กัมพูชามุ่งแสดงออกว่าความสัมพันธ์กับจีนยังคงแนบแน่น

กัมพูชาพยายามแสดงออกว่าความสัมพันธ์กับจีนยังแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือน การพบหารือในเวทีระหว่างประเทศ การให้สัมภาษณ์ของผู้นำ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองประเทศ และล่าสุด สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ได้เขียนบทความเรื่อง “The prospects for Cambodia-China cooperation” ลง หนังสือพิมพ์ China Daily เมื่อ 22 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยาวนานระหว่างกัมพูชากับจีน บนพื้นฐานความไว้วางใจทางการเมือง และการเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงวิสัยทัศน์การเป็นประชาคมกัมพูชา-จีน ที่มีอนาคตร่วมกัน บทความกล่าวย้ำจุดยืนการสนับสนุนนโยบายจีนเดียว ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน ฮ่องกง ทิเบต และซินเจียง เป็นปัญหาภายในของจีน ส่วนจีนยืนยันสนับสนุนกัมพูชาดำเนินเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยทั้งสองฝ่ายรักษาความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นประโยชน์ร่วมกันในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การค้า-การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา พลังงาน การป้องกันประเทศและความมั่นคง รวมถึงสนับสนุนกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่จีนริเริ่ม ได้แก่ BRI ข้อริเริ่มด้านการพัฒนาระดับโลก (Global Development Initiative GDI)…

สถาบันคลังสมองของจีนโจมตีสหรัฐฯ ว่าเพิ่มความตึงเครียดในทะเลจีนใต้

สถาบันคลังสมองซินหัว (Xinhua Institute) ของจีนเผยแพร่รายงาน 2 ฉบับ เมื่อ 21 สิงหาคม 2568 ทั้งเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เพื่อยืนยันความชอบธรรมของจีนในการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ และปฏิเสธการแทรกแซงของมหาอำนาจนอกภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐฯ และพันธมิตร สาระสำคัญ ดังนี้ – รายงานฉบับที่ 1 “พื้นฐานทางประวัติศาสตร์และกฎหมายของอธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิ์ทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้” (Historical and Legal Basis of China’s Territorial Sovereignty and Maritime Rights in the South China Sea) ยืนยันอธิปไตยของจีนเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ว่า สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งอธิปไตยเหนือดินแดนผ่านการค้นพบและเข้าครอบครอง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสอดคล้องกับหลักกฎหมายปิดปาก  ขณะที่ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้จากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์  ซึ่งละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังโจมตีว่าฟิลิปปินส์ดำเนิน Gray Zone Strategy ผ่านการสนับสนุนจากประเทศนอกภูมิภาค ส่งผลให้ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ทวีความรุนแรงในระดับใกล้เคียงกับปฏิบัติการกึ่งทหาร – รายงานฉบับที่…

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง ส.ค.68

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง สิงหาคม 2568
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

ประธานประเทศลาวเตรียมเยือนจีนและเวียดนาม

ดร.ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศลาว เตรียมเดินทางเยือนจีนระหว่าง 31 ส.ค.- 1 ก.ย.68 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO summit) ครั้งที่ 25 ที่นครเทียนจิน จีน ตามคำเชิญของเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน  รวมทั้งจะเยือนเวียดนามตามคำเชิญของนายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เพื่อเข้าร่วมพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี วันชาติเวียดนาม ใน 2 ก.ย.68 จากนั้นจะเยือนจีนเข้าเพื่อเข้าร่วมพิธีรำลึกวันครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก และสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ระหว่าง 3-6 ก.ย.68

ประธานสภาแห่งชาติเวียดนามเตรียมต้อนรับผู้แทนระดับสูงจากจีน

นายเจิ่น แถ่งห์ มาน ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม เตรียมให้การต้อนรับนาย Zhao Leji ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งจะเยือนเวียดนามห้วง 31 ส.ค.-2 ก.ย.68 ระหว่างเยือนนาย Zhao Leji จะเป็นประธานร่วมการประชุมระหว่างสภาแห่งชาติทั้งสองประเทศ และเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติเวียดนามครบรอบ 80 ปี ใน 2 ก.ย.68

เม็กซิโกจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศ

สนข.บลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 28 ส.ค.68 ว่า เม็กซิโกจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ได้แก่ รถยนต์ สิ่งทอ พลาสติก ในปีงบประมาณ 2569 เพื่อปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศจากการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน และตอบสนองข้อเรียกร้องจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้เม็กซิโกเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเช่นเดียวกับสหรัฐฯ โดยรัฐสภาเม็กซิโกจะพิจารณาแผนดังกล่าวใน 8 ก.ย.68 ซึ่งพรรครัฐบาลของประธานาธิบดีคลอเดีย ชายน์บอมครองเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา ทำให้มีแนวโน้มว่าแผนดังกล่าวจะได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเม็กซิโก ทั้งนี้ เม็กซิโกและสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการจัดทำข้อตกลงด้านความมั่นคงเพื่อปราบปรามยาเสพติดและความรุนแรง

รัสเซียโจมตีเมืองหลวงยูเครนทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 คน

รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟ ของยูเครน ด้วยเครื่องบินรบ MiG-31 ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง และโดรนจำนวนกว่า 598 ลำ เมื่อ 28 ส.ค.68 มีผู้เสียชีวิต 23 คน และเด็ก 4 คน ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงว่า การโจมตีดังกล่าวละเมิดหลักมนุษยธรรมและดูหมิ่นความพยายามยุติสงครามของยุโรปและสหรัฐฯ รวมทั้งบ่งชี้ว่ารัสเซียไม่มีเจตนายุติสงคราม ขณะที่ประเทศต่าง ๆ มีปฏิกิริยาต่อการโจมตีครั้งนี้เช่นกัน อาทิ เยอรมนีที่ระบุว่า การเจรจาระดับผู้นำรัสเซียกับยูเครนเพื่อยุติความขัดแย้งไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะรัสเซียยังคงโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี โทรศัพท์ถึงประธานาธิบดีเซเลนสกี เมื่อ 28 ส.ค.68 หารือเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพและหลักประกันความมั่นคงปลอดภัยของยูเครน

สหรัฐฯ จะสนับสนุนข่าวกรอง ระบบบัญชาการและกำลังทางอากาศให้กับยูเครน

สนข. Financial Time รายงานเมื่อ 27 ส.ค.68 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาสนับสนุนข้อมูลข่าวกรอง  การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน การประสานงานเชิงระบบบัญชาการทางการทหาร และใช้กำลังทางอากาศในการปกป้องน่านฟ้าของยูเครน หลังจากสงครามรัสเซีย – ยูเครนยุติ ซึ่งจะใช้ในการปกป้องกองกำลังรักษาสันติภาพที่ประเทศในยุโรปอย่างสหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสจะเป็นผู้สนับสนุนหลัก แต่สหรัฐฯ จะไม่ส่งกองกำลังเข้าไปปฏิบัติการในยูเครน เพื่อไม่ให้สหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนของสหรัฐฯ จะเป็นการแสดงถึงหลักประกันที่มั่นคง และสามารถใช้ป้องปรามความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นอีก

ปัญหาน้ำ : วิกฤติทุกครั้งไม่ว่าจะน้ำมากหรือน้ำน้อย

ข่าวคราวเกี่ยวกับพายุสารพัดชื่อที่เป็นต้นเหตุของอุทกภัยใหญ่น้อยเป็นระยะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ในห้วงนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุทกภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายในหลายประเทศจากปรากฏการณ์ลานีญาหมุนวนมาทางโลกฝั่งตะวันออก นอกจากย้ำเตือนครั้งแล้วครั้งเล่าถึงภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำแล้ว ยังตอกย้ำการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับความต้องการในการอุปโภคบริโภค การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  ระบบสาธารณูปโภค และการเก็บสำรองสำหรับช่วงฤดูแล้ง ที่น้ำจะเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่ง จนพร้อมจะกลายเป็นอีกต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างมนุษยชาติ เพื่อแย่งชิงทรัพยากรดังกล่าว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่แต่ไหนแต่ไรเป็นที่ยอมรับว่ามีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งดิน น้ำ และป่าไม้ มาวันนี้ก็ต้องเผชิญปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ต่างจากภูมิภาคอื่น ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง ที่น่าสนใจคือ ประเทศที่ไม่มีแหล่งน้ำจืดและมีพื้นที่น้อยนิดเช่นสิงคโปร์ ดูจะเตรียมการรับมือนำหน้าไปกว่าใคร จนเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการน้ำในระดับโลก ด้วย 4 แนวทางคือ การนำเข้าน้ำจืด แต่ก็มีแผนจะลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยจะยุติการนำเข้าน้ำจากมาเลเซียภายในปี 2604 นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังให้ความสำคัญกับการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล การเก็บสะสมน้ำฝนและผันไปกระจายไว้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำ ที่เป็นทั้งแหล่งเก็บสำรองน้ำจืดและช่วยป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งมีการเก็บสำรองไว้ใต้ดิน โดยสิงคโปร์ตั้งเป้าหมายจะใช้ประโยชน์จากน้ำฝนให้ได้ร้อยละ 90 ภายในปี 2603 นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาน้ำ การอุดช่องโหว่ของการสูญเสียน้ำทุกช่องทาง โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจจับรอยรั่ว และการบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำกลับมาใช้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ย้อนมาดูที่ไทยที่มีแหล่งน้ำน้อยใหญ่กระจายทั่วประเทศ ที่น่าคิดคือเราใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพพอสมกับคุณค่าของน้ำหรือไม่ เราเห็นคุณค่าและความสำคัญของการรักษาน้ำและแหล่งน้ำจริงจังแล้วหรือยัง ในเมื่อเราประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งทุกปีหมุนวนกันไปตามรายภูมิภาค และยังไม่มีทิศทางว่าจะดีขึ้น และหากจะดูแลรักษาและเก็บสำรองน้ำอย่างเป็นระบบ เราจะทำได้หรือไม่…แล้วจะทันกับภัยพิบัติจากน้ำหรือไม่ เพราะเมื่อดูการคาดการณ์ของศูนย์ทรัพยากรโลก (World Resource Center)…