ประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ของคิวบาเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเผยต่อสื่อมวลชนต่างประเทศว่าจะเสนอการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อให้ยกเลิก หรือผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรการค้าน้ำมันกับคิวบา เนื่องจากมาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ ที่ผ่านมา คิวบาต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเพื่อใช้เป็นพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมา คิวบาจะเริ่มมีความสามารถในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในระยะยาว เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าเครื่องมือด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ มีประสิทธิภาพในการสร้างแรงกดดันต่อประเทศในภูมิภาคอเมริกา โดยเมื่อ มกราคม 2569 รัฐบาลสหรัฐฯ ยกระดับการคว่ำบาตรคิวบา ด้วยการระงับการส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาไปคิวบา และผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่ง (executive order) เมื่อ 30 มกราคม 2569 ห้ามนานาชาติส่งน้ำมันไปคิวบา ไม่เช่นนั้นจะต้องเผชิญอัตราภาษีจากสหรัฐฯ ทำให้คิวบาเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนพลังงาน และผู้นำคิวบาจำเป็นต้องเสนอการเจรจาเพื่อต่อรอง พร้อมย้ำว่าจะไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ แทรกแซงการเมืองภายใน หรือรุกล้ำอธิปไตยของคิวบา เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เคยระบุว่าสหรัฐฯ ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองของคิวบา ผู้นำคิวบายืนยันว่าจะใช้ทุกวิธีการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงพลังงานในประเทศ และย้ำว่าคิวบามีสิทธิที่จะค้าขายกับต่างประเทศ พร้อมยังมีมุมมองว่ามาตรการของสหรัฐฯ แข็งกร่าวและเข้าข่ายอาชญากรรม เพราะการตัดช่องทางการค้าน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของคิวบา ทั้งการคมนาคม การให้บริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการผลิตอาหารเพื่อการอยู่รอด ก่อนหน้านี้ รัฐบาลคิวบาร้องขอความช่วยเหลือจากรัสเซียและเม็กซิโก แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด…