อิหร่านพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ แต่ยืนยันปกป้องความมั่นคงของประเทศ

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ล่าสุดเมื่อ 30 มกราคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเปิดเผยระหว่างการเยือนตุรกีว่า อิหร่านพร้อมเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อลดระดับความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างกัน หากสหรัฐฯ ยกเลิกพฤติกรรมข่มขู่คุกคามในภูมิภาค นอกจากนี้ อิหร่านจำเป็นต้องยืนยันการปกป้องความมั่นคงของชาติ และจะไม่เจรจาประเด็นการพัฒนาขีปนาวุธและขีดความสามารถด้านการทหารของอิหร่าน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ เพิ่มจำนวนเรือและเครื่องบินรบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องเมื่อต้น มกราคม 2569 ทำให้นานาชาติประเมินว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมพร้อมปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เพื่อกดดันให้เปลี่ยนแปลงทางการเมืองและยกเลิกโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ท่าทีของอิหร่านอาจช่วยลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค และส่วนหนึ่งอาจเป็นผลงานของรัฐบาลตุรกี ที่เสนอเป็นผู้ประสานงานและตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในอนาคต เพราะประเทศในภูมิภาคไม่ต้องการให้ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ขยายตัวจนส่งผลกระทบต่อบรรยากาศด้านความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันก็เผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ในฉนวนกาซาอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตุรกีพบหารือกับนาย Steve Witkoff ผู้แทนการเจรจาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ เมื่อ 29 มกราคม 2569 จึงคาดว่าตุรกีจะมีบทบาทสำคัญในการควบคุมบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ต่อไป ความตึงเครียบดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกผันผวนระยะสั้น และทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านจะมีรูปแบบความสัมพันธ์ในลักษณะที่ไม่แน่นอนต่อไป เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังใช้ทฤษฎี madman ด้วยการใช้เครื่องมือทางทหารข่มขู่อิหร่าน และแม้อิหร่านจะยินดีเจรจากับสหรัฐฯ แต่ตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่าสหรัฐฯ…

IAEA เตือนความเสี่ยงโรงงานนิวเคลียร์ในยูเครน

องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency) หรือ IAEA ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้การดำเนินงานของสหประชาชาติ (UN) เมื่อ 30 มกราคม 2569 เตือนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ในยูเครน เนื่องจากปัจจุบัน รัสเซียยังคงปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยูเครน เพื่อหวังกดดันยูเครนให้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ขาดแคลนพลังงาน และยอมแพ้รัสเซีย โดยโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครนก็ยังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วย ซึ่ง IAEA กังวลว่าสถานการณ์การสู้รบและเป้าหมายทางการทหารของรัสเซียในยูเครนอาจนำไปสู่วิกฤตความปลอดภัยระดับโลก ท่าทีของ IAEA มีขึ้นระหว่างการประชุมที่กรุงเวียนนา ออสเตรีย เพื่อสะท้อนมุมมองขององค์กรระหว่างประเทศต่อผลกระทบด้านความมั่นคงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ โดย IAEA รายงานว่า โรงงานพลังงานนิวเคลียร์อย่างน้อย 4 แห่งในยูเครนยังอยู่ในความเสี่ยง แม้ว่ารัสเซียจะยืนยันกับประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่โจมตีโรงงานดังกล่าวแล้ว แต่การที่รัสเซียโจมตีและทำลายโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ต่าง ๆ ก็สร้างความเสี่ยงสูงเช่นกัน เพราะโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานของเครื่องจักรและระบบหล่อเย็นที่จำเป็นต้องใช้ในโรงงานนิวเคลียร์ ปัจจุบันโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ของยูเครนที่ดำเนินการอยู่มี 4 แห่ง อยู่ในการควบคุมของรัฐบาลยูเครน 3 แห่ง และอีก 1 แห่งอยู่ในภูมิภาค Zaporizhzhia ซึ่งรัสเซียส่งทหารเข้าไปควบคุมพื้นที่  ที่ผ่านมา…

จีนคัดค้านปานามา กรณียกเลิกสัญญาสัมปทานท่าเรือ

รัฐบาลจีนเมื่อ 30 มกราคม 2569 ประกาศคัดค้านมาตรการของศาลฎีกาปานามา ที่มีคำตัดสินให้เพิกถอนสัญญาสัมปทานของบริษัท CK Hutchison ของฮ่องกง ที่เข้าไปบริหารท่าเรือในปานามา โดยใช้เหตุผลว่าการดำเนินการของบริษัทดังกล่าวที่เข้าไปพัฒนาท่าเรือจำนวน 2 แห่งในคลองปานามา ได้แก่ ท่าเรือ Balboa ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและท่าเรือ Cristobal ทางฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก นั้น ขัดกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศ ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนยืนยันว่าบริษัท CK Hutchison ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ และรัฐบาลจีนพร้อมจะใช้ทุกวิธีการเพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทจีนที่อยู่ในต่างประเทศ จีนมีมุมมองว่ามาตรการของรัฐบาลปานามา เป็นผลจากแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ปานามาลดอิทธิพลของจีนในคลองปานามา ตั้งแต่เมื่อปี 2568 โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุชัดเจนว่าต้องการให้สหรัฐฯ กลับเข้าไปมีสิทธิเป็นเจ้าของและบริหารจัดการคลองปานามา กังวลกับบทบาทและอิทธิพลของบริษัทจีนที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการของคลองปานามา ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่สำคัญของดลกและสหรัฐฯ เพราะผู้นำสหรัฐฯ มีมุมมองว่าบทบาทของจีนอาจเป็นผลเสียต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ กรณีดังกล่าวทำให้ปานามา กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการแข่งขันอิทธิพลระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในภูมิภาคอเมริกา สำหรับบริษัท CK Hutchison เป็นบริษัทบริหารท่าเรือสัญชาติฮ่องกง ก่อตั้งโดยนาย หลี คา-ฉิง นักธุรกิจชาวฮ่องกง ปัจจุบัน บริหารท่าเรืออยู่ใน 24 ประเทศ รวมทั้งสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ ศาลฎีกาปานามาเริ่มการพิจารณาเพิกถอนสัมปทานบริษัทดังกล่าวตั้งแต่เมื่อกลางปี 2568 ก่อนหน้านี้…

ชาวอเมริกันชุมนุมทั่วประเทศ คัดค้านมาตรการจัดการผู้อพยพ

ชาวอเมริกันทั่วประเทศรวมตัวกันเมื่อ 30 มกราคม 2569 ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อคัดค้านมาตรการและนโยบายของรัฐบาลต่อการจัดการผู้อพยพในประเทศที่มีการใช้ความรุนแรง และล่าสุดทำให้เกิดเหตุการณ์สังหารนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวอเมริกันจำนวน 2 คน ทำให้ชาวอเมริกันไม่พอใจอย่างมาก นอกจากนี้ การชุมนุมทั่วประเทศยังมีขึ้นในช่วงเดียวกันกับที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เริ่มการไต่สวนกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแห่งสหรัฐฯ (ICE) สังหารนาย Alex Pretti นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวอเมริกันเมื่อ 24 มกราคม 2569 แต่ยังไม่มีการไต่สวนกรณีเจ้าหน้าที่ ICE สังหารนาง Renee Nicole Good นักเคลื่อนไหวชาวอเมริกันเมื่อ 7 มกราคม 2569 สถานการณ์การชุมนุมประท้วงในรัฐมินเนโซตา น่าจับตามองมากที่สุด เพราะผู้ชุมนุมได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ รวมทั้งรัฐบาลท้องถิ่น เพราะมีมุมมองว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กระทำเกินหว่าเหตุ และไม่พอใจมาตรการส่งเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงของรัฐบาลกลางไปประจำการและควบคุมสถานการณ์การประท้วงในรัฐมินเนโซตา ทำให้ประชาชนชาวอเมริกันเผชิญความหวาดกลัวและถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ ICE ยืนยันว่าเข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่เพื่อปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายเท่านั้น เนื่องจากรัฐมินเนโซตามีผู้อพยพชาวโซมาเลียอยู่จำนวนมาก และรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันต้องการปราปบรามผู้อพยพผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากคาดว่าจะช่วยลดอาชญากรรมและเพิ่มพูนความปลอดภัยให้สังคม การประท้วงรัฐบาลประเด็นนโยบายปราบปรามผู้อพยพในประเทศ มีแนวโน้มจะยืดเยื้อและอาจขยายตัวกลายเป็นความรุนแรงและความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับชาวอเมริกันบางส่วนที่ไม่ชื่นชอบนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้านผู้อำนวยการ ICE พยายามลดระดับความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจต่อสังคมด้วยการระบุว่า ปฏิบัติการของ…

สหภาพยุโรปเตรียมบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบที่ 20

ถ้อยแถลงของ นาง Kaja Kallas หัวหน้าผู้แทนด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) เมื่อ 30 ม.ค.69 ว่า EU ระบุว่า มีแผนประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบที่ 20 ใน 24 ก.พ.69 เพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนที่ดำเนินมาเป็นเวลา 4 ปี โดยอยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดระหว่างประเทศสมาชิก เบื้องต้นข้อเสนอสำคัญครอบคลุมการห้ามให้บริการทางทะเลแก่รัสเซียอย่างเต็มรูปแบบเพื่อสกัดการดำเนินงานของกองเรือเงาขนส่งน้ำมัน ตลอดจนเพิ่มข้อจำกัดต่อภาคพลังงาน ปุ๋ย ธนาคาร และเครือข่ายที่ช่วยหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตร ขณะที่ยูเครนผลักดันให้ขยายเป้าหมายไปยังบริษัทและบุคคลที่ยังได้ประโยชน์จากรายได้พลังงานของรัสเซีย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็กและเครือข่ายสนับสนุนอุตสาหกรรมทางทหาร

สหรัฐฯ เพิ่มไทยเข้ากลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าระวังการแทรกแซงค่าเงินและนโยบายเศรษฐกิจมหภาค

กค.สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ  เมื่อ 29 ม.ค.69 ว่า  การตรวจสอบข้อมูล ครอบคลุม 4 ไตรมาส (มิ.ย.67 – มิ.ย.68) ไม่พบประเทศใดในกลุ่มคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าข่ายแทรกแซงค่าเงิน แต่ให้เฝ้าระวัง (Monitoring List)  10 ประเทศคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ เกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงินและนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งไทยเป็นประเทศเดียวที่ถูกเพิ่มเข้าในรายชื่อประเทศที่ต้องเฝ้าระวังดังกล่าว  ทั้งนี้  สหรัฐฯ ใช้เกณฑ์หลัก 3 ประการในการพิจารณาว่าประเทศใดเข้าข่ายแทรกแซงค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม ได้แก่ 1) เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ อย่างน้อย 15,000  ล้านดอลลาร์สหรัฐ  2) ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลอย่างน้อยละ 3 ของ GDP  และ 3)  มีพฤติกรรมแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง โดยหากเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3…

คิวบามีแนวโน้มเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำมันขั้นเลวร้าย

เว็บไซต์ นสพ. Financial Times รายงานเมื่อ 29 ม.ค.69 ว่า คิวบามีแนวโน้มเผชิญวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน หลังจากเวเนซุเอลาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าน้ำมันสำคัญของคิวบา ถูกสหรัฐฯ กดดัน ให้ระงับการส่งออกน้ำมันไปคิวบา โดยอ้างบริษัท Kpler ซึ่งให้บริการข้อมูลและการวิเคราะห์ด้านการค้าและโลจิสติกส์สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศ ประเมินว่า ปริมาณน้ำมันสำรอง ห้วง ม.ค.69 ของคิวบา จะเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ ได้ประมาณ 15–20 วัน หรือก่อนสิ้น ก.พ.69 หากคิวบายังไม่สามารถนำเข้าน้ำมันเพิ่มเติมได้ เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี 2569 เม็กซิโกส่งออกน้ำมันให้คิวบาได้เพียงครั้งเดียว เมื่อ 9 ม.ค.69  ขณะที่ห้วง พ.ย-ธ.ค.68 เวเนซุเอลาส่งออกน้ำมันไปยังคิวบา  และไม่มีการส่งออกไปยังคิวบาอีก หลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา เมื่อ 3 ม.ค.69 และบังคับเวเนซุเอลาให้ระงับการส่งออกน้ำมันไปยังคิวบา ทั้งนี้ ภาวะขาดแคลนน้ำมันในคิวบายิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาไฟฟ้าดับภายในประเทศรุนแรงเป็นวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า

