เมียนมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเมียนมา-ไทย ว่าด้วยการจัดการคุณภาพน้ำ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเมียนมาจัดการประชุมเมียนมา-ไทยว่าด้วยการจัดการคุณภาพน้ำ ที่โรงแรมจัสมิน กรุงเนปยีดอ เมื่อ 20 ส.ค.68 โดยมี นายขิ่นหม่องยี รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นประธาน ร่วมกับ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รอง นรม. และ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  โดยทั้งสองฝ่ายได้เผยแพร่แถลงการณ์ร่วม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การจัดการคุณภาพน้ำ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ การจัดตั้งคณะทำงานทางเทคนิคร่วมเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติด้านการจัดการคุณภาพน้ำอย่างยั่งยืน โดยฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงมาตรการการจัดการคุณภาพน้ำของไทย นโยบายการป้องกันมลพิษทางน้ำ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และให้คำมั่นที่จะร่วมมือกับเมียนมาในการป้องกันมลพิษทางน้ำ การรักษามาตรฐานน้ำผิวดินของเมียนมา และความร่วมมือด้านอื่น ๆ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและคุณภาพน้ำของทั้งสองประเทศ หลังจากประสบปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกร่วมกัน

เนปาลคัดค้านจีน-อินเดียเปิดการค้าชายแดน

เว็บไซต์ นสพ.The Kathmandu Post ของเนปาล รายงานเมื่อ 21 ส.ค.68 อ้างแถลงการณ์ของ กต.เนปาล คัดค้านการตัดสินใจของจีนและอินเดียที่จะกลับมาเปิดการค้าชายแดนบริเวณช่องทาง Lipulekh โดยยืนยันว่า พื้นที่ Limpiyadhura, Lipulekh และ Kalapani ทางตะวันออกของแม่น้ำ Mahakali เป็นส่วนสําคัญของดินแดนเนปาลตามรัฐธรรมนูญและแผนที่อย่างเป็นทางการ พร้อมเรียกร้องให้จีนและอินเดีนหยุดดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ Lipulekh หากไม่ได้รับความยินยอมจากเนปาล ขณะที่อินเดียปฏิเสธข้ออ้างสิทธิของเนปาลในพื้นที่ดังกล่าว และย้ำว่า การค้าผ่านเส้นทางนี้มีมาหลายทศวรรษ

ฟิลิปปินส์ระงับการนำเข้าข้าวชั่วคราวเพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศ

  ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ของฟิลิปปินส์ประกาศคำสั่ง เมื่อต้นสิงหาคม 2568 ระงับการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศชั่วคราวเป็นเวลา 60 วัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กันยายน – 30 ตุลาคม 2568 เป้าหมายสำคัญเพื่อปกป้องชาวนาท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการที่ราคาข้าวเปลือก ตกต่ำลงอย่างมากในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวปัจจุบัน โดยราคาข้าวเปลือกในบางพื้นที่ลดลงต่ำกว่าต้นทุนการผลิตสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรฟิลิปปินส์อย่างมาก อย่างไรก็ดี มาตรการระงับการนำเข้าข้าวชั่วคราวจะมีผลครอบคลุมเฉพาะข้าวขัดสีทั่วไป และข้าวขัดสีคุณภาพดี ขณะที่ข้าวบาสมาติและข้าวไรซ์เบอร์รี่ รวมถึงข้าวพิเศษชนิดอื่น ๆ จะได้รับการยกเว้นไม่อยู่ในข่ายการระงับนำเข้า ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์อนุมัติคำสั่งดังกล่าวตามข้อเสนอแนะของกระทวงเกษตรฟิลิปปินส์ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวฟิลิปปินส์ลดลงมาจากหลายปัจจัย อาทิ ข้าวจากต่างประเทศราคาถูกไหลเข้าตลาด เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลกและการนำเข้าข้าวในปริมาณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวจากประเทศคู่ค้าอย่างเวียดนามและไทย ซึ่งมีราคาถูกกว่าต้นทุนการผลิตของชาวนาฟิลิปปินส์ ทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศตกต่ำลงอย่างมาก การลดภาษีนำเข้าข้าว เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อและลดราคาข้าวสำหรับผู้บริโภค รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ลดภาษีนำเข้าข้าวจากเดิม ร้อยละ 35 ลงเหลือ ร้อยละ 15  ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายปี 2567 มาตรการนี้ทำให้ข้าวจากต่างประเทศยิ่งมีราคาถูกลงและเข้ามาในตลาดฟิลิปปินส์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศลดลงตามไปด้วย ผลผลิตในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง มกราคม-มิถุนายนของปี 2568 ฟิลิปปินส์มีการผลิตข้าวเปลือกได้ในปริมาณสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.08 ล้านตัน ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มปริมาณข้าวในตลาดและกดดันให้ราคาลดลง รวมถึง…

