เยาวชนชาวดัตช์ถูกจับฐานพยายามสอดส่องและรวบรวมข้อมูลให้แก่รัสเซีย
ตำรวจเนเธอร์แลนด์ได้จับกุมเยาวชนชายชาวดัตช์จำนวน 2 ราย อายุ 17 ปี จากกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีเพื่อสอดส่องและรวบรวมข้อมูลให้แก่รัสเซีย เมื่อ 22 ก.ย.68
ตำรวจเนเธอร์แลนด์ได้จับกุมเยาวชนชายชาวดัตช์จำนวน 2 ราย อายุ 17 ปี จากกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีเพื่อสอดส่องและรวบรวมข้อมูลให้แก่รัสเซีย เมื่อ 22 ก.ย.68
จากสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน รวมถึงประเด็นร้อนๆในโลกโซเชียมีเดีย The Intelligence Podcast จะพาไปเรียนรู้วิธีเสพข่าวอย่างมีสติ ไม่ให้โดนปั่น ทั้งการตรวจสอบแหล่งข่าว รวมถึงเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณแยกแยะข่าวจริงกับข่าวปลอมได้ดีขึ้น เชิญมารับชมได้เลยครับ
นายอิวายะ ทาเกชิ รมว.กต.ญี่ปุ่น ซึ่งเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) ได้พบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย เมื่อ 26 ก.ย.68 ที่สหรัฐฯ นายอิวายะยินดีที่นายสีหศักดิ์ ดำรงตำแหน่ง รมว.กต.รวมทั้งเสียใจต่อเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางทหารกับกัมพูชา พร้อมกับคาดหวังให้ไทยและกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และมีการเจรจา และยืนยันว่าญี่ปุ่นจะยังคงส่งเสริมการลดความตึงเครียดของสถานการณ์ อีกทั้งจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน และการครบรอบ 140 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570 นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนไทยที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) และสนับสนุน OECD ในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ครั้งที่ 2 หลัง OECD ประสบความสำเร็จในการจัดประชุมครั้งแรกที่กรุงเทพฯ
นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงเมื่อ 26 ก.ย. 68 ภายหลังการหารือกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย ว่า UN ยินดีให้ความร่วมมือใกล้ชิดกับไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาที่ยั่งยืน และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงยังร่วมหารือในประเด็นสถานการณ์ระดับภูมิภาค และแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ASEAN กับ UN เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาร่วมกันในภูมิภาค
เกาหลีเหนือเปิดธุรกิจการบริการ ได้แก่ ร้านอาหารขนาดใหญ่ และบาร์เบียร์ โดย Korean Central News Agency (KCNA) สำนักข่าวทางการของเกาหลีเหนือรายงานในห้วง กันยาย 2568 ว่า เกาหลีเหนือเปิดให้บริการทั้งร้านอาหารขนาดใหญ่ และบาร์เบียร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งน่าจะเป็นจากรัสเซียและจีน เนื่องจากตั้งอยู่ที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังมีเป้าหมายให้เมืองที่อยู่ห่างไกลเกิดการพัฒนาตามมาด้วย ด้วยการจะเปิดร้านเบียร์ตามเมืองต่าง ๆ มากขึ้น ร้านอาหารขนาดใหญ่ที่เกาหลีเหนือเพิ่งเปิดในกันยายน 2568 ชื่อ “Chongjingwan” ในเมืองชองจิน จังหวัดฮัมกยองเหนือ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซีย รวมทั้งอยู่ติดกับเมืองฮุนซุน ของจีน และเมืองคาซาน ของรัสเซีย เมืองชองจินเคยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวต่างชาติ รวมทั้งเคยเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลจีนและรัสเซียอีกด้วย อาคารของร้านอาหารนี้ เป็นแบบเกาหลีดั้งเดิม มีห้องอาหาร และห้องจัดเลี้ยงที่กว้างขวาง อาหารมีความหลากหลาย ในรัสเซีย เกาหลีเหนือได้เปิดร้านอาหารแห่งใหม่ในเมืองหลวงมอสโก ในรอบ 16 ปี เมื่อต้นกันยายน 2568 ด้วยเช่นกัน ชื่อ Pyongyang Restaurant ขณะที่ร้านเก่าชื่อ Koryo…
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชากับญี่ปุ่นได้มีการพบหารือกันเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี 2568 ระหว่างนอกรอบการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อ 25 กันยายน 2568 โดยเมื่อพฤษภาคม 2568 พบกันในโอกาสที่นายฮุน มาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเยือนญี่ปุ่น และเมื่อกรกฎาคม 2568 พบกันที่การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่มาเลเซีย ซึ่งสะท้อนความใกล้ชิดและความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มมากขึ้นในหลาย ๆ ด้าน สำหรับในการพบกันครั้งที่ 3 นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นยังได้กล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาด้วย ในการพบหารือระหว่าง นายปร๊ะ สุคน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กับนายทาเคชิ อิวายะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นที่นครนิวยอร์ก ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันมากขึ้น ซึ่งจะทำให้กัมพูชาจะมีความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม และดิจิทัล เช่น ญี่ปุ่นจะเข้าไปส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมในกัมพูชา ในโครงการ Economic Co-Creation Package การพัฒนาท่าเรือสีหนุวิลล์ และการพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคมหลัก รวมถึง 5G เป็นต้น นายอิวายะได้แสดงความเสียใจต่อนายปร๊ะ สุคน กรณีเหยื่อชาวกัมพูชาเสียชีวิตจากการปะทะทางทหารกับไทย พร้อมหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และใช้การเจรจา ญี่ปุ่นจะยังพยายามสนับสนุนลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ ทั้งนี้…
สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาตึงเครียด เนื่องจากกัมพูชายั่วยุและละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำรถถังและยิงวิถีตรงเข้ามาในเขตชายแดน บริเวณตรงข้ามช่องตาเฒ่า ทางขึ้นเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และมีเสียงปืนที่คาดว่าเป็นการยิงยั่วยุในหลายจุดของพื้นที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ส่งผลให้ประชาชนตื่นตระหนกและหวาดกลัว บางส่วนเตรียมการอพยพด้วยตนเองโดยไม่รอคำสั่ง โรงเรียนต้องเร่งจัดสอบเผื่อเกิดกรณีการปะทะอย่างฉับพลัน ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีมวลชนไทยเดินทางมาให้กำลังใจทหารไทย ส่วนฝ่ายกัมพูชา แม้มีมวลชนลดลง แต่คาดว่าจะมีการเกณฑ์จากนอกพื้นที่เข้ามารวมตัวบริเวณแนวหน้า ซึ่งอาจนำไปสู่การยั่วยุ และปะทะระหว่างมวลชนไทยกับกัมพูชาได้อีกครั้ง
สถานการณ์น้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุรากาซายังคงส่งผลกระทบรุนแรงในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะ อ.สันป่าตอง อ.กัลยานิวัฒนา และ อ.แม่แจ่ม ที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำขานและแม่น้ำสาขาล้นตลิ่งและเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 700 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 3,000 คน อีกทั้งมีแนวโน้มน้ำท่วมสูงขึ้น เนื่องจากฝนยังตกชุกในพื้นที่ตลอดทั้งวัน ขณะที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 6,900 หลังคาเรือน แต่ภาพรวมระดับน้ำเริ่มลดลง ด้านจังหวัดในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.เสนา บางจุดมีระดับน้ำสูงถึง 3 เมตร ถึงหลังคาบ้าน แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ต้องการอพยพออกจากพื้นที่ เพราะเป็นห่วงบ้านและมีผู้สูงอายุ
ราคาข้าวตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณข้าวในตลาดโลกล้นสต็อก ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ พบว่าปี 2568 ข้าวจากประเทศผู้ผลิตได้ออกสู่ตลาดโลกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ข้าวไทยแข่งขันได้ยาก เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ประกอบกับฟิลิปปินส์ซึ่งเคยเป็นตลาดนำเข้าข้าวไทย เตรียมขยายเวลาห้ามนำเข้าข้าวตั้งแต่ ก.ย ต.ค. 68 เพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ ปัจจัยในประเทศที่ฉุดรั้งอุตสาหกรรมข้าวไทยคือ ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและท่วมในพื้นที่ซ้ำซาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือ ภาค ตอ.น. และภาคกลางในปี 2568 จะส่งผลให้พื้นที่ข้าวนาปีได้รับผลกระทบประมาณ 1.85 ล้านไร่ มีผลผลิตเสียหายประมาณ 4.8 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,210 ล้านบาท
ข้อมูลศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ระบุว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยในปี 2568 วิกฤต โดยครัวเรือนไทยมากถึงร้อยละ 95.1 มีหนี้สิน เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 740,596.94 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 22.1 สูงที่สุดในรอบ 4 ปี ขณะเดียวกันยังพบว่าครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ไม่มีเงินออมใช้ในยามฉุกเฉิน และร้อยละ 22.2 มีเงินไม่เพียงพอใช้จ่าย จึงต้องกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะการกดเงินสดจากบัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง สาเหตุที่เงินไม่พอใช้นั้นส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นเพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่รายได้ลดลง ประกอบกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยในปัจจุบันนิยมใช้สินค้าฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าแฟชั่นและความงามมากขึ้น ปัญหาหนี้นอกระบบยังน่ากังวล โดยสัดส่วนหนี้นอกระบบสูงถึงร้อยละ 35 เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 30.1 เนื่องจากการเข้าถึงสินเชื่อในระบบธนาคารที่ยากขึ้น