มาเลเซียสกัดจับเรือบรรทุกน้ำมันผิดกฎหมาย

หน่วยยามชายฝั่งของมาเลเซียในรัฐปีนัง สกัดจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 2 ลำ เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากต้องสงสัยว่าลักลอบถ่ายโอนน้ำมันผิดกฎหมายในน่านน้ำของมาเลเซีย ตั้งแต่เมื่อ 29 มกราคม 2569 จากการสกัดจับกุมดังกล่าวสามารถยึดน้ำมันได้มูลค่ามากกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะควบคุมตัวลูกเรือสัญชาติจีน เมียนมา อิหร่าน ปากีสถาน และอินเดียได้จำนวนรวม 53 คน ส่วนเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวมีมูลค่ารวมประมาณ 182 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาเลเซียจะสอบสวนลูกเรือและขยายผลต่อไป โดยเบื้องต้นดำเนินคดีภายใต้กฎหมายการเดินเรือพาณิชย์ เนื่องจากมีการขนถ่ายสินค้าระหว่างเรือสองลำกลางทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาต หลบเลี่ยงการตรวจสอบ และผิดกฎหมาย ปฏิบัติการสกัดจับดังกล่าวสะท้อนว่าหน่วยยามชายฝั่งของมาเลเซียให้ความสำคัญกับการเข้มงวดตรวจสอบและลาดตระเวนในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังการกระทำที่ผิดกฎหมายในน่านน้ำมาเลเซีย ทั้งนี้ มาเลเซียให้ความสำคัญกับการปกป้องความมั่นคงทางทะเล ซึ่งครอบคลุมถึงการปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมกับนานาชาติเพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มอาชญการรมข้ามชาติจะไม่ใช้น่านน้ำมาเลเซียในการก่อเหตุหรือใช้ประโยชน์ ทั้งขบวนการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามาติอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งน่านน้ำบริเวณรัฐปีนัง รัฐปีนังของมาเลเซียเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางทะเลที่สำคัญของมาเลเซีย เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางทะเลทั้งในมิติเศรษฐกิจและความปลอดภัย เนื่องจากที่ผ่านมามีรายงานการลักลอบขนส่งน้ำมันดิบผ่านน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของช่องแคบมะละกาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มาเลเซียมีความร่วมมือกับหลายประเทศ รวมทั้งไทย เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียมีเป้าหมายพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของประเทศด้วย

อิหร่าน-สหรัฐฯ จะเจรจาประเด็นความมั่นคงทางนิวเคลียร์

บรรยากาศความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายส่งสัญญาณว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเจรจากันเกี่ยวกับความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ล่าสุด สื่อมวลชนต่างประเทศคาดว่าผู้แทนจากอิหร่านและสหรัฐฯ จะเดินทางไปพบปะหารือกันที่ตุรกี ใน 6 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ อิหร่านจะส่งนายอับบาส อะราคชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปพบกับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาและบุตรเขยของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยจะมีผู้แทนจากตุรกี กาตาร์ อียิปต์ และโอมาน สนับสนุนและประสานงานเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหาแนวทางลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค ที่ผ่านมา ทั้ง 4 ประเทศพยายามแสดงบทบาทด้านการประสานงานและเป็นตัวกลางผลักดันให้เกิดการเจรจามาโดยตลอด เพราะไม่ต้องการให้ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลเสียต่อบรรยากาศด้านความมั่นคงปลอดภัยของภูมิภาคตะวันออกกลาง และนอกจากทั้ง 4 ประเทศข้างต้น มีรายงานว่าอิหร่านหารือกับซาอุดีอาระเบียในประเด็นการเจรจากับสหรัฐฯ ด้วย สะท้อนว่าประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางร่วมมือกันอยู่เบื้องหลังเพื่อรักษาสันติภาพในภูมิภาค ประเด็นสำคัญที่อิหร่านกับสหรัฐฯ จะเจรจากัน คือ โครงการพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งเป็นประเด็นเดียวที่อิหร่านจะยอมหารือกับสหรัฐฯ เพื่อตกลงเงื่อนไขต่าง ๆ ร่วมกัน แต่ยังคงยืนยันไม่เจราจาเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธหรือประเด็นความมั่นคงอื่น ๆ ของอิหร่าน ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านไปแล้ว…

สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงการค้ากับอินเดีย ลดอัตราภาษีตอบโต้เหลือร้อยละ 18

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเผยว่าบรรลุการเจรจาข้อตลงลงการค้ากับอินเดีย หลังจากสนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิของอินเดียแล้ว โดยสหรัฐฯ จะลดอัตราภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากอินเดียที่อัตราร้อยละ 18 จากเดิมที่กำหนดไว้ร้อยละ 50 แลกเปลี่ยนกับการที่อินเดียจะต้องยกเลิกการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย รวมทั้งจะต้องสั่งซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ แทน พร้อมประกาศด้วยว่าข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันที ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่าผู้นำสหรัฐฯ จะขายน้ำมันที่ได้จากการบริหารจัดการแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลาให้อินเดีย นอกจากนี้ อินเดียจะต้องซื้อผลผลิตด้านเกษตรกรรม และเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ มูลค่ารวมมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นายกรัฐมนตรีโมดิของอินเดียใช้สื่อสังคมออนไลน์ตอบรับข้อเสนอและประกาศเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าดังกล่าว โดยกล่าวขอบคุณผู้นำสหรัฐฯ ที่พิจารณาลดอัตราภาษีตอบโต้ให้ และมีมุมมองว่าการลดอัตราภาษีจะช่วยให้อินเดียกลับเข้าไปแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างดี เพราะเป็นอัตราที่ใกล้เคียงกับที่สหรัฐฯ ใช้กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำอินเดียมีท่าทีสอดคล้องกันเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว แต่สื่อมวลชนมีมุมมองว่าข้อตกลงครั้งนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะไม่มีการลงนามเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้นำอินเดียยังไม่ให้ความเห็นเรื่องการซื้อน้ำมัน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ประเทศมหาอำนาจทั่วโลกจับตามอง เนื่องจากที่ผ่านมา อินเดียไม่สนใจมาตรการคว่ำบาตรของประเทศตะวันตกต่อรัสเซีย และเป็นผู้ซื้อน้ำมันจากรัสเซียรายใหญ่ พร้อมกันนี้ สื่อมวลชนจีนตั้งข้อสังเกตว่าประธานาธิบดีทรัมป์พยายามโน้มน้าวและกดดันอินเดียให้ยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซียมาโดยตลอด แต่ไม่สำเร็จ เพราะรัฐบาลอินเดียถือว่าการซื้อน้ำมันจากรัสเซียเป็นผลประโยชน์และความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ดังนั้น จึงต้องติดตามนโยบายของอินเดียอย่างใกล้ชิดต่อไปว่าจะบริหารการค้าพลังงานกับรัสเซียต่อไปอย่างไร เพื่อให้สมดุลกับการรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ คาดว่าอินเดียกับสหรัฐฯ จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าวมากขึ้น หลังจากนาย Subrahmanyam Jaishankar รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเยือนสหรัฐฯ…

ไทยมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น แม้เผชิญมาตรการภาษี

Nikkei Asia รายงานกรณีมาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกที่สำคัญของเอเชีย ตอ.ต. มียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในปี 2568 เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นด้วย ไทยมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 51,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 35,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2567 ซึ่งได้แรงหนุนจากการเติบโตของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เป็น 67,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การขาดดุลการค้าของประเทศต่าง ๆ ต่อจีนที่จะขยายตัวขึ้น  อาจทำให้จีนส่งสินค้าผ่านประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ไปยังสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงกว่า ขณะที่การส่งออกของประเทศในเอเชีย ตอ.ต. ในปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และเมื่อข้อตกลงการค้าของสหรัฐฯ กับหลายประเทศเริ่มมีผล จะทำให้มีการนำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และยอดเกินดุลการค้าจะลดลง ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคในปี 2569

รัสเซียแสดงจุดยืนไม่ยอมรับกรณีสหรัฐฯ กดดันและขัดขวางการนำเข้าพลังงานของคิวบา

นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย หารือทางโทรศัพท์กับนายการ์โลส เฟร์นานเดซ เด กอสซิโอ  รมว.กต.คิวบา เมื่อ 2 ก.พ.69 ว่า รัสเซียย้ำจุดยืนไม่ยอมรับกรณีสหรัฐฯ กดดันทางด้านเศรษฐกิจและการทหารต่อคิวบา เฉพาะอย่างยิ่งการขัดขวางการนำเข้าพลังงานของคิวบา ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและมนุษยธรรมในคิวบาเลวร้ายลง พร้อมยืนยันจะคงการสนับสนุนทางการเมืองและการจัดหาสิ่งจำเป็นแก่คิวบา นอกจากนี้ รัสเซียยังห่วงกังวลสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียดและการใช้ถ้อยคำเชิงข่มขู่และคุกคามของของสหรัฐฯ ต่อคิวบา โดยรัสเซียจะติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อ 29 ม.ค.69 ประกาศมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรต่อประเทศที่ 3 ที่ส่งออกน้ำมันให้คิวบา รวมถึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยอ้างว่าคิวบาเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ริเริ่มโครงการสร้างคลังสำรองแร่ธาตุหายาก

สนข.The Guardian รายงานเมื่อ 3 ก.พ.69 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศริเริ่มโครงการสร้างคลังสำรองแร่ธาตุสำคัญ หรือ “Project Vault” ซึ่งจะใช้งบประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยเงินกู้จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐฯ ประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินทุนจากภาคเอกชนอีก 1,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ และปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอื่นที่ใช้แร่ธาตุสำคัญเป็นส่วนประกอบ รวมทั้งตอบโต้การแทรกแซงราคาแร่ธาตุสำคัญจากจีน

รมว.กต.อินเดีย อยู่ระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับ รมว.ด้านแร่ธาตุสำคัญ

นายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รมว.กต.อินเดีย อยู่ระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐฯ ห้วง 2-4 ก.พ.69 เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับ รมว.ด้านแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals Ministerial) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี โดยจะหารือเกี่ยวกับการส่งเสริมความเข้มแข็งและกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญในระดับโลก การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านแร่ธาตุสำคัญ โอกาสนี้ นายชัยศังกระจะพบหารือกับนายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ และ จนท.ระดับสูง ทั้งนี้ สื่อของอินเดีย คาดว่า การเยือนครั้งนี้ จะผลักดันอินเดียเข้าเป็นสมาชิก Pax Silica ที่สหรัฐฯ ริเริ่ม เพื่อส่งเสริมความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์