ปฏิบัติการสังหารพ่อค้ายาเสพติดเม็กซิโก กับความมั่นคงของละตินอเมริกา

หน่วยปฏิบัติการพิเศษเม็กซิโกประสบความสำเร็จในปฏิบัติการสังหารพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเม็กซิโก หรือนาย Nemesio Oseguera Cervantes อายุ 59 ปี หรือที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฉายา El Mencho เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากทั่วโลก เพราะนอกจาก El Mencho จะเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของเม็กซิโก และเป็นผู้นำขบวนการค้ายาเสพติด Jalisco New Generation Cartel หรือ CJNG ที่นำยาเสพติดจำนวนมากส่งไปยังสหรัฐฯ ปฏิบัติการครั้งนี้ยังมีหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนหน่วยปฏิบัติการพิเศษของเม็กซิโกด้วย นาย El Mencho เป็นอดีตนักโทษในสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ยังต้องการตัวกลับไปรับโทษในคดีค้ายาเสพติดข้ามชาติ ปฏิบัติการครั้งนี้  สะท้อนความร่วมมือด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรยาเสพติดระหว่างสหรัฐฯ กับ  เม็กซิโก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 2.0 ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมในภูมิภาคละตินอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งประเด็นยาเสพติด การฟอกเงิน และการลักลอบค้าอาวุธ ดังนั้น ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่างเม็กซิโกกับสหรัฐฯ จะทำให้เม็กซิโกจะรอดพ้นจากการถูกรุกรานอธิปไตย โดยสหรัฐฯ จากที่มีตัวอย่างกรณีสหรัฐฯ บุกจับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อต้นมกราคม…

ผู้นำสหรัฐฯ จะแสดงวิสัยทัศน์ในถ้อยแถลงสถานภาพแห่งชาติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดการจะแสดงวิสัยทัศน์และชี้แจงผลงานสำคัญของรัฐบาล ผ่านการแถลงสถานภาพแห่งชาติ (State of the Union) ใน 24 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นการแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งแรกหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 2 และเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำรัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ในการโน้มน้าวสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก ให้ร่วมมือกับรัฐบาลผลักดันกฎหมายสำคัญและนโยบายต่าง ๆ ตามเป้าหมาย America First หรือปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก ประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้การแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้ กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินยุธศาสตร์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ กระตุ้นตลาดแรงงาน การดึงดูดการลงทุนเข้าสหรัฐฯ การกำจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ การแก้ไขปัญหาผู้อพยพและการกระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งการปรับภาพลักษณ์บทบาทของสหรัฐฯ ในต่างประเทศให้เป็นผู้นำโลกที่สร้างสันติภาพผ่านการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร หรือ Peace Through Strength ตามลักษณะนโยบายที่เป็นเอกลักษณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ นอกจากนี้ ทั่วโลกยังติดตามแนวโน้มนโยบายด้านความมั่นคงพลังงานและอุตสาหกรรมในประเทศ เนื่องจากเป็นประเด็นที่นักธุรกิจและผู้ประกอบการชาวอเมริกันต้องการมาตรการที่ชัดเจน และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล การแถลงสถานภาพแห่งชาติของผู้นำสหรัฐฯ ที่ผ่านมาเป็นเหตุการณ์สำคัญตามธรรมเนียมการเมืองสหรัฐฯ ที่จะสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะให้ความสำคัญกับนโยบายด้านใดเป็นอันดับแรก รวมทั้งวิธีการที่ผู้นำรัฐบาลจะใช้ในการโน้มน้าวหรือต่อรองกับฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมีประเด็นคัดค้านและขัดแย้งกัน เช่น การใช้มาตรการขึ้นภาษีตอบโต้ฝ่ายเดียวต่อประเทศคู่ค้า และมาตรการปราบปรามผู้อพยพอย่างเด็ดขาดและรุนแรงในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่เชื่อมั่นในตนเองและมักจะกล่าวสุนทรพจน์นอกเหนือจากที่ทีมงานเตรียมการไว้ให้ แต่เนื่องจากการแถลงสถานภาพแห่งชาติครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการเลือกตั้งกลางสมัยของสหรัฐฯ…

ฟิลิปปินส์ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเยือนหมู่เกาะ Thitu ในทะเลจีนใต้

  ฟิลิปปินส์แสดงอำนาจเหนืออธิปไตยในหมู่เกาะ Thitu หรือเกาะ Pag-asa ในทะเลจีนใต้ ในห้วงที่สถานการณ์ค่อนข้างตึงเคียด ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ พร้อมนาง Risa Hontiveros วุฒิสมาชิกฟิลิปปินส์ ไปเยือนเกาะดังกล่าวด้วยเครื่องบินของหน่วยลาดป้องกันชายฝั่ง เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อย้ำว่าฟิลิปปินส์มีอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าว ฟิลิปปินส์จะไม่ยอมแพ้ต่อการปกป้องดินแดนในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก และประชากรชาวฟิลิปปินส์จำนวน 400 คน มีสิทธิ์อย่างชอบธรรมที่จะอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกันนี้ นาง Risa Hontiveros ระบุด้วยว่าฟิลิปปินส์พร้อมจะร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ที่มีแนวคิดเหมือนกัน (like-minded nations) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ฟิลิปปินส์ ผ่านความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวสาร และการลาดตระเวนร่วม ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฟิลิปปินส์เยือนเกาะ Thitu ในทะเลจีนใต้ มีรายงานว่าจีนส่งเรือลาดตระเวนอยู่ใกล้กับบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ สื่อมวลชนรายงานว่าจีนส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือว่า “ยินดีต้อนรับสู่จีน” ไปยังผู้ที่เดินทางไปเกาะ Thitu ด้วย ก่อนหน้านี้เมื่อ มกราคม 2569 มีรายงานว่าจีนปฏิบัติการลาดตระเวน ทั้งทางอากาศและทางทะเลในพื้นที่บริเวณที่เป็นข้อพิพาทระหว่างประเทศในทะเลจีนใต้ ใกล้กับแนวปะการัง Scarborough ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ ตลอดจนมีรายงานว่าหน่วยยามชายฝั่งของจีนเข้าไปสกัดการล่องเรือประมงของชาวฟิลิปปินส์อยู่หลายครั้ง…

อาเซียนออกแถลงการณ์ในวาระครบรอบ 50 ปี สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. (TAC)

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมของ รมว.กต.อาเซียน เมื่อ 24 ก.พ.69 เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี สนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. (TAC) และเปิดตัวตราสัญลักษณ์วาระครบรอบ 50 ปีของ TAC โดยแถลงการณ์ระบุถึงความสำคัญของ TAC ในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค โดยยึดมั่นในหลักการเคารพซึ่งกันและกันในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกิจการภายใน และการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ อีกทั้งเน้นย้ำถึงหลักการและเจตนารมณ์ของ TAC ที่เป็นรากฐานสำคัญของความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) และมีบทบาทในการเสริมสร้างสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นผู้นำ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการหารือและความร่วมมือ ทั้งยังเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045  

ญี่ปุ่นเรียกร้องความร่วมมือจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ส่งเสริมความมั่นคงทางทะเล

สุนทรพจน์ของนายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น ในที่ประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศญี่ปุ่น-หมู่เกาะแปซิฟิก ครั้งที่ 3 (Japan Pacific Islands Defense Dialogue-JPIDD) เมื่อ 23 ก.พ.69 ที่กรุงโตเกียว ได้เรียกร้องให้ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกกระชับความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล ย้ำถึงความสำคัญของการรักษาไว้ซึ่งมหาสมุทรที่เสรีและเปิดกว้าง  พร้อมทั้งระบุว่าการใช้กำลังเพื่อพยายามเปลี่ยนแปลงสถานะเดิม  ไม่อาจยอมรับได้  และยืนยันความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นต่อการรักษาสันติภาพ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นมีแผนริเริ่มโครงการเชิญเจ้าหน้าที่ระดับต้นและระดับกลางจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก ที่รับผิดชอบด้านการกำหนดนโยบายความมั่นคง เดินทางเยือน กห.ญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและพัฒนาความร่วมมือด้านบุคลากร

ผู้เชี่ยวชาญเตือนภัยคุกคามจาก AI ต่อความมั่นคงมนุษย์

ในห้วงต้นปี 2569 ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจำนวนมากเผยแพร่คำเตือนเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ซึ่งเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งในเชิงพาณิชย์และการใช้ข้อมูลทั่วไป เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าการใช้งาน AI ในปัจจุบันขยายตัวรวดเร็วมากเกินไปโดยไม่มีการควบคุม จนเสี่ยงสร้างอันตรายต่อสังคมมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่ง AI ถูกนำไปใช้ในการสร้างข้อมูลหลอกลวง ใช้พัฒนาการโจมตีทางไซเบอร์ และกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้มนุษย์ตัดสินใจผิดพลาดมากขึ้น ในรายงาน International AI Safety ประจำปี 2569 ที่เผยแพร่เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องความเสี่ยงที่ AI จะมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์หรือประมวลผลแทนที่แรงงานมนุษย์ได้ แต่ AI กำลังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ความคิดหรือความเชื่อของมนุษย์มากขึ้นจนน่าวิตกกังวล เนื่องจากที่ผ่านมา มนุษย์นิยมใช้เทคโนโลยี AI เพื่อหาข้อมูลเชิงลึก สร้างสรรค์และปรับปรุงผลงาน และใช้ประกอบการเรียนการสอน (tutoring) จนทำให้ข้อมูลจาก AI มีแนวโน้มได้รับความเชื่อถือมากกว่าข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าข้อมูลจาก AI ถูกต้องหรือเหมาะสมกับการเรียนรู้ของมนุษย์หรือไม่ ในช่วงต้นปี 2569 เกิดปรากฏการณ์นักวิจัย AI ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้พัฒนา AI ในบริษัทชั้นนำของโลกหลายแห่ง…

