ทุนจีนบุกตลาดร้านอาหารในไทย : ท้าทายผู้ประกอบการไทย

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยสงสัยและเริ่มตั้งคำถามว่า…เพราะอะไรร้านเครื่องดื่มอย่างชานมและร้านอาหารอย่างหมาล่าของจีน ถึงได้ขยายสาขาได้อย่างรวดเร็วในไทย  เฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ ๆ  ในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในไทยเผชิญกับปรากฏการณ์ “ทุนจีนรายย่อย” เข้ามารุกหนักอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ร้านหมาล่ารสเผ็ดจัดจ้าน สู่แบรนด์ชานมไอศกรีมราคาประหยัด ไปจนถึงแบรนด์ไก่ทอดที่มีราคาย่อมเยา จุดร่วมของแบรนด์เหล่านี้คือ “การขยายสาขาเร็ว ราคาถูก และโมเดลแฟรนไชส์ต้นทุนต่ำ” ปรากฏการณ์นี้ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับผู้ประกอบการไทย เพราะแย่งลูกค้าไปได้นั่นเอง บทความนี้มีคำตอบว่า ทำไมธุรกิจอาหารจีนถึงเติบโตอย่างรวดเร็วในไทย…. แบรนด์จีนบุกตลาดไทยเริ่มเด่นชัดในช่วงหลังปี 2562 โดยทดลองตลาดผ่านร้านหมาล่า ร้านชานม หรือร้านไก่ทอดแบรนด์ในรูปแบบสาขาเล็ก ๆ ตามตลาดนัดและห้างสรรพสินค้า เช่น 蜜雪冰城  (Mixue) แฟรนไชส์ไอศกรีมและชาชื่อดังจากจีน เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2565 และขยายสาขากว่า 200 แห่งในระยะเวลาเพียง 2 ปี ทั้งยังมีจุดเด่นคือราคาถูก เช่น ไอศกรีม 9 บาท ชาไข่มุก 19 บาท และดีไซน์ร้านสไตล์การ์ตูน ดึงดูดวัยรุ่น ที่สำคัญราคาจับต้องได้ไม่แพงจนเกินไป และยังเปิดให้บริการในประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ฮ่องกง…

รัสเซียไม่ให้ความสำคัญต่อคำขู่ของสหรัฐฯ ที่จะเรียกเก็บภาษีร้อยละ 100

 สนข.Tass รายงานเมื่อ 15 ก.ค.68 ว่า นาย Dmitry Medvedev รองประธานสภาความมั่นคงรัสเซียเผยแพร่ข้อความเป็นภาษาอังกฤษในสื่อสังคมออนไลน์ X ว่า รัสเซียไม่ใส่ใจการยื่นคำขาดที่เป็นการแสดงละครของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 14 ก.ค.68 ว่า จะเรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 100 ต่อรัสเซีย หากรัสเซีย-ยูเครนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับยูเครนภายใน 50 วัน  ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อความดังกล่าวของนาย Medvedev เป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียแสดงท่าทีตอบโต้คำขู่ของสหรัฐฯ  

สิงคโปร์ได้รับการอันดับให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลที่ดีที่สุดของโลก

  เว็บไซต์ maritimegateway.com รายงานเมื่อ 14 ก.ค. 68 ว่า ดัชนีการพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งระหว่างประเทศ (ISCDI) ประจำปี 2568 จัดอันดับให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลที่ดีที่สุดของโลกเป็นปีที่ 12 ติดต่อกัน ด้วยคะแนนสูงถึง 99.50 จาก 100 คะแนน สะท้อนประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ ระบบบริการสนับสนุนทางทะเล และสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นเลิศ ประเมินจากความสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ ระบบโลจิสติกส์ จำนวนท่าจอด ความลึกของช่องทางเดินเรือ และนโยบายเปิดการค้า ซึ่งจุดแข็งของสิงคโปร์ คือ การให้บริการทางการเงิน และกฎหมายที่เอื้อต่อผู้ใช้บริการ อีกทั้งยังมุ่งเน้นด้านความยั่งยืนด้วยการร่วมมือพัฒนาเชื้อเพลิงทางเลือก โครงการสีเขียว และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในระบบขนส่ง อาทิ การเปิดเส้นทางสีเขียวทางทะเล (Green Shipping Corridors) ที่ขับเคลื่อนร่วมกับพาร์ตเนอร์ระดับนานาชาติ ขณะที่ลำดับรองลงมา ได้แก่ ลอนดอน 81.02 คะแนน เซี่ยงไฮ้ 81.01 คะแนน และฮ่องกง 80.77 คะแนน

ประธานาธิบดีทรัมป์จะพบหารือกับเลขาธิการเนโตในสัปดาห์นี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบหารือกับนายมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (เนโต)  ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่าง 14 – 15 ก.ค.68 เกี่ยวกับประเด็นสหรัฐฯ จะสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ยูเครนหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์พร้อมจะจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศ “Patriot” ให้แก่ยูเครน (ไม่ระบุจำนวน)  เพื่อตอบโต้การที่ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินที่ไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน ตลอดจนการที่รัสเซียยังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อยูเครน ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯ จะให้ประเทศสมาชิกเนโตหรือยูเครนเป็นผู้จัดซื้องยุทโธปกรณ์ให้ยูเครนมจากสหรัฐฯ

สหรัฐฯ จะส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศให้ยูเครน พร้อมเจรจากับเนโต

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อ 14 กรกฎาคม 2568 ประกาศว่า สหรัฐฯ พร้อมจะส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีศักยภาพสูง หรือระบบ Patriot ให้ยูเครน เพื่อตอบสนองความต้องการของยูเครนและขยายขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของยูเครนให้แข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุว่าจะหารือกับนาย Mark Rutte เลขาธิการเนโตที่อยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ใน 14-15 กรกฎาคม 2568 เพื่อพิจารณาแนวทางปกป้องสันติภาพและการส่งความช่วยเหลือด้านการทหารให้ยูเครนเพิ่มเติมด้วย ซึ่งสื่อมวลชนสหรัฐฯ คาดว่าอาจหมายถึงการส่งยุทโธปกรณ์เชิงรุกให้ยูเครนใช้ในการตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซีย ประธานาธิบดีทรัมป์ยังใช้โอกาสนี้วิจารณ์รัสเซียเชิงลบ เนื่องจากไม่ยอมรับข้อตกลงยุติสงครามตามที่สหรัฐฯ เสนอ โดยให้ทั้ง 2 ฝ่ายยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดเป็นระยะเวลา 30 วัน พร้อมกับพาดพิงประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียว่าเป็นผู้นำที่สร้างความปะหลาดใจให้ผู้อื่นเสมอ โดยมีท่าทีระหว่างการเจรจาเป็นมิตร และกลับสั่งทิ้งระเบิดไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ไม่พอใจท่าทีดังกล่าว เพราะทำให้ความพยายามของผู้นำสหรัฐฯ ไม่มีความคืบหน้า จึงแสดงความผิดหวังต่อประธานาธิบดีปูติน การเปลี่ยนแปลงท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนครั้งนี้ด้วยการสนับสนุนยุทโธปกรณ์  เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียให้ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อให้เป็นผลงานด้านการดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์เคยส่งสัญญาณว่าอาจลดความช่วยเหลือด้านการทหารต่อยูเครน เนื่องจากส่งผลกระทบต่องบประมาณของสหรัฐฯ และจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเจรจาแทน นอกจากนี้ ในการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดียูเครนที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อมีนาคม 2568…

TACO Trump : ชาวอเมริกันวิจารณ์ท่าทีผู้นำสหรัฐฯ  

  สื่อมวลชนสหรัฐฯ และชาวอเมริกันบางส่วนวิจารณ์การเปลี่ยนแปลงท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อการประกาศเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หรือมาตรการภาษีตอบโต้ ว่า เป็นปรากฏการณ์ TACO Trump หรือ Trump Always Chickens Out (TACO) ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมของผู้นำสหรัฐฯ ที่ขี้ขลาด เพราะใช้วิธีการข่มขู่ประเทศคู่ค้าสลับกับขยายเวลาการใช้มาตรการดังกล่าวออกไป รวมทั้งเปลี่ยนใจมากกว่า 28 ครั้งตั้งแต่ประกาศนโยบายนี้เมื่อ เมษายน 2568 พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ทั่วโลกสับสนและไม่เชื่อมั่นต่อทิศทางการดำเนินยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ รวมทั้งอาจทำให้สหรัฐฯ สูญเสียความน่าเชื่อถือในการเจรจาการค้ากับต่างประเทศ สื่อสหรัฐฯ เปิดเผยสถิติว่า ปรากฏการณ์ TACO Trump สะท้อนจากการเปลี่ยนแปลงท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ อย่างน้อย 28 ครั้งเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการภาษี เริ่มตั้งแต่เมื่อ 2 เมษายน 2568 ที่ประกาศนโยบายภาษีต่อสินค้านำเข้าทุกประเภทเพื่อเสรีภาพของชาวอเมริกัน จากนั้นก็เปลี่ยนรายละเอียดโดยระบุว่าสินค้าประเภทเซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน และแร่ธาตุสำคัญ จะได้รับการยกเว้น สะท้อนว่า ผู้นำสหรัฐฯ ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังแสดงมุมมองแตกต่างจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้วย เช่น นาย Peter Navarro ที่ปรึกษาด้านการค้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าอัตราภาษีที่สหรัฐฯ กำหนดจะไม่สามารถต่อรองได้…

