประโยชน์ร่วม ตลอดจนแก้ไขปัญหาท้าทายร่วมกัน…

เลขาธิการ UN ยินดีกับการลงนามคำแถลงร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN แถลงเมื่อ 26 ต.ค.68 ยินดีต่อการลงนามคำแถลงร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย (the Joint Declaration between Cambodia and Thailand) ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ ก.ค.68 อีกทั้งยินดีกับความพยายามเพื่อบรรเทาทุกข์ของพลเรือน และความร่วมมือในการกำจัดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม รวมทั้งหวังว่าคำแถลงร่วมฉบับนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน นอกจากนี้ เลขาธิการ UN ยังชื่นชมบทบาทสำคัญของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน และสหรัฐฯ ที่อำนวยความสะดวกในกระบวนการจัดทำคำแถลงร่วม โดย UN ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนความพยายามทุกด้านที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาค

นานาชาติร่วมแสดงความอาลัยพระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

องค์กรระหว่างประเทศและรัฐบาลต่างชาติ ร่วมแสดงความอาลัยพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อ 25 ตุลาคม 2568 ขณะที่สื่อมวลชนต่างประเทศติดตามรายงานกำหนดการพระราชพิธี  โดยองค์กรสหประชาชาติ (UN) แสดงความอาลัยด้วยการเผยแพร่ข้อความจากนาง Michaela Friberg-Storey ผู้แทนของสหประชาชาติประจำไทย แสดงความอาลัยถวายแต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมแถลงการณ์ยกย่องพระราชกรณียกิจของพระองค์ โดยเฉพาะด้านการเสริมสร้างสวัสดิการสังคม ช่วยเหลือประชาชนในชนทบท อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และเชื่อว่าพระราชกรณียกิจของพระองค์จะยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวไทยรุ่นใหม่ต่อไป สถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่ประจำการในไทย ต่างเผยแพร่ข้อความแสดงความอาลัยและยกย่องพระราชกรณียกิจ นอกจากนี้ ผู้นำต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทย เช่น สมาชิกอาเซียน ภูฏาน จีน อินเดียสหรัฐฯ และฝรั่งเศส มีถ้อยแถลงร่วมถวายความอาลัย และกล่าวถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สื่อต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวตามข้อเท็จจริง พระราชกรณียกิจที่โดดเด่นโดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์ศิลปะและผ้าไทย บทบาทในการส่งเสริมพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นอกจากนี้ สื่อต่างประเทศนำเสนอประเด็นการเตรียมความพร้อมพระราชพิธี เฉพาะอย่างยิ่งสื่อญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร รายงานประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเผยแพร่บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับความรู้สึกของประชาชนไทยที่ไปร่วมพระราชพิธีเมื่อ 26 ตุลาคม 2568 การแสดงความอาลัยด้วยการสวมชุดขาว-ดำ การปรับรูปแบบกิจกรรมที่มีบรรยากาศรื่นเริงเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การดำเนินพระราชพิธี โดยยังคงให้ความสำคัญกับกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการที่ประชาชนไทยจะรำลึกถึงพระองค์เนื่องจากมีโครงการในพระราชดำริที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก เช่น โครงการช่วยเหลือและพัฒนาอาชีพประชาชนในพื้นที่ชนบท…

สมาพันธ์ผู้สื่อข่าวนานาชาติเรียกร้องให้ปฏิเสธการจัดเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา

สมาพันธ์ผู้สื่อข่าวนานาชาติ (International Federation of Journalists-IFJ) ร่วมกับสหภาพแรงงาน องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรสิทธิมนุษยชนกว่า 300 แห่งทั่วโลก ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ต.ค.68 เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ปฏิเสธการเลือกตั้งที่รัฐบาลเมียนมาจะจัดขึ้นในห้วง ธ.ค.68-ม.ค.69 โดยระบุว่าเป็นความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลที่ยังคงใช้ความรุนแรง กดขี่และละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งการเลือกตั้งที่แท้จริงไม่อาจเกิดขึ้นท่ามกลางการปราบปราม การสั่งห้ามพรรคการเมือง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมเตือนว่าหากอาเซียนไม่แสดงจุดยืนปฏิเสธการเลือกตั้งดังกล่าวอาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับรัฐบาลเมียนมา และเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเมียนมา ทั้งนี้ สหภาพยุโรปประกาศไม่ส่งผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง ขณะที่องค์กรติดตามการเลือกตั้งระหว่างประเทศ อาทิ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อประชาธิปไตยและความช่วยเหลือการเลือกตั้ง (IDEA) และเครือข่ายเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) ไม่สนับสนุนการเลือกตั้งดังกล่าว

ประธานาธิบดีฟิลปปินส์ หารือผู้นำไทย กัมพูชา แคนาดา ญี่ปุ่น และ EU นอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้พบนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 กับผู้นำของกัมพูชา ไทย แคนาดา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (EU) เมื่อ 26 ต.ค.68  ซึ่งต่างแสดงท่าทีสนับสนุนต่อการที่ฟิลิปปินส์จะเป็นประธานอาเซียนในปี 2569 โดยระหว่างการพบหารือกับ นรม.ฮุน มาเนต ของกัมพูชา  ได้แสดงความยินดีกับความคืบหน้าในการแก้ไขข้อขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมทั้งสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาอย่างสันติ ขณะที่การพบหารือกับ นรม.อนุทิน ชาญวีรกูล  ทั้งสองฝ่ายได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร ท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน รวมทั้งแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวไทย กรณีการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนการพบกับ นรม.มาร์ค คาร์นีย์ ของแคนาดา มีการขยายความร่วมมือด้านพลังงาน การค้าและการลงทุน และได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้ากับ EU  ระหว่างการพบหารือกับ นาย Antonio Costa ประธานคณะมนตรียุโรป ประธานาธิบดีมาร์กอสจูเนียร์ยังได้หารือทวิภาคีเป็นครั้งแรกกับ นรม.ทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.คนใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีการเน้นย้ำความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะการบังคับใช้ข้อตกลงต่างตอบแทนทางทหาร   ระหว่างกัน รวมถึงความร่วมมือไตรภาคีฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น

กัมพูชาเรียกร้องความช่วยเหลือทำความสะอาดสารเคมีที่อ้างว่าไทยใช้ในการสู้รบ

Khmers Times รายงานกรณีหน่วยงานห้ามอาวุธเคมี นิวเคลียร์ ชีวภาพ และรังสีของกัมพูชา (NACW) เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนเงินทุนในการทำลายสารอันตรายจากการปะทะชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยอ้างว่าไทยยอมรับว่ามีการใช้สารเคมี รวมถึงกระสุนฟอสฟอรัสขาวในระหว่างการสู้รบ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างร้ายแรงจากหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อม  พล.อ. Phorn Nara เลขาธิการ NACW ระบุว่า ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปเก็บตัวอย่างจากพื้นที่ต้องสงสัยว่ามีการปนเปื้อนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีสารเคมีมากกว่า 70 ชนิด ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในระยะกลางและระยะยาวต่อผู้คน สัตว์ และระบบนิเวศ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและงบประมาณในการจัดการ โดยเรียกร้องให้พันธมิตรด้านการพัฒนาพิจารณานำเรื่องการทำความสะอาดสารเคมีและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ในโครงการด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูที่มีอยู่