บริษัทจีนลงทุนพัฒนาท่าเรือในคูเวต เชื่อมโยงในกรอบ BRI

จีนยังคงแสดงบทบาทมหาอำนาจของโลกที่จะเข้าไปลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและเป็นจุดยุทธศาสตร์ในประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ตามข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative หรือ BRI ล่าสุดเมื่อ 24 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า บริษัท  China Communications Construction Company Limited (CCCC) ของจีนลงนามในความร่วมมือกับรัฐบาลคูเวต เพื่อพัฒนาและสร้างท่าเรือ Mubarak Al-Kabeer ในพื้นที่เกาะบูบิยัน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของคูเวต โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 3,970 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรัฐบาลคูเวตระบุว่าบริษัท CCCC ของจีนจะมีบทบาทด้านการก่อสร้าง และวิศวกรรมในการพัฒนาท่าเรือ Mubarak Al-Kabeer ในระยะแรก โดยรัฐบาลคูเวตตั้งเป้าหมายให้ท่าเรือดังกล่าวเป็นท่าเรือพาณิชย์ที่สำคัญของภูมิภาค รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจของคูเวต ขณะที่จีนจะใช้ประโยชน์จากท่าเรือดังกล่าวเพื่อเชื่อมโยงการค้าและการเดินเรือ ความร่วมมือระหว่างจีนกับคูเวตใกล้ชิดกันมากขึ้นตามความร่วมมือที่ลงนามระหว่างกันเมื่อปี 2566 ปัจจุบัน การก่อสร้างท่าเรือ Mubarak Al-Kabeer ในระยะแรกสำเร็จแล้วประมาณร้อยละ 50 และจากนี้ไปจะมีบริษัทจีนเข้าร่วมการลงทุนและกระบวนการก่อสร้าง ซึ่งนอกจากท่าเรือ Mubarak Al-Kabeer คูเวตกับจีนยังมีแนวโน้มจะร่วมมือกันในการพัฒนาและก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ระดับ Mega…

เมียนมาเผชิญเหตุรุนแรงมากขึ้นก่อนการเลือกตั้งทั่วไป

สถานการณ์ความมั่นคงและความปลอดภัยในเมียนมาได้รับความสนใจจากนานาชาติ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งทั่วไปใน 28 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปี 2564  ปัจจุบัน นานาชาติห่วงกังวลเหตุรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีแนวโน้มตึงเครียดขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการเลือกตั้งและความน่าเชื่อถือ โดยเมื่อ 24 ธันวาคม 2568 นาย Volker Türk ผู้อำนวยการ UN Human Rights เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมายุติการใช้มาตรการรุนแรงต่อประชาชนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง รวมทั้งระงับการควบคุมตัวประชาชนที่แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ท่าทีของผู้อำนวยการ UN Human Rights มีขึ้นหลังจากมีรายงานว่า รัฐบาลและกองทัพเมียนมาควบคุมตัวชาวเมียนมาจำนวนมากที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์และวิจารณ์การเลือกตั้งในเชิงลบ โดยรัฐบาลเมียนมาระบุว่าประชาชนกลุ่มดังกล่าวทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดโทษผู้กระทำความผิดไว้ค่อนข้างรุนแรง เช่น ผู้ที่เผยแพร่ภาพหรือใบปลิววิจารณ์การเลือกตั้ง อาจต้องโทษจำคุกนานถึง 49 ปี นอกจากนี้ สื่อต่างประเทศรายงานว่า ชาวเมียนมาบางส่วนเผชิญการข่มขู่คุกคาม หากไม่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ขณะที่ชาวเมียนมาในชนทบทได้รับข้อมูลขากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลว่าไม่ให้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ล้มเหลว ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมของพรรคการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมา กรณีที่รัฐบาลและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลข่มขู่ประชาชนในห้วงก่อนการเลือกตั้ง ทำให้บรรยากาศความมั่นคงไปมีเสถียรภาพและไม่ปลอดภัย เสี่ยงกระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อพัฒนาการทางการเมืองในเมียนมา และอาจทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ได้รับการยอมรับว่าเสรีและยุติธรรม อย่างไรก็ตาม คาดว่ารัฐบาลเมียนมาและกองทัพจะเดินหน้าผลักดันให้มีการเลือกตั้งต่อไปตามกำหนดการ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับนานาชาติให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of…

เหตุระเบิดที่กรุงมอสโกส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต

สนข.TASS รายงานเมื่อ 24 ธ.ค.68 ว่า เกิดเหตุระเบิดที่ถนน Yeletskaya  ทางตอนใต้ของกรุงมอสโก ช่วงเช้ามืดของ 24 ธ.ค.68 ส่งผลให้ จนท.ตร.จราจรรัสเซีย 2 นาย และผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดดังกล่าว 1 ราย เสียชีวิต  ผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นขณะที่ จนท.ตร.จราจรทั้ง 2 นายลาดตระเวนตรวจตราความเรียบร้อย และพบผู้ต้องสงสัยอยู่ใกล้กับรถตำรวจของตน จึงพยายามเข้าควบคุมตัว ปัจจุบัน ยังไม่ทราบเป้าหมายและแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ อีกทั้งยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดดังกล่าว อย่างไรก็ดี เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานที่เกิดเหตุลอบสังหาร พล.ท. Fanil Sarvarov ผอ.สำนักงานการฝึกซ้อมระดับยุทธการของกองทัพรัสเซีย เมื่อ 22 ธ.ค.68 โดยทางการรัสเซียเชื่อว่าหน่วยข่าวกรองยูเครนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบสังหารดังกล่าว

การเลือกตั้งในเมียนมาได้รับความสนใจจากไทย

สนข. NHK รายงานเมื่อ 21 ธ.ค.68 อ้างคำสัมภาษณ์ของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย เมื่อ 19 ธ.ค.68 ว่า ไทยมีแผนส่งผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมาที่กำหนดจัดขึ้นห้วง ธ.ค.68-ม.ค.69 ซึ่งกระบวนการเลือกตั้งในครั้งนี้อาจเป็นแนวทางนำไปสู่พัฒนาการทางการเมืองเชิงบวกและเปิดพื้นที่สำหรับกระบวนการสันติภาพในอนาคต อย่างไรก็ตาม ไทยย้ำว่าการส่งผู้สังเกตการณ์ดังกล่าวมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหรือรับรองความชอบธรรมของการเลือกตั้ง และไทยจะยังคงดำเนินปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาต่อไปตามแนวทางที่สร้างสรรค์ ขณะที่อาเซียนตัดสินใจไม่ส่งผู้สังเกตการณ์ เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจถูกตีความเป็นการรับรองการเลือกตั้งซึ่งยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุมในกระบวนการดังกล่าว

สหภาพยุโรปแสดงจุดยืนสนับสนุนเดนมาร์กและกรีนแลนด์

สนข.Politico และ สนข.Anadolu รายงานเมื่อ 22 ธ.ค.68 ว่าสหภาพยุโรป (EU) แสดงจุดยืนสนับสนุนเดนมาร์กและกรีนแลนด์อย่างชัดเจน ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แต่งตั้งนายเจฟฟ์ แลนดรี ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา ให้ดำรงตำแหน่งทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์ ซึ่งจุดชนวนความตึงเครียดทางการทูตอีกครั้งในประเด็นสถานะของดินแดนดังกล่าว นางคายา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของ EU และนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ย้ำว่ากรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์ก และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องเป็นการตัดสินใจของชาวกรีนแลนด์และเดนมาร์กเท่านั้น พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่เดนมาร์กแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อท่าทีของสหรัฐฯ และเตรียมเรียก ออท.สหรัฐฯ เข้าชี้แจง  

ไทยเตรียมออกมาตรการ จำกัดการซื้อขายทองคำออนไลน์

Reuters รายงานกรณี กค.อยู่ระหว่างพิจารณาจัดเก็บภาษีการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และศึกษามาตรการจำกัดปริมาณการซื้อขายทองคำของผู้ค้ารายใหญ่ ซึ่งเป็นความพยายามในการรับมือกับการแข็งค่าของเงินบาท ที่แข็งค่าขึ้นแล้วร้อยละ 10.3 ในปี 2568 อยู่ในระดับแข็งค่าสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี และเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของเอเชีย แต่การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินบาทได้บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งภาษีจากสหรัฐฯ หนี้ครัวเรือนระดับสูง ความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา และความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

ฟิลิปปินส์พร้อมเป็นผู้ไกล่เกลี่ย กัมพูชา-ไทย

กต.ฟิลิปปินส์แถลงเมื่อ 22 ธ.ค.68 หลังการประชุม รมว.กต.อาเซียนสมัยพิเศษ วาระสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ว่า ฟิลิปปินส์พร้อมเป็นผู้ประสานงานหรือผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างกัมพูชากับไทย หากทั้งสองฝ่ายประสงค์ที่จะใช้ประโยชน์จากบทบาทของประธานอาเซียนในวาระที่ฟิลิปปินส์จะขึ้นดำรงตำแหน่งใน ม.ค.69 นอกจากนี้ นาง Maria Theresa Lazaro รมว.กต.ฟิลิปปินส์   แถลงผ่านเอ็กซ์ในวันเดียวกันว่า ยินดีกับการเปิดกว้างและจริงใจของกัมพูชาและไทยในการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบ รวมถึงสนับสนุนข้อตกลงใด ๆ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนภายใต้การอำนวยความสะดวกของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ย้ำท่าทีต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชาว่าจะไม่แสดงจุดยืนเชิงเลือกฝ่ายเกี่ยวกับข้อพิพาทดังกล่าว แต่เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศรักษาช่องทางการสื่อสารและลดความตึงเครียดของสถานการณ์

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศแผนการต่อเรือประจัญบานรุ่นใหม่

สนข.รอยเตอร์ รายงานเมื่อ 23 ธ.ค.68 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศโครงการต่อเรือประจัญบานใหม่ เป็นเรือประจัญบานติดขีปนาวุธนำวิธี ชั้น Trump (Trump class Guided-Missile Battleship) ซึ่งลำแรกจะใช้ชื่อ USS Defiant (BBG – 1) และดำเนินการจัดจ้างต่อเรือระยะแรก 2 ลำโดยแผนจะเพิ่มจำนวนถึง 20 – 25 ลำ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแนวคิดริเริ่มเชิงยุทธศาสตร์ “The Golden Fleet” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางทะเลของสหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อาเซียนแถลงผลการประชุม รมว.กต.อาเซียน วาระไทย-กัมพูชา

แถลงการณ์ประธานอาเซียนต่อผลลัพธ์การประชุม รมว.กต.อาเซียนสมัยพิเศษ วาระสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 22 ธ.ค.68 ระบุว่า อาเซียนกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความตึงเครียดและการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และการพลัดถิ่นของทั้งสองฝ่าย โดยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุด ยุติการสู้รบ  ฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื้อใจ และกลับสู่การเจรจาผ่านกลไกทวิภาคี รวมถึงฟื้นฟูความร่วมมือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ดำเนินมาตรการลดความตึงเครียดผ่านกลไกคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) และยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและสันติ นอกจากนี้ ได้ยินดีต่อการหารือเรื่องการหยุดยิงและยุติการสู้รบ โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ใน 24 ธ.ค.68 และเห็นพ้องจะติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป