ไทย ลาว และเมียนมา ร่วมมือต่อสู้ปัญหา PM2.5

Laotian Times รายงานกรณีไทย ลาว และเมียนมาเห็นพ้องแผนความร่วมมือใหม่เพื่อรับมือกับปัญหามลพิษทางอากาศ PM2.5 โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและการเฝ้าระวังร่วมกัน เพื่อควบคุมไฟป่าและการเผาในภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ ข้อตกลงดังกล่าวต่อยอดจากความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมถึงยุทธศาสตร์ฟ้าใส ซึ่งสะท้อนได้ว่าปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาข้ามพรมแดนที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศเดียว

พรรค USDP ประกาศชัยชนะการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมา

ถ้อยแถลงของพรรคเพื่อความเป็นปึกแผ่นและการพัฒนาแห่งสหภาพ (USDP) เมื่อ 26 ม.ค.69 ที่ระบุว่า พรรคได้รับชัยชนะการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจะเปิดทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่า กระบวนการเลือกตั้งขาดความเสรี และเป็นธรรม เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านถูกกีดกันออกจากกระบวนการเลือกตั้ง มีการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็น อีกทั้งรัฐธรรมนูญกำหนดให้กองทัพครองที่นั่งในรัฐสภาร้อยละ 25 โดยอัตโนมัติ ปัจจุบัน พรรค USDP ได้ที่นั่งในสภาอย่างน้อย 290 ที่นั่ง เมื่อรวมกับที่นั่งของกองทัพ 166 ที่นั่ง จะมีเสียงรวมมากกว่า 450 ที่นั่ง เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาล  ขั้นตอนต่อไป หลังการรับรองผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้งและผู้แทนกองทัพจะเสนอรายชื่อผู้สมัครตำแหน่งประธานาธิบดี 3 คน และลงมติเลือกหนึ่งคนเป็นประธานาธิบดี โดยอีกสองคนจะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่ง พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา น่าจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

นรม.ญี่ปุ่น แสดงท่าทีพร้อมหารือกับประธานาธิบดีจีน

ถ้อยแถลงของนางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ระหว่างการโต้วาทีของผู้นำพรรคการเมืองญี่ปุ่นในห้วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อ 26 ม.ค.69 ระบุว่า มีท่าทีเชิงบวกต่อการพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และจะพิจารณาความเป็นไปได้ของการเจรจาโดยตรงกับประธานาธิบดีจีน เพื่อให้จีนเข้าใจจุดยืนของญี่ปุ่นอย่างเหมาะสม  ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นในห้วงที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับจีนตึงเครียดขึ้นจากการที่นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ตอบกระทู้ถามในที่ประชุมรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อ 7 พ.ย.68 ว่า หากไต้หวันถูกรุกรานด้วยกำลังทหาร อาจส่งผลให้เกิดภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่น

รัฐมินนิโซตาเรียกร้องให้มีการถอนกำลัง จนท.รัฐบาลกลางออกจากพื้นที่

นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา แถลงเมื่อ 25 ม.ค.69  เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติภารกิจปราบปรามผู้ลักลอบเข้าเมืองและถอนกำลัง จนท.จากรัฐบาลออกจากพื้นที่ ก่อนที่จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก หลังจากเกิดเหตุ จนท.ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement – ICE) ยิงนายอเล็กซ์ เพรตติ จนท.พยาบาลเสียชีวิต ขณะสังเกตการณ์การปฏิบัติภารกิจของ ICE เมื่อ 24 ม.ค.69 ซึ่งเป็นรายที่ 2 ตั้งแต่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเมื่อ ธ.ค.68   ทั้งนี้ ประชาชนนัดหยุดงานทั่วรัฐมินนิโซตา เมื่อ 23 ม.ค.69 และชุมนุมประท้วงบริเวณสนามบินมินนีแอโปลิส-เซนต์พอล เพื่อคัดค้านนโยบายเนรเทศผู้อพยพของรัฐบาลกลาง แม้สภาพอากาศเลวร้ายจากพายุฤดูหนาวที่มีการประกาศเตือนภัย Wind Chill ที่อุณหภูมิอาจลดต่ำลงถึง – 130 องศาฟาเรนไฮด์