อิหร่านโต้สหรัฐฯ พร้อมรับมือ หากมีการโจมตีทางทหาร

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบไปประจำการในภูมิภาคเพิ่มเติม พร้อมกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศข้อความข่มขู่รัฐบาลอิหร่านให้ยุติการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงในกรุงเตหะราน และยินยอมเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ด้านนาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านตอบโต้กับคำขู่ของสหรัฐฯ เมื่อ 28 มกราคม 2569 โดยระบุว่ากองทัพอิหร่านพร้อมรับมือกับการโจมตีทุกรูปแบบของสหรัฐฯ ทั้งทางบก ทางทะเล และอากาศ เนื่องจากที่ผ่านมา อิหร่านมีประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้กองทัพอิหร่านแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้น สหรัฐฯ หรือประเทศใดก็ตามที่โจมตีอิหร่านจะต้องเผชิญกับการตอบโต้และผลที่ตามมาอย่างรุนแรง อิหร่านแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ แต่ก็มีการเตรียมความพร้อม โดยมีรายงานในห้วงเดียวกันว่า รัฐบาลอิหร่านมอบอำนาจพิเศษให้รัฐบาลท้องถิ่นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์โจมตีหรือความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นในอิหร่านหลายพื้นที่เริ่มสั่งการนำเข้าสินค้าอุปโภค อาหาร น้ำสะอาด และพลังงาน โดยไม่ต้องทำตามระเบียบการนำเข้าอย่างเคร่งครัด เพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม สื่อในอิหร่านรายงานว่ารัฐบาลท้องถิ่นดำเนินการอย่างยากลำบาก เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลอิหร่านตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกรรมเพื่อเตรียมการสำหรับเหตุฉุกเฉินในประเทศ บรรยากาศความมั่นคงในอิหร่านมีแนวโน้มจะตึงเครียดต่อไปจนถึงห้วง กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากสหรัฐฯ ยังเดินหน้าทยอยส่งเรือรบและเครื่องบินรบเข้าไปประจำการในภูมิภาค ล่าสุดส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln ไปประจำการในทะเลอาระเบีย และประกาศว่าจะปฏิบัติการซ้อมรบทางอากาศกับพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงยืนยันคำขู่ที่จะโจมตีอิหร่านด้วยเครื่องมือทางทหาร หากยังมีรายงานการปราบปรามผู้ประท้วงด้วยมาตรการรุนแรง นอกจากนี้ ทั่วโลกกำลังประเมินความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะดำเนินการจัดการความมั่นคงในอิหร่านแบบเดียวกันกับวิธีการที่ใช้ในเวเนซุเอลา…

มาเลเซียเร่งร่างกฎหมายควบคุมการใช้งาน AI อย่างไม่เหมาะสม

รัฐบาลมาเลเซียให้ความสำคัญกับการควบคุมภัยคุกคามและอันตรายต่อสังคม รวมทั้งความมั่นคงแห่งชาติ จากการที่มีผู้ใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบไม่เหมาะสม เพื่อเผยแพร่ข้อมูลปลอมและข้อมูลบิดเบือน โดยฝ่ายนิติบัญญัติมาเลเซียเริ่มเสนอแนวคิดและร่างกฎหมาย AI Gover­nance Bill ตั้งแต่ พฤศจิกายน 2568 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เน้นการควบคุมและป้องกันการใช้เทคโนโลยี AI ไปสร้างเนื้อหาคลิปวิดีโอปลอม (deepfake) ซึ่งเคยเกิดเหตุดังกล่าวแล้วหลายครั้ง จนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อผู้นำมาเลเซียและรัฐบาล เป้าหมายสำคัญของกฎหมาย AI Gover­nance Bill คือ การกำหนดให้ผู้ผลิตเนื้อหาจาก AI รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดจากเนื้อหาที่สร้างขึ้น กำหนดแนวปฏิบัติที่ดี ให้สาธารณะมีส่วนร่วมในการคัดกรองเนื้อหา รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการควบคุมเนื้อหาที่ผลิตด้วย AI ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้สมดุลระหว่างการส่งเสริมทักษะการใช้ AI และการป้องกันภัยคุกคาม ปัจจุบัน สื่อมวลชนมาเลเซียรายงานความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายดังกล่าว พร้อมเผยแพร่ข้อมูลที่โน้มน้าวประชาชนได้ว่ารัฐบาลจำเป็นต้องควบคุมการใช้งาน AI โดยเมื่อ 29 มกราคม 2569 คณะกรรมาธิการการสื่อสารและมัลติมีเดียของมาเลเซียเปิดเผยว่า ในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐบาลมาเลเซียต้องกำจัดเนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นข่าวปลอม และสร้างจากเทคโนโลยี GenAI ไม่ต่ำกว่า 225,000 เนื้อหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเป็นอันตรายต่อสังคม…

ซาอุดีอาระเบียยืนยันจะไม่ยอมให้ฝ่ายใดใช้ดินแดนหรือน่านฟ้าเพื่อโจมตีอิหร่าน

เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมาร/นรม.ซาอุดีอาระเบีย ทรงหารือกับประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียอน ของอิหร่านเมื่อ 27 ม.ค.69 โดยทรงยืนยันว่า ซาอุดีอาระเบียจะไม่ยอมให้ฝ่ายใดใช้ดินแดนหรือน่านฟ้าซาอุดีอาระเบียเพื่อโจมตีอิหร่าน ซาอุดีอาระเบียเคารพในอธิปไตยของอิหร่าน พร้อมสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยการเจรจา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านแสดงความขอบคุณสำหรับจุดยืนและความพยายามของซาอุดีอาระเบียในการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค