สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บน Truth Social เมื่อ 5 ก.พ. 69 ว่า นางทาคาอิจิ ซานาเอะนรม.ญี่ปุ่น เป็นผู้นำที่เข้มแข็ง  และฉลาด รวมทั้ง  เป็นผู้นำที่รักประเทศ พร้อมเสริมว่า นางซานาเอะจะไม่ทำให้ชาวญี่ปุ่นผิดหวัง ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ให้การสนับสนุนนาย ฮาเวียร์ มิเลย์ ประธานาธิบดีของอาร์เจนตินา และนายวิกเตอร์ ออร์บาน อดีต นรม.ของฮังการี ทั้งนี้  ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดระหว่างกันและมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

รัสเซียออกแถลงการณ์กรณีสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์สิ้นสุดลง

รัสเซียออกแถลงการณ์เมื่อ 5 ก.พ. 69 เสียใจต่อการสิ้นสุดลงของสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ หรือ New Start (Strategic Arms Reduction Treaty) ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายที่ยังเหลือยู่ระหว่าง รัสเซีย และ สหรัฐฯ ในขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการคงข้อจำกัดด้านอาวุธนิวเคลียร์แบบเดิม และต้องการข้อตกลงใหม่ที่ดีและทันสมัยมากกว่าเก่า โดยการสิ้นสุดลงของสนธิสัญญาฉบับนี้ ส่งผลให้คลังอาวุธนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสองแห่งไม่ถูกจำกัดเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ ก่อนหน้านี้เอง ปณะธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศว่าพร้อมที่จะยึดข้อตกลงดังกล่าวต่อไปอีกหนึ่งปี แต่ทางประธานาธิบดี ทรัมป์ เพิกเฉยต่อข้อเสนอนี้เนื่องจากต้องการให้จีนเข้าร่วมในสนธิสัญญาฉบับใหม่

สหรัฐฯ เชิญฟิลิปปินส์เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ

เมื่อ 5 ก.พ.69 นายJose Manuel Romualdez เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำสหรัฐฯ เปิดเผยในงานเปิดตัวสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ 80 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ ณ เมืองปาไซ ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งคำเชิญไปให้ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวเป็นโครงการริเริ่มของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อส่งเสริมสันติภาพและการร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระดับโลก แต่รัฐบาลฟิลิปปินส์อยู่ในระหว่างการพิจารณารายละเอียด และการประเมินข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะด้านงบประมาณ อย่างไรก็ดี ฟิลิปปินส์ยืนยันว่าจะพิจารณาผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักก่อนตัดสินใจรับข้อเสนอ

ไนจีเรียเปิดปฏิบัติการทหารหลังเหตุการณ์สังหารหมู่ 162 ศพ

ประธานาธิบดีโบลา ทินูบู ของไนจีเรีย สั่งเปิดปฏิบัติการ สะวันนาชีลด์ ส่งกองพันทหารลงพื้นที่เขตไคอามา รัฐควารา เพื่อปราบปรามกลุ่มติดอาวุธหลังบุกเผาทำลายหมู่บ้านโวโรและนูกู สังหารชาวบ้าน 162 ราย เมื่อ 3 ก.พ.69 เหตุเพราะชาวบ้านขัดขืนการปลูกฝังแนวคิดสุดโต่ง ขณะเดียวกันที่รัฐคาดูนา ผวจ. อูบา ซานี แถลงยืนยันว่าชาวคริสต์ 183 คนที่ถูกลักพาตัวไปได้รับการปล่อยตัวปลอดภัยแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่ามีการประสานงานโจมตีทางอากาศเพื่อปกป้องชาวคริสต์ซึ่งเชื่อว่าเป็นเป้าหมายหลัก แม้นักวิเคราะห์จะแย้งว่าเหยื่อส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นชาวมุสลิมก็ตาม โดยสถานการณ์ความรุนแรงกำลังขยายวงกว้างจากการแย่งชิงพื้นที่ของกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งมาตรการความมั่นคงเดิมและการเจรจาระดับท้องถิ่นยังล้มเหลวในการยุติวิกฤตครั้งนี้

อินเดียและมาเลเซีย เตรียมหารือเรื่องข้อตกลงทางการค้า

สำนักข่าว Bernama ของมาเลเซียเปิดเผยเมื่อ 5 ก.พ.69 ว่า อินเดียและมาเลเซียจะหารือถึงข้อตกลงทางการค้า ระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมติ ของอินเดียเยือนมาเลเซีย ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ (6-7 ก.พ.69) เพื่อยกระดับการค้าระหว่างทั้งสองประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยคาดว่านายกรัฐมนตรีโมติ และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม จะหารือกันในประเด็นหลายด้านสำคัญ เช่น การค้า การลงทุน กลาโหม อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน การศึกษา สาธารณสุข และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนต่อประชาชน นอกจากนี้อินเดียยังสนใจขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมาเลเซีย ทั้งการขายยุทโธปกรณ์และการต่อเรือรบ

การเจรจา 3 ฝ่ายครั้งที่ 2 ของสงครามรัสเซีย-ยูเครน จบลงโดยปราศจากข้อตกลงยุติสงคราม

ผลจากการเจรจา 3 ฝ่ายครั้งที่ 2 เมื่อ 4 ก.พ.69 ที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางในการเจรจา ได้ข้อสรุปคือ รัสเซียและยูเครนบรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนเชลยศึกจำนวนฝ่ายละ 157 คน โดย กห.ของรัสเซียและ จนท.ของสหรัฐฯ และยูเครนยืนยันแล้วว่าการแลกเปลี่ยนดังกล่าวได้เริ่มขึ้นเมื่อ 5 ก.พ.69 แต่การเจรจายังคงไร้ข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ตาม นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำทีมไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ ร่วมกับจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า งานสำคัญยังคงอยู่ ในการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงคราม แต่การแลกเปลี่ยนเชลยศึกแสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมทางการทูตที่ยั่งยืนกําลังให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะยุติสงครามในยูเครน ในขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนระบุว่า การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะปัญหาเรื่องดินแดน และต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่านี้ พร้อมทั้งเรียกร้องหลักประกันความมั่นคงจากพันธมิตรยุโรปและสหรัฐฯ ด้วย

เกาหลีใต้ฝึกซ้อม เตรียมพร้อมรับมือโรคระบาดใหม่ในอนาคต

เกาหลีใต้ร่วมกับแนวร่วมเพื่อการเตรียมความพร้อมด้านนวัตกรรมวัคซีนโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations) และสถาบันวัคซีนนานาชาติ (International Vaccine Institute) จัดการฝึกซ้อมจำลองการระบาดใหญ่เชิงสมมติเป็นครั้งแรกของประเทศและภูมิภาค เมื่อ 5 ก.พ.69  เพื่อยกระดับความพร้อมในการพัฒนา ทดสอบ อนุมัติ และผลิตวัคซีนอย่างรวดเร็วหากเกิดโรคระบาดใหม่ในอนาคต มีเป้าหมายเพื่อการเสริมศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ กฎระเบียบ และอุตสาหกรรม เพื่อให้เกาหลีสามารถตอบสนองต่อวิกฤตด้านสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว และสอดคล้องกับ “ภารกิจ 100 วัน” ในการพัฒนาวัคซีน ทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นคงทางสุขภาพในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านความพร้อมรับมือโรคระบาดและความมั่นคงทางสุขภาพ

คิวบาเสนอการเจรจากับสหรัฐฯ หลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงาน

ประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ของคิวบาเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเผยต่อสื่อมวลชนต่างประเทศว่าจะเสนอการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้ยกเลิก หรือผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรการค้าน้ำมันกับคิวบา เนื่องจากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ ที่ผ่านมา คิวบาต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อใช้เป็นพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมา คิวบาจะเริ่มมีความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในระยะยาว เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าเครื่องมือด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ มีประสิทธิภาพในการสร้างแรงกดดันต่อประเทศในภูมิภาคอเมริกา โดยเมื่อ มกราคม 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ ยกระดับการคว่ำบาตรคิวบา ด้วยการระงับการส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปคิวบา และผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่ง (executive order) เมื่อ 30 มกราคม 2569 ห้ามนานาชาติส่งน้ำมันไปคิวบา ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญอัตราภาษีจากสหรัฐฯ ทำให้คิวบาเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนพลังงาน และผู้นำคิวบาจำเป็นต้องเสนอการเจรจาเพื่อต่อรอง พร้อมย้ำว่าจะไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ แทรกแซงการเมืองภายใน หรือรุกล้ำอธิปไตยของคิวบา เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เคยระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองของคิวบา ผู้นำคิวบายืนยันว่าจะใช้ทุกวิธีการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงพลังงานในประเทศ และย้ำว่าคิวบามีสิทธิที่จะค้าขายกับต่างประเทศ พร้อมยังมีมุมมองว่ามาตรการของสหรัฐฯ แข็งกร่าวและเข้าข่ายอาชญากรรม เพราะการตัดช่องทางการค้าน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของคิวบา ทั้งการคมนาคม การให้บริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการผลิตอาหารเพื่อการอยู่รอด ก่อนหน้านี้ รัฐบาลคิวบาร้องขอความช่วยเหลือจากรัสเซียและเม็กซิโก แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด…

ผู้นำสหรัฐฯ สนับสนุน นรม.ทาคาอิชิ ก่อนการเลือกตั้งในญี่ปุ่น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงความคิดเห็นต่อการเมืองและการเลือกตั้งญี่ปุ่น ที่จะจัดขึ้นใน 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้นำสหรัฐฯ ประกาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์สนับสนุนนางทาคาอิชิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พร้อมให้เหตุผลว่าเนื่องจากน นรม.ทาคาอิชิ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นผู้นำที่มีความแข็งแกร่ง ฉลาด และรักประเทศชาติ ดังนั้น ผู้นำสหรัฐฯ เชื่อว่า นรม.ทาคาอิชิจะไม่ทำให้ชาวญี่ปุ่นผิดหวัง ทั้งนี้ นรม.ทาคาอิชิเป็นผู้นำญี่ปุ่นในช่วงที่ต้องเผชิญความท้าทายในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่มีนโยบายภาษีตอบโต้ต่อญี่ปุ่นสูงถึงร้อยละ 25 แต่สามารถเจรจาได้ลดลงเหลือร้อยละ 15 ประธานาธิบดีทรัมป์เคยเยือนญี่ปุ่นและพบกับ นรม.ทาคาอิชิ เมื่อ ตุลาคม 2568 ระหว่างการเยือนเอเชีย ซึ่ง นรม.ญี่ปุ่นจัดการต้อนรับอย่างดีและบรรลุการเจรจาเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันต่อไปทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ ที่สำคัญ คือ การลงนามในความร่วมมือด้านการสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่หายากที่เข้มแข็ง ซึ่งผู้นำทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องว่าจะเป็น “ยุคทอง” ร่วมกันของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าพร้อมจะจัดการต้อนรับ นรม.ทาคาอิชิที่มีกำหนดการเยือนสหรัฐฯ ใน 13 มีนาคม 2569 ด้วย…

รัสเซีย-ยูเครนแลกเปลี่ยนนักโทษ ยังไม่บรรลุการเจรจาสันติภาพ

รัสเซียกับยูเครนเสร็จสิ้นการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างกันรอบที่ 2 เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยยังไม่สามารถตกลงแผนการสร้างสันติภาพและยุติสงครามระหว่างกันได้ อย่างไรก็ตาม รัสเซียกับยูเครนตกลงที่จะแลกเปลี่ยนนักโทษสงครามระหว่างกันจำนวน 157 คน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด และเป็นไปตามการประสานงานของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ทั้ง 2 ประเทศใช้วิธีการทางการทูตเพื่อรักษาระดับความขัดแย้ง และคาดหวังให้ไปสู่การยุติสงคราม การแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างกันครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ ตุลาคม 2568 มีรายงานว่านักโทษชาวรัสเซียเป็นทหารทั้งหมด ด้านนักโทษชาวยูเครน มีพลเรือนจำนวน 7 คน นอกนั้นเป็นทหารยูเครน ส่วนใหญ่ถูกกองทัพรัสเซียควบคุมตัวไปเมื่อ 2565 ผู้แทนรัสเซียมีมุมมองเชิงบวกต่อขั้นตอนและกระบวนการหารือครั้งนี้ เนื่องจากเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเงื่อนไขระหว่างกันอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม รัสเซียไม่พอใจบทบาทของยุโรปในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากขัดขวางการเจรจา และกล่าวโทษรัสเซียเชิงลบอยู่เสมอ ด้านประธานาธิบดียูเครนให้ความเห็นว่าการเจรจาเป็นขั้นตอนที่เป็นประโยชน์ แต่ยอมรับว่ายังมีหลายประเด็นที่เป็นความท้าทายและรัฐบาลยูเครนต้องเจรจาอย่างระมัดระวัง เพราะประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ คือ อธิปไตยเหนือดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน การเจรจา 3 ฝ่ายเพื่อหาแนวทางยุติสงครามในยูเครนจะจัดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3 มีความเป็นไปได้ที่จะจัดการเจรจาที่สหรัฐฯ แต่ยังไม่ได้กำหนดการที่ชัดเจน ทั้งนี้ สงครามรัสเซีย-ยูเครนจะครบรอบ 4 ปีใน…