สหรัฐฯ อาจถือครองหุ้นร้อยละ 10 ของบริษัท Intel

สนข. Bloomberg รายงานเมื่อ 18 ส.ค.68 ว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาการถือครองหุ้นประมาณร้อยละ 10 ของบริษัท Intel ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทผลิตชิปแห่งนี้  โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านรัฐบัญญัติ Chips and Science ปี ค.ศ.2022 รวมมูลค่า 10,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ขยายการผลิตเชิงพาณิชย์และการทหาร ให้กลายเป็นตราสารทุนของรัฐบาลสหรัฐฯ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามแนวนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการดึงฐานการผลิตของบริษัทสัญชาติอเมริกันกลับเข้ามาในประเทศ

นรม.อินเดีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซีย

นรม.นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เมื่อ 18 ส.ค.68 และขอบคุณที่ประธานาธิบดีปูตินแลกเปลี่ยนมุมมองในการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ – รัสเซีย ที่รัฐอะแลสกา สหรัฐฯ เมื่อ 15 ส.ค.68 โอกาสนี้ อินเดียย้ำจุดยืนการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ด้วยสันติวิธีผ่านช่องทางการทูตและการเจรจา โดยอินเดียพร้อมสนับสนุนทุกความพยายามผลักดันกระบวนการสันติภาพ นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองได้หารือประเด็นความร่วมมือทวิภาคีเพื่อส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เอกสิทธิ์พิเศษ (Special and Privileged Strategic Partnership) ระหว่างอินเดียกับรัสเซีย ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

จีนเตรียมนำยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่พิเศษมาแสดงในพิธีสวนสนาม

เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ NDTV ของอินเดีย รายงานเมื่อ 20 ส.ค.68 ว่า จีนเตรียมนำยานใต้น้ำไร้คนขับ มาแสดงในพิธีสวนสนามของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ในโอกาสครบรอบ 80 ปีของความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ใน 3 ก.ย.68 เพื่อแสดงถึงขีดความสามารถของจีนในการพัฒนายุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการมีกองเรือที่ทันสมัยและพลังอำนาจของจีนในภูมิภาคแปซิฟิก ตต. โดยภาพถ่ายช่วงการซ้อมสวนสนามบนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นยานใต้น้ำไร้คนขับขนาดใหญ่พิเศษ อย่างน้อย 2 ชั้น ที่จะนำมาแสดงในงาน ด้านวารสาร Naval News ระบุว่า XLUUVs ปัจจุบันจีนมีโครงการสร้าง XLUUV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีการทดสอบ XLUUVs อย่างน้อย 5 รุ่นในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จีนนำมาแสดงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กำหนดเป้าหมายการพัฒนากองทัพจีนให้ทันสมัยภายในปี 2578

เกาหลีเหนือไม่พอใจการฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ – เกาหลีใต้

  ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือประกาศเมื่อ 20 สิงหาคม 2568 ว่า เกาหลีเหนือจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากต่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งจากเกาหลีใต้ที่ยังคงซ้อมรบร่วมทางทหารกับสหรัฐฯ ภายใต้รหัส Ulchi Freedom Shield ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 18 สิงหาคม 2568 รวมทั้งเกาหลีเหนือจะไม่มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ แม้เกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายไว้ เกาหลีเหนือประณามและคัดค้านการฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เป็นประจำทุกปี เพราะมีมุมมองว่าเป็นการข่มขู่และคุกคามความมั่นคงของเกาหลีเหนือ เฉพาะอย่างยิ่งการฝึกร่วมรหัส Ulchi Freedom Shield ซึ่งเป็นการฝึกขนาดใหญ่ที่มีทหารเข้าร่วมมากกว่า 21,000 นาย สำหรับการฝึกร่วมครั้งนี้ เป็นการฝึกระยะที่ 2 จากการฝึกเมื่อ มีนาคม 2568 โดยระยะที่ 2 จะใช้เวลา 11 วัน เน้นการป้องกันภัยคุกคาม คาดว่า เกาหลีเหนือจะเฝ้าระวังการฝึกร่วมดังกล่าวอย่างใกล้ชิด อาจทดสอบขีปนาวุธเพื่อป้องปรามภัยคุกคามจากเกาหลีใต้ และอาจเดินหน้าเพิ่มความร่วมมือด้านการทหารและการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือ ท่าทีของเกาหลีเหนือจะทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้เผชิญความท้าทายในการดำเนินนโยบายปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีอี แจ มย็อง พยายามผลักดันเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ เพราะผู้นำเกาหลีใต้มีมุมมองว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 เกาหลีมีความสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนมากที่สุด พร้อมทั้งเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ…

สหรัฐฯ ยืนยันไม่ส่งทหารไปยูเครนแต่จะผลักดันข้อตกลงสันติภาพ

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2568 ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 20 สิงหาคม หลังจากการหารือกับผู้นำยูเครนและยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี ฟินแลนด์ เลขาธิการเนโต และประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าสนับสนุนการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน และพร้อมจะค้ำประกันความมั่นคงปลอดภัยให้ยูเครน ท่าทีดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายประเมินว่าสหรัฐฯ อาจส่งทหารไปช่วยเหลือยูเครน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธ รวมทั้งระบุว่าจะไม่ส่งทหารอเมริกันไปสนับสนุนการสู้รบของยูเครน เพื่อต่อต้านรัสเซีย หรือภารกิจส่งเสริมสันติภาพ เพราะเชื่อว่ารัสเซียและยูเครนจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ พร้อมกันนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่ายูเครนอาจต้องพิจารณาข้อเสนอหรือเงื่อนไขของรัสเซียบางส่วนเพื่อยุติสงคราม เช่น อธิปไตยเหนือไครเมีย และการไม่ได้เป็นสมาชิกเนโต แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ส่งทหารอเมริกันไปเข้าร่วมทำสงครามในยูเครน แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าสหรัฐฯ และยุโรปสามารถมีบทบาทในการค้ำประกันความมั่นคงในยูเครนได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การให้ทั้ง 2 ฝ่ายทำข้อตกลงหรือสนธิสัญญาเพื่อรักษาสถานภาพด้านความมั่นคงระหว่างกัน การให้ประเทศยุโรปเป็นแนวหน้าในการส่งเสริมความสามารถด้านการทหารของยูเครนในระยะยาว การซื้อ-ขายอาวุธที่มีอานุภาพสูงให้ยูเครน เฉพาะอย่างยิ่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการสนับสนุนยูเครนด้านการข่าวกรอง ปัจจุบัน ผู้นำสหรัฐฯ เร่งเพิ่มบทบาทในการเป็นผู้เจรจาระหว่างรัสเซีย-ยูเครนให้ยุติสงครามระหว่างกัน โดยเปิดเผยว่าอยู่ระหว่างโน้มน้าวให้เกิดการพบปะระหว่างประธานาธิบดีรัสเซียและยูเครน โดยที่มีประธานาธิบดีทรัมป์เข้าร่วมด้วย เพื่อสร้างผลงาน ด้วยการมอบหมายให้รองประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และทูตพิเศษของสหรัฐฯ หารือกับรัสเซียและยูเครน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้นำรัสเซียและยูเครนยังไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว…