ผู้นำสหรัฐฯ หารือเลขาธิการเนโต เพิ่มความช่วยเหลือยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์หารือกับนายมาร์ค รุตเตอร์ เลขาธิการเนโตเมื่อ 14 กรกฎาคม 2568 พร้อมเปิดเผยนโยบายเพิ่มความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครน โดยระบุว่าจะให้สมาชิกเนโตซื้อยุทโธปกรณ์สำคัญด้านการป้องกันภัยทางอากาศ หรือระบบ Patriot รวมทั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อมอบให้ยูเครน ซึ่งบริษัทผู้ผลิตอาวุธของสหรัฐฯ มีความพร้อมสนับสนุนนโยบายนี้อย่างมาก นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังประกาศว่าจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ด้านเลขาธิการเนโตเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะเพิ่มงบประมาณด้านการทหารเพื่อช่วยเหลือยูเครนด้วย นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อความร่วมมือในกลุ่มพันธมิตรเนโตและรักษาเอกภาพของกลุ่ม การเปลี่ยนแปลงท่าทีและทิศทางดำเนินนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญ เพราะก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์วิจารณ์การให้ความช่วยเหลือด้านการทหารแก่ยูเครนเชิงลบ ด้านนักวิเคราะห์ต่างประเทศเชื่อว่าการเจรจากับรัสเซียเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ เปลี่ยนใจ เพราะการเจรจาไม่เป็นผล ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ต้องการทำให้รัสเซียเห็นว่าจะได้รับผลกระทบหากไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ด้านประเทศยุโรปพอใจกับการเปลี่ยนแปลงท่าทีดังกล่าว และพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ เพื่อเสริมขีดความสามารถด้านการทหารแก่ยูเครนทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่านายรุตเตอร์ เลขาธิการเนโต เป็นผู้มีอิทธิพลต่อมุมมองของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในกรณีนี้ หรือได้ฉายาว่า “Trump whisperer” เนื่องจากในระหว่างที่นายนายรุตเตอร์เคยดำรงตำแหน่งผู้นำเนเธอร์แลนด์ ได้เยือนสหรัฐฯ และพบหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วงรับตำแหน่งสมัยแรกบ่อยครั้ง มีรายงานว่ามีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐฯ นอกจากนี้ หลังจากรับตำแหน่งเลขาธิการเนโตเมื่อ ตุลาคม 2567 นายรุตเตอร์แสดงความคิดเห็นในเชิงบวกต่อท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมทั้งเคยเรียกประธานาธิบดีทรัมป์ ว่า “Daddy” จึงคาดว่านายรุตเตอร์น่าจะได้รับความไว้วางใจจากผู้นำสหรัฐฯ อย่างมาก…

นานาชาติคัดค้านแนวคิดอิสราเอล สร้างเมืองมนุษยธรรมในฉนวนกาซา

รัฐบาลและกองทัพอิสราเอลเมื่อ 14 กรกฎาคม 2568 เผยแพร่แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเมืองมนุษยธรรม หรือ humanitarian city ในพื้นที่เมือง Rafah ทางตอนโต้ของฉนวนกาซา เพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดอาวุธและเป็นที่อยู่อาศัยของพลเรือนชาวปาเลสไตน์จำนวนประมาณ 600,000 คน รวมทั้งเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเจรจาแลกเปลี่ยนตัวประกัน โดยจะให้มีเจ้าหน้าที่จากองค์กรระหว่างประเทศไปปฏิบัติภารกิจในศูนย์ให้ความช่วยเหลือ 4 แห่งในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องมีเจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้ชาวปาเลสไตน์เดินทางออกจากพื้นที่ควบคุม สำหรับชาวปาเลสไตน์ที่จะอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องเข้าไปอยู่ด้วยความสมัครใจและผ่านการคัดกรองจากอิสราเอลแล้วเท่านั้น แนวคิดดังกล่าวน่าจะเริ่มต้นจากนาย Israel Katz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลที่เสนอเมื่อต้น กรกฎาคม 2568 ก่อนที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลจะเยือนสหรัฐฯ เพื่อพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  แนวคิดดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้นำรัฐบาลและกองทัพอิสราเอล รวมทั้งอาจเป็นข้อเสนอเพื่อให้สหรัฐฯ พอใจและเห็นว่าอิสราเอลดำเนินการตามนโยบายของผู้นำสหรัฐฯ ที่เคยเสนอให้ย้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาเพื่อฟื้นฟูใหม่ โดยมีรายงานว่าองค์กร Gaza Humanitarian Foundation (GHF) ที่มีรัฐบาลสหรัฐฯ และอิสราเอลสนับสนุนเตรียมความพร้อมเสนอแผนการเพื่อสร้างเมืองมนุษยธรรมแล้ว อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลกังวลต่อแนวคิดดังกล่าวเนื่องจากประเมินว่าจะต้องใช้เวลาในการเตรียมการและก่อสร้างประมาณ 3-5 เดือน อาจส่งผลกระทบต่อการทำสงครามปราบปรามกองกำลังติดอาวุธ กลุ่มฮะมาส และผู้ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงอิสราเอล นานาชาติ รวมทั้งอดีตผู้นำอิสราเอลคัดค้านแนวคิดดังกล่าว เนื่องจากมีมุมมองว่าเมืองมนุษยธรรมจะไม่แตกต่างจากค่ายกักกัน (concentration camp)…