ไทยดำเนินนโยบายส่งเสริมสุขภาพโดยการลดความหวานในเครื่องดื่ม

The Guardian ระบุว่า รัฐบาลไทยกำลังพยายามลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม เพื่อปรับรสนิยมความหวานของผู้บริโภค และปรับปรุงสุขภาพของประชาชน โดยคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยวันละ 21 ช้อนชา มากกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา ซึ่งเครื่องดื่มหวานเป็นต้นเหตุสำคัญ ไทยยังดำเนินมาตรการอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงภาษีน้ำตาล โดยเครือข่ายร้านกาแฟรายใหญ่ของประเทศหลายแห่งตกลงที่จะลดปริมาณน้ำตาลลงครึ่งหนึ่งจากปกติ แต่ภาษีดังกล่าวไม่ครอบคลุมผู้ขายริมทางหรือคาเฟ่

กองทัพเม็กซิโกสังหารหัวหน้ากลุ่ม CJNG ที่ค้ายาเสพติด

กห.เม็กซิโกแถลงเมื่อ  22  ก.พ.69  ว่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพเม็กซิโกร่วมกันปฏิบัติการสังหารนายเนเมซิโอ โอเซเกรา หรือ “เอล เมนโช” หัวหน้ากลุ่ม  Jalisco New Generation Cartel (CJNG) ที่ค้ายาเฟนทานิลและยาเสพติดอื่นๆ  รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มอีก  4 คน ที่เมืองตาปัลปา บริเวณชายฝั่งของรัฐฮาลิสโก  อย่างไรก็ดี  การเสียชีวิตของนายเอล  เมนโชทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่ม CJNG  ออกมาก่อเหตุรุนแรง ได้แก่ จุดไฟเผารถยนต์  สร้างสิ่งกีดขวางตามถนนในรัฐฮาลิสโก ด้านกต.สหรัฐฯ แจ้งเตือนให้พลเมืองสหรัฐฯ  พำนักในสถานที่ปลอดภัยในรัฐฮาลิสโก  รัฐตาเมาลิปัส  รัฐมิโชอากัน  รัฐเกร์เรโร  และรัฐนวยโบเลออน ของเม็กซิโกที่มีการก่อเหตุรุนแรงเช่นกัน

ชาติอาหรับประณาม กรณีผู้แทนสหรัฐฯ สนับสนุนอิสราเอลยึดครองดินแดนในตะวันออกกลาง

กต.ประเทศอาหรับ/มุสลิมในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชีย รวมถึงองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง ออกแถลงการณ์เมื่อ 21 ก.พ.69 ประณามถ้อยแถลงของนาย Mike Huckabee ออท.สหรัฐฯ/อิสราเอล ซึ่งให้สัมภาษณ์นาย Tucker Carlson อดีตผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Fox News ของสหรัฐฯ ว่า อิสราเอลมีสิทธิตามคัมภีร์ไบเบิลที่จะครอบครองดินแดนทั่วทั้งตะวันออกกลาง และหากอิสราเอลใช้อำนาจควบคุมดินแดนที่ยึดครองอยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ กต.ประเทศอาหรับ/มุสลิม ระบุว่า ถ้อยแถลงของนาย Huckabee แสดงให้เห็นว่า อิสราเอลสามารถเข้าควบคุมเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ หรือดินแดนของรัฐอาหรับอื่นได้ ซึ่งถือเป็นถ้อยคำที่เป็นอันตรายและยั่วยุ อีกทั้งยังเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ (UN) อย่างร้ายแรง ตลอดจนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค

อิหร่านทำข้อตกลงลับซื้ออาวุธจากรัสเซียมูลค่า 500 ล้านยูโร

นสพ. Financial Times รายงานเมื่อ 22 ก.พ.69 อ้างเอกสารรัสเซียที่รั่วไหลว่า ผู้แทนกระทรวงกลาโหมและการส่งกำลังบำรุงกองทัพอิหร่าน (MODAFL) ประจำกรุงมอสโก ทำข้อตกลงลับกับบริษัท Rosoboronexport ซึ่งเป็นบริษัทค้าอาวุธของรัฐบาลรัสเซีย เมื่อ ธ.ค.68 เพื่อจัดซื้อระบบขีปนาวุธนำวิถีแบบประทับบ่า รุ่น Verba จำนวน 500 เครื่อง และขีปนาวุธ รุ่น 9M336 จำนวน 2,500 ลูก รวมถึงกล้องมองกลางคืน Mowgli-2 จำนวน 500 ตัว มูลค่า 500 ล้านยูโร (ประมาณ 589 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีกำหนดส่งมอบห้วงปี 2570-2572