จากสนามโรงเรียนไทยสู่ VNL : แรงสนับสนุนจากสังคมไทย

  ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ “ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย” ได้กลายเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น ความสามัคคีของทีม และแรงผลักดันจากหัวใจนักกีฬา ทำให้ทีมสาวไทยสามารถทะยานขึ้นสู่การแข่งขันระดับโลกอย่าง Volleyball Nations League (VNL) ได้อย่างสง่างาม การเดินทางอันยาวไกลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน หากแต่สั่งสมมาจาก “แรงบันดาลใจเล็ก ๆ” ในสนามโรงเรียนของเด็กหญิงธรรมดาหลายคนที่หลงรักในกีฬาชนิดนี้ จุดเริ่มต้นจากโรงเรียน วอลเลย์บอลเป็นหนึ่งในกีฬายอดนิยมของโรงเรียนในประเทศไทย โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและปลาย หลายโรงเรียนให้ความสำคัญกับการฝึกฝนอย่างจริงจัง เพื่อส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในระดับจังหวัด ระดับภาค ไปจนถึงระดับประเทศ การแข่งขันที่สำคัญอย่าง “กีฬาเยาวชนแห่งชาติ” หรือ “กีฬาโรงเรียนกีฬาแห่งประเทศไทย” กลายเป็นเวทีแจ้งเกิดของนักกีฬาหลายคน เช่น “อรอุมา สิทธิรักษ์” “ปลื้มจิตร์ ถินขาว” หรือ “นุศรา ต้อมคำ” ที่ต่างเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ เหล่านี้ การมีระบบโค้ชที่เข้มแข็งและการสนับสนุนจากครอบครัวและโรงเรียน เป็นพื้นฐานสำคัญที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับนักกีฬาตั้งแต่ระดับเยาวชน เด็กสาวหลายคนที่เคยฝึกซ้อมบนสนามดินลูกรังในชนบท ปัจจุบันกลายเป็นนักกีฬาระดับชาติที่แฟน ๆ ทั่วโลกเฝ้าติดตาม ก้าวสู่ระดับทีมชาติ การได้เป็นนักกีฬาทีมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย นักกีฬาต้องผ่านการคัดตัวหลายรอบ ต้องยอมเสียโอกาสหลายอย่างในชีวิตวัยรุ่น ต้องรับมือกับอาการบาดเจ็บ การฝึกซ้อมที่หนักหน่วง และแรงกดดันจากการแข่งขัน ความมุ่งมั่นและระเบียบวินัยจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้…

ไต้หวันกำหนดแผนกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2573

สภาพัฒนาแห่งชาติของไต้หวัน (National Development Council-NDC) อนุมัติแผนการท่องเที่ยวปี 2573 (Tourism 2030) ตามที่กระทรวงคมนาคมไต้หวันเสนอ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพิ่มการใช้จ่ายต่อวันของนักท่องเที่ยว และผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไต้หวันมีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน (32,770 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2573 ขณะเดียวกัน รัฐบาลไต้หวันตั้งเป้าหมายยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมบริการสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศ และสร้างความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว โดยเน้นความแตกต่างของสถานที่ในแต่ละฤดูกาลและแต่ละภูมิภาค รวมถึงส่งเสริมงานเทศกาลดั้งเดิม   ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันของนักท่องเที่ยวควรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2-4 โดยจะดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวหลากหลายประเภท อาทิ กลุ่ม Digital Nomads ผู้เชียร์กีฬา ผู้โดยสารเรือสำราญ ตลอดจนผู้เข้าร่วมงานจัดแสดงสินค้า อย่างไรก็ดี แผนการดังกล่าวยังต้องเสนอต่อ ครม.ไต้หวัน เพื่อพิจารณาอนุมัติ

สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน

  สำนักงานสอบสวนกลาง (Federal Bureau of Investigation – FBI) ของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่รัฐบาลจีนให้การสนับสนุน ได้โจมตีและเจาะระบบของสหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เป้าหมายเกือบทุกภาคส่วน รายงานดังกล่าวที่มีชื่อว่า Countering Chinese State-Sponsored Actors Compromise of Networks Worldwide to Feed Global Espionage System มีความยาว 37 หน้า และเผยแพร่เมื่อ 25 สิงหาคม 2568 โดยมีหน่วยงานของประเทศต่าง ๆ 13 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ เรียกร้องให้ร่วมมือกันเฝ้าติดตาม และเสนอแนวทางลดความเสียหายให้เร็วที่สุดจากการถูกโจมตีจากแฮ็กเกอร์ที่จีนให้การสนับสนุน รายงานดังกล่าวเป็นความร่วมมือของหน่วยงานด้านไซเบอร์ของ 13 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย แคนาดา  นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร เช็ก ฟินเลนด์ เยอรมนี…