มาเลเซียออกกฎจำกัดการขายชิป AI ที่มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐฯ

กระทรวงการค้าของมาเลเซียกำลังพิจารณาให้ชิป AI สมรรถนะสูงที่มีแหล่งกำเนิดจากสหรัฐฯ เป็นสินค้าทางยุทธศาสตร์ พร้อมกำหนดให้การส่งออก ขนถ่าย และขนส่งชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) สมรรถนะสูงที่มีแหล่งกำเนิดจากสหรัฐฯ ผ่านชายแดน

ประชานิยม : วัฒนธรรมการเมืองที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย ?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นโยบายประชานิยมดูเหมือนจะเป็นแนวทางหลักที่รัฐบาลไทยนำมาใช้ โดยเฉพาะในช่วงหาเสียงการเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างแข่งขันกันเสนอนโยบายที่มุ่งตอบสนองต่อ “ปัญหาปากท้อง” ของประชาชนอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงิน การอุดหนุน หรือการเพิ่มรายได้ในระยะสั้น ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนในวงกว้าง อย่างไรก็ดี อีกด้านหนึ่งกลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายเหล่านี้เป็นการมอมเมาประชาชน เนื่องจากเป็นนโยบายที่ให้ผลตอบแทนได้ทันที ทำให้ประชาชนเคยชินต่อการพึ่งพารัฐมากขึ้นแทนการที่รัฐส่งเสริมประชาชนให้พึ่งตนเองผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ นโยบายประชานิยมยังเป็นสาเหตุไปสู่วัฒนธรรมการเมืองแบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า นโยบายประชานิยมเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับฐานรากจริงหรือไม่ ? หากมองในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาของการเมืองไทย นับตั้งแต่ขั้นตอนการหาเสียงเลือกตั้ง แม้ว่าพรรคการเมืองจะมีนโยบายที่พร้อมเสนออยู่มากมายหลายมิติ แต่จากข้อมูลของนิด้าโพลได้เปิดเผยว่าในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2566 นโยบายประชานิยมคือนโยบายหลักที่มักถูกนำมาใช้หาเสียง และเป็นที่สนใจจากสาธารณะเสมอมักจะเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากถูกใจประชาชน เป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตความเป็นอยู่ ในทางวิชาการ ประชานิยม หรือ Populism ไม่ได้เป็นนโยบายใดของพรรคใดพรรคหนึ่ง หากแต่เป็นแนวคิดทางการเมืองที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการต่อสู้ทางการเมือง นับแต่อดีตของคนสามัญชนชนชั้นรากหญ้าเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม โดยมองว่ารัฐบาลจะต้องมองประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดมากกว่าจะให้ชนชั้นนำหรือชนชั้นนายทุนเป็นผู้ควบคุมบงการ ดังที่นักวิชาการอย่าง Cas Mudde และ Cristóbal Rovira Kaltwasser ได้ให้คำนิยามว่า ประชานิยมคือ แนวคิดที่มองว่าสังคมถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มที่เป็นเนื้อเดียวกันและเป็นปฏิปักษ์กัน ได้แก่ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ กับชนชั้นนำที่ฉ้อฉล และการเมืองควรเป็นเจตจำนงร่วมของประชาชน ทำให้เป้าหมายและอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชานิยมจึงมีนโยบายเป็นการมุ่งสร้างประโยชน์สนองความต้องการของประชาชนเป็นหลัก หากให้ความเป็นธรรมต่อนโยบายประชานิยม นโยบายนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิด หากเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศ ซึ่งหลาย…