ไมเคิล บี.อัลฟาโร : จุดกระแสย้อนรอยการใช้ล็อบบี้ยิสต์ของกัมพูชา

ธุรกิจล็อบบี้ยิสต์เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายของสหรัฐฯ และประเทศต่าง ๆ นิยมใช้บริษัทล็อบบี้ เพื่อเข้าถึง และโน้มน้าวรัฐและฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ เช่น ใช้บริษัทล็อบบี้เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ ให้สิทธิทางภาษีแก่ประเทศของตน เช่นเดียวกับบริษัทล็อบบี้ของสหรัฐฯ ก็ต้องหาลูกค้าจากประเทศต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน บริษัทล็อบบี้ส่วนใหญ่อยู่ที่วอชิงตัน ดี.ซี. และเรียกย่านที่ตั้งบริษัทล็อบบี้ว่า K Street และบริษัทล็อบบี้ที่จะได้รับความนิยม ต้องมีทีมงานที่เคยเป็นคนวงในของรัฐบาล หรือในสภาผู้แทนฯ หรือวุฒิสภา เพื่อจะได้รู้เส้นทางการติดต่อกับฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติ นายไมเคิล บี.อัลฟาโร ก็เป็นล็อบบี้ยิสต์ ได้ก่อตั้งบริษัทชื่อ Capitol Hill & Friends ไม่ใช่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตามที่มีการกล่าวอ้าง นายอัลฟาโร เปิดเผยวิดีโอตนเองทางออนไลน์เมื่อ 16 สิงหาคม 2568  สนับสนุนกัมพูชา และกล่าวหาไทยว่าบุกรุกดินแดนกัมพูชา จากกรณีขัดแย้งและปะทะทางทหารระหว่างกันเมื่อช่วงกรกฎาคม 2568 ส่วนการถ่ายรูปกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็เป็นช่วงการระดมทุนหาเสียง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายไมเคิล บี.อัลฟาโร ไม่ใช่ล็อบบี้ยิสต์ที่กัมพูชาใช้บริการเป็นรายแรก กัมพูชาเคยใช้ล็อบบี้ยิสต์เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่คว่ำบาตรรัฐบาลกัมพูชาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รวมทั้งมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อดันตัวเองให้อยู่ในสายตาสหรัฐฯ และมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ หลังกัมพูชาเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี…

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชากับสงครามเรื่องเล่า (Narrative Warfare)

สงครามดั้งเดิมมีสิ่งชี้ขาดชัยชนะ คือ อาวุธ หรือความสามารถทางการทูต แต่ความเป็นจริงที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นทุกวัน ก็คือในยุคสมัยของสงครามลูกผสม (Hybrid Warfare) ที่ทั้งการใช้อาวุธที่เป็นสงครามแบบดั้งเดิม ควบคู่ไปกับสงครามรูปแบบใหม่ เช่น สงครามไซเบอร์ และสงครามข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น  นอกจากนี้ มีแนวรบอีกด้านที่กำลังโดดเด่น คือ แนวรบของเรื่องเล่า ซึ่งเป็นแนวรบที่ฝ่ายตรงข้ามมุ่งหมายใช้เป็นอาวุธหลักเพื่อให้ได้เปรียบอีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ต้องใช้กำลัง ในสงครามไทย-กัมพูชาในปี 2568 ครั้งนี้ แตกต่างเมื่อปี 2554 เพราะครั้งนี้ นอกจากแนวรบดั้งเดิมที่ตัดสินกันด้วยอาวุธ ยังมีอีกแนวรบหนึ่งที่กำลังถูกพูดถึงมาก และเป็นห่วงกันมากว่าไทยดูจะเสียเชิงฝ่ายตรงข้าม และถูกวิจารณ์ว่าเป็นฝ่ายเดินตามหลังคู่ขัดแย้ง นั่นคือ “สงครามเรื่องเล่า” หรือ Narrative Warfare ซึ่งเป็นแนวรบสำคัญที่ไทยยังตั้งรับยังไม่ทัน ได้แต่เพียงตามแก้ในสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามเปิดเกมรุก สงครามเรื่องเล่า เป็นแนวคิดทางการทหารและการทูตที่ได้รับการพูดถึงจริงจังในแวดวงความมั่นคงศึกษาทั่วโลกมานาน แต่ดูจะยังเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทยที่กำลังรอผลของการนำมาใช้ เฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดชายแดนใต้ แนวรบสงครามเรื่องเล่าคือ การประกอบสร้าง ปรับแต่ง และเผยแพร่เรื่องเล่า (narrative) อย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อชี้นำการรับรู้ของผู้คนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเป้าหมายเพื่อควบคุมความหมายของเหตุการณ์ หรือกำหนดทิศทางการรับรู้ของสาธารณชน พูดอีกอย่างคือ สมรภูมินี้ คือการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจในการให้ความหมาย เป็นการต่อสู้เพื่ออำนาจในการเป็นผู้กำหนดว่าอะไรคือ “ความจริง”…