หอการค้าอเมริกันในกัมพูชาช่วยกัมพูชากระตุ้นการท่องเที่ยว

  กัมพูชาจะเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญกับหอการค้าอเมริกันในกัมพูชา (The American Chamber of Commerce in Cambodia หรือ AmCham Cambodia)  ที่จะช่วยกระตุ้นให้การท่องเที่ยวกัมพูชาเติบโตขึ้น จากที่การท่องเที่ยวของกัมพูชากำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยในการพบหารือระหว่างรัฐมนตรีการท่องเที่ยวของกัมพูชากับประธาน AmCham Cambodia เมื่อ 22 สิงหาคม 2568  AmCham Cambodia จะร่วมมือกับกัมพูชา ในการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการลงทุน และทำธุรกิจเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยกัน ในขณะนี้ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของกัมพูชาต้องการแผนระยะสั้น และระยะกลางเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของกัมพูชาที่กำลังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกับไทย ซึ่งได้ระบุระหว่างพบกับประธาน AmCham Cambodia ถึงความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศ ความร่วมมือระดับผู้บริหาร ความร่วมมือกับภาคเอกชนในประเทศและกับต่างประเทศ ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตในกัมพูชา และความร่วมมือระหว่างประเทศ ความร่วมมือกับสื่อสารมวลชน และความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากบุคคลทั่วไป เป็นต้น ด้าน AmCham Cambodia ให้คำมั่นว่าจะช่วยส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสให้กับชาวอเมริกันที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวและลงทุนในกัมพูชาให้มากขึ้น ทั้งนี้  AmCham Cambodia มีเป้าหมายในการดำเนินภารกิจในกัมพูชา เช่น ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ…

UNHCR ยินดีที่ไทยให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68  ว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) แสดงความยินดีที่ไทยให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาจำนวนกว่า 81,000 คน พักอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ยาวนานหลายสิบปี เกือบครึ่งหนึ่งเกิดและเติบโตที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ทั้งนี้ นางสาว Tammi Lynn Sharpe ผู้แทน UNHCR ประจำประเทศไทย ระบุว่า การให้สิทธิการทำงานแก่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของไทย เนื่องจากช่วยเหลือผู้ลี้ภัยให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว อย่างไรก็ดี UNHCR เห็นว่านโยบายดังกล่าวของไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนผู้ลี้ภัยที่ได้รับสิทธิ แต่หน่วยงานของ UN จะสนับสนุนการดำเนินงานของไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมผู้ลี้ภัยมากขึ้น

ประธานาธิบดีทรัมป์จะเปิดรับนักศึกษาจีน 600,000 คนศึกษาต่อในสหรัฐฯ

สนข.นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีเปิดรับนักศึกษาจีน 600,000 คน เข้าศึกษาในสหรัฐฯ  โดยไม่ได้ชี้แจงรายละเอียด และปัจจุบันมีนักศึกษาชาวจีนประมาณ 270,000 คนกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ  จากเดิมที่เคยมีนักศึกษาจีนในสหรัฐฯ ถึง 370,000 คนเมื่อปี 2552  โดยก่อนหน้านี้ เมื่อ พ.ค.68  นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ ระบุ มีแผนจะตรวจสอบและเพิกถอนการตรวจลงตราให้ชาวจีนในสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน  การเปลี่ยนท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ดังกล่าว มีขึ้นในห้วงที่การเจรจาการค้าสหรัฐฯ – จีน ยังไม่ได้ข้อสรุป และจะยังคงการเจรจาต่อเนื่อง  โดยสหรัฐฯ  จะเรียกเก็บภาษีสินค้าจากจีนในอัตราร้อยละ 145 และจีนตอบโต้ด้วยการประกาศจะเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ที่อัตราร้อยละ 125  และต่อมาสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าแม่เหล็กจากจีนสูงถึงร้อยละ 200 โดยอ้างความไม่พอใจที่จีนผูกขาดตลาดแม่เหล็กของโลก

รัฐสภาจีน-รัสเซียกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 25 ส.ค.68 ว่า นายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (National’s People Congress-NPC) พบหารือกับนาย Vyacheslav Volodin ประธานสภาผู้แทนราษฎรรัสเซีย (State Duma) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการจีน-รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐสภา ครั้งที่ 10 ที่กรุงปักกิ่ง นายจ้าวระบุว่า NPC พร้อมจะร่วมมือกับรัฐสภารัสเซียในการยกระดับความร่วมมือ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศด้านกฎหมายและธรรมาภิบาล รวมถึงการสื่อสารกันอย่างใกล้ชิดภายใต้กลไกพหุภาคี  ขณะที่นาย Volodin แสดงความพร้อมของสภาผู้แทนราษฎรรัสเซียที่จะกระชับความสัมพันธ์กับ NPC เพื่อดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวของฝ่ายจีนต่อไป

สหรัฐฯ เสริมเรือรบเข้าประจำการในพื้นที่ทะเลแคริบเบียนตอนใต้

สนข. รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ว่าเรือลาดตระเวนติดขีปนาวุธนำวิธีของสหรัฐฯ USS Lake Erie (CG-70)  ชั้น Ticonderoga และเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ USS Newport News (SSN-750)  ชั้น Los Angeles กำลังเคลื่อนไปเสริมกำลังในพื้นที่ทะเลแคริบเบียนตอนใต้ โดยก่อนหน้านี้ มีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มเรือลำเลียงพลและยกพลขึ้นบก อิโวจิมา (Iwo Jima Amphibious Ready Group – IWO ARG) ที่เคลื่อนกำลังกลับท่าเรือ เพื่อหลบพายุเฮอริเคนเอริน และเคลื่อนกำลังอีกครั้งเพื่อเข้าประจำการในพื้นที่ดังกล่าว

สิงคโปร์สั่งจำคุกผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดีบุหรี่ไฟฟ้าเป็นคดีแรก

นสพ.Straits Times รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ศาลสิงคโปร์ได้ตัดสินจำคุกนาย Mohammed Akil Abdul Rahim วัย 41 ปี เป็นเวลา 16 เดือน พร้อมปรับ 400 ดอลลาร์สิงคโปร์ ในข้อหาผลิตพ็อดบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสาร etomidate (Kpods) ซึ่งนับเป็นคดีแรกในสิงคโปร์ โดยนาย Mohammed สารภาพว่ารับสารจากนาย Joe (ไม่ระบุรายละเอียด) ที่มาเลเซีย เพื่อนำมาผสมและบรรจุพ็อดที่บ้านในย่านยิชน  ขณะที่ศาลชี้ว่าการผลิต Kpod เป็นภัยสาธารณะร้ายแรง มีลักษณะเป็นเครือข่ายข้ามชาติ และมีองค์ประกอบอาชญากรรมเชิงองค์กร ปัจจุบันสาร etomidate ยังอยู่ใน Poisons Act แต่ตั้งแต่ 1 ก.ย.68 จะถูกจัดเป็นสารเสพติด Class C ภายใต้ Misuse of Drugs Act โทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี ปรับ…

ออสเตรเลียประกาศขับนักการทูตอิหร่าน จากกรณี IRGC อยู่เบื้องหลังการโจมตีชุมชนชาวยิว

  นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อ 26 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับเหตุโจมตีชุมชนชาวยิวหลายครั้งในออสเตรเลียนับตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2566 โดย ASIO และตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police-AFP) ระบุว่า รัฐบาลอิหร่านเป็นผู้สั่งการโจมตีอย่างน้อย 2 ครั้ง ได้แก่ การวางเพลิงร้านอาหาร Lewis’ Continental Kitchen ในนครซิดนีย์ เมื่อ 20 ตุลาคม 2566   และการวางเพลิงโบสถ์ Adass Israel ในนครเมลเบิร์น เมื่อ 6 ธันวาคม 2567 และมีแนวโน้มจะสั่งการโจมตีอีกในอนาคต การกระทำดังกล่าวของอิหร่านเป็นการกระทำที่แข็งกร้าวและอันตราย มุ่งเป้าไปที่การสร้างความกลัว ปลุกปั่นความแตกแยกภายใน และทำลายความสามัคคีทางสังคม ซึ่งออสเตรเลียดำเนินการตอบโต้โดย 1) ขับเอกอัครราชทูตอิหร่าน ณ กรุงแคนเบอร์รา พร้อมนักการทูตอีก 3 คน 2) ระงับการดำเนินงานของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย…