สหรัฐฯ เตรียมถอนทหารทั้งหมดออกจากซีเรีย

สนข.บีบีซี รายงานเมื่อ 19 ก.พ.69 ว่า สหรัฐฯ เตรียมถอนกองกำลังทั้งหมดออกจากซีเรียในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งรัฐบาลซีเรียระบุว่าเป็นไปตามเงื่อนไขการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลใหม่ ที่รัฐบาลซีเรียจะปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งกองกำลังของสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ภัยคุกคามในภูมิภาค การถอนกองกำลังของสหรัฐฯ ดังกล่าว มีขึ้นในห้วงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสูงขึ้น และสหรัฐฯ ส่งกองกำลังไปตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สหรัฐฯ ส่งกองกำลังไปประจำการที่ซีเรียตั้งแต่ปี 2558  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายจากกลุ่ม IS  โดยสหรัฐฯ ได้ถอนกองกำลังออกจากฐานทัพ al-Tanf และ al-Shaddadi base ในซีเรียแล้วเมื่อต้นปี 2569 ซึ่งยังคงเหลือกองกำลังสหรัฐฯ ในซีเรียอีกประมาณ 1,000 คน

ติมอร์-เลสเตประณามเมียนมากรณีขับไล่นักการทูต

ถ้อยแถลงของรัฐบาลติมอร์-เลสเต ลว.17 ก.พ.69 ประณามเมียนมากรณีขับไล่อุปทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา และแสดงจุดยืนถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวเมียนมาที่สอดคล้องกับอาเซียนและสหประชาชาติที่สนับสนุนทุกความพยายามเพื่อฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยในเมียนมา รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมา เคารพสิทธิมนุษยชนและแสวงหาทางออกจากวิกฤติด้วยสันติวิธี  นอกจากนี้ รัฐบาลติมอร์-เลสเตแสดงความเชื่อมั่นว่า  การเจรจาที่เคารพถึงเจตจำนงของประชาชน เป็นวิธีการเดียวที่จะคลี่คลายวิกฤติอย่างยั่งยืน

3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมความมั่นคงมิวนิกปี 2569 และข้อเสนอแนะต่อไทย

การประชุมระดับนานาชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ยังคงเป็นเวทีที่ประเทศมหาอำนาจใช้ประโยชน์เพื่อประกาศนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง ตลอดจนต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ในการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference ) ครั้งที่ 62 เมื่อ กลางกุมภาพันธ์ 2569  ที่เยอรมนี ก็เช่นกัน เป็นโอกาสให้อย่างน้อย 3 มหาอำนาจของโลก ได้แก่ ยุโรป จีน และสหรัฐฯ ได้แสดงมุมมองต่อ “ระเบียบโลก” ที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มนักรัฐศาสตร์ปัจจุบัน บทความนี้จะสรุป 3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมดังกล่าว และวิเคราะห์ว่ามหาอำนาจของโลกกำลังจะทำอะไรเพื่อรักษาระเบียบโลกแบบที่เป็นผลดีต่อประโยชน์ของตนเอง รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยควรจะมีลักษณะอย่างไรในระเบียบโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ด้วย ประเด็นแรก ความมั่นคงยุโรปในสภาพแวดล้อมที่กำลังล่มสลาย…… เยอรมนีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความมั่นคงระดับโลกที่เมืองมิวนิก เมื่อ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการประชุมสำคัญสำหรับกลุ่มประเทศยุโรป และอาจมีความสำคัญมากกว่าการประชุมปีอื่น ๆ เนื่องจากยุโรปกำลังเผชิญความท้าทายจากนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากการบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ทำให้ระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงของกลุ่มพันธมิตรโลกตะวันตกสั่นคลอนและอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะนอกจากจะใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือกดดันประเทศคู่ค้าในยุโรปแล้ว สหรัฐฯ ยังระบุในเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ว่าจะให้ยุโรปรับผิดชอบความมั่นคงของตนเอง ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่เน้นนโยบาย America First ทำให้ยุโรป…

กองทัพเรือของ IRGC ยังคงฝึกซ้อมในช่องแคบฮอร์มุซ

  ทร.กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) จัดการฝึกซ้อมทางทะเล เมื่อ 17 ก.พ.69 ภายใต้รหัส Smart Control of the Strait of Hormuz ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและหมู่เกาะในอ่าวเปอร์เซีย โดยมีการทดสอบระบบขีปนาวุธ รวมถึงการใช้ฝูงบินโดรนโจมตีและลาดตระเวนในสภาวะที่มีสัญญาณรบกวน  ขณะที่  ผบ.ทร. IRGC ยืนยันความพร้อมต่อการปิดช่องแคบดังกล่าว หากได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพื่อตอบโต้แรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ส่งเรือรบเข้าไปในภูมิภาค  การฝึกซ้อมและท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกับการเจรจาทางอ้อมระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ อนึ่ง ปรากฏรายงานเพิ่มเติมว่า อิหร่านเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกซ้อมร่วมทางทะเลบริเวญช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะมีรัสเซียและจีนเข้าร่วมในห้วง ก.พ.69 (ยังไม่ระบุวัน)

ลาวร่วมมือเกาหลีใต้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในแขวงอุดมไซ

สนข. Laotian Times รายงานเมื่อ 17 ก.พ.69 ว่า รัฐบาลลาวลงนามข้อตกลงกับเอกชนเกาหลีใต้เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาด 100 เมกะวัตต์ ในแขวงอุดมไซ (ตอนเหนือของประเทศ) เพื่อขยายการผลิตพลังงานหมุนเวียนและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของลาว โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 940 ไร่ คาดจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 160 กิกะวัตต์/ชั่วโมงต่อปี กระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่จะส่งออกไปยังเวียดนามตามข้อตกลงการส่งไฟฟ้าข้ามแดน รวมถึงลดการนำเข้าไฟฟ้าในห้วงฤดูแล้ง และรักษาราคาพลังงานภายในลาว

ญี่ปุ่นมอบความช่วยเหลือไทย ด้านสาธารณสุขของผู้พลัดถิ่นจากเมียนมา

เว็บไซต์ กต.ญี่ปุ่น รายงานเมื่อ 17 ก.พ.69 ว่า นายโอตากะ มาซาโตะ ออท.ญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ ดร. Ailan Li ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย ลงนามบันทึกโครงการเสริมสร้างบริการด้านสาธารณสุขสำหรับผู้พลัดถิ่นจากเมียนมาใน จ.ตาก (Project for Strengthening Health Care Services for Displaced Persons from Myanmar in Tak Province) เมื่อวันเดียวกัน ที่กรุงเทพฯ โดยญี่ปุ่นจะมอบความช่วยเหลือวงเงินงบประมาณ 453 ล้านเยน (ประมาณ 95 ล้านบาท) เพื่อซ่อมแซมสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกของศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ และสถานพยาบาลสำหรับผู้พลัดถิ่นใน จ.ตาก พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และดำเนินการเสริมสร้างศักยภาพแก่บุคลากรด้านสาธารณสุข

อิหร่านซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผู้แทนไปเจรจากับสหรัฐฯ ที่กรุงเจนีวา

อิหร่านใช้ทุกเครื่องมือเพื่อปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของชาติและระบอบการเมือง ท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจ ประเทศตะวันออกกลาง และประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารจัดการของรัฐบาล มีรายงานว่า รัฐบาลอิหร่านอาจให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการลดระดับความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ควบคู่กับป้องปรามและยับยั้งการรุกรานอิหร่าน เพราะปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงที่สหรัฐฯ จะร่วมมือกับต่างประเทศกดดันอิหร่านด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ รวมทั้งอาจเตรียมการโจมตีมาตุภูมิของอิหร่านด้วย เหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่า อิหร่านให้ความสำคัญกับการปกป้องมาตุภูมิและการรักษาดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ คือ กรณีมีรายงานเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า อิหร่านส่งนาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเจรจาเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์กับผู้แทนจากสหรัฐฯ เป็นครั้งที่ 2 โดยมีผู้แทนจากโอมานเป็นผู้ประสานงานเป้าหมายเพื่อให้บรรลุการทำข้อตกลงที่ยุติธรรมระหว่างกัน พร้อมกันนี้ กองทัพปฏิบัติอิหร่าน (IRGC) สั่งการซ้อมปฏิบัติกทางทางทหารในทะเล รหัส Smart Control of Hormuz Strait ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่สำคัญของอิหร่าน ภูมิภาคตะวันออกกลาง และการค้าระหว่างประเทศ เพราะเป็นช่องทางลำเลียงการค้าน้ำมันที่สำคัญ กองทัพอิหร่านย้ำว่าการซ้อมปฏิบัติการทางทหารดังกล่าวเป็นไปเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม แต่สื่อมวลชนทั่วโลกประเมินว่าอิหร่านกำลังแสดงแสนยานุภาพทางการทหารเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ รวมทั้งประเทศอื่น ๆ รุกล้ำหรือแทรกแซงความมั่นคงของอิหร่าน ในช่วงที่ปัจจุบันยังคงมีผู้ชุมนุมประท้วงยืดเยื้อในประเทศ ตลอดจนอาจะเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าจะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินไปประจำการในตะวันออกกลางเพิ่มเป็นกองเรือที่ 2…

สหรัฐฯ เตรียมเปิดให้บริการเว็บไซต์รวบรวมเนื้อหาออนไลน์ ที่ถูกปิดกั้นการเข้าถึงในยุโรปและประเทศต่าง ๆ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังพัฒนาเว็บไซต์ “freedom.gov” รวบรวมเนื้อหาที่ถูกรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ปิดกั้น เพื่อนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนในยุโรปและประเทศอื่น ๆ สามารถเข้าถึงได้ เช่น ข้อความที่ถูกจัดเป็นวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech)

ผู้อพยพจะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นจากกระแสต่อต้านในหลายประเทศ

  ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยในประเทศต่าง ๆ ดูจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากขึ้นจากกระแสต่อต้านผู้อพยพในหลายประเทศ ไม่เฉพาะสหรัฐฯ แต่ยังรวมถึงยุโรป และญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะมีการสกัดกั้นการเดินทางเข้าประเทศของผู้อพยพหน้าใหม่มากขึ้น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration-IOM) ยังประเมินว่า สถานการณ์การโยกย้ายถิ่นฐานของโลกในปี 2569 จะทวีความรุนแรงจากปัญหาความขัดแย้งและการใช้ความรุนแรงในประเทศต่าง ๆ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ชีวิตของผู้อพยพไม่ว่าจะเข้าเมืองอย่างผิดหรือถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ดูจะอยู่ยากมากขึ้นเรื่อย ๆ จากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับมาตรการปราบปรามผู้อพยพอย่างเข้มงวด นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2  โดยมีเป้าหมายจะเนรเทศผู้อพยพให้ได้ 1 ล้านคนต่อปี โดยอ้างว่าเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าเมืองผิดกฎหมาย และกำจัดอาชญากร  เพื่อให้สังคมอเมริกันมีความสุข และให้ความสำคัญกับชาวอเมริกันเป็นอันดับแรก มาตรการที่สหรัฐฯ ใช้ เช่น  ระงับสิทธิประโยชน์และเงินอุดหนุนแก่ผู้ลี้ภัย และเพิกถอนสิทธิคุ้มครองชั่วคราวสำหรับผู้อพยพหรือผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศต่าง ๆ กว่า 1.3 ล้านคน พร้อมกำหนดเงื่อนเวลาในการเดินทางออก มิฉะนั้นจะมีความผิดฐานเข้าเมืองผิดกฎหมาย หรือเนรเทศผู้ฝ่าฝืน รวมทั้งลดระยะเวลาการต่ออายุใบขออนุญาตทำงานของผู้ลี้ภัยจาก 5 ปี เป็น 18 เดือน และทบทวนสถานะผู้ลี้ภัย 19…

เมียนมาขับนักการทูตติมอร์-เลสเต

ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับติมอร์-เลสเต ไม่ราบรื่นและอาจตึงเครียดขึ้น  รวมทั้งอาจกระทบต่อความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน จากความขัดแย้งระหว่างเมียนมากับติมอร์-เลสเต หลังจากมีรายงานเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า รัฐบาลเมียนมาสั่งขับนายเอลิซิโอ โด โรซาริโอ เดอ ซูซา อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา  ให้เดินทางออกจากเมียนมาภายใน 20 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเป็นมาตรการตอบโต้ติมอร์-เลสเต ที่ให้ความร่วมมือกับกลุ่มองค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชนชาติชิน (Chin Human Rights Organization-CHRO) ยื่นฟ้องร้องกองทัพเมียนมาในข้อหาก่ออาชญากรรรมสงคราม และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งเมียนมามีมุมมองว่าติมอร์-เลสเตแทรกแซงกิจการภายใน เนื่องจากเนื้อหาการฟ้องร้องดังกล่าวพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพเมียนมาจำนวน 10 คน รวมทั้งพลเอกอาวุโสมินอ่องไลง์ ผู้นำสูงสุดของเมียนมาด้วย กลุ่มองค์กร Chin Human Rights Organization (CHRO) เป็นองค์กรชาวคริสต์ในรัฐชิน เลือกร่วมมือกับองค์กร Myanmar Accountability Project (MAP) ที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวเมียนมาและชนกลุ่มน้อยในเมียนมาอื่น ๆ และบริษัทด้านกฎหมายของติมอร์-เลสเต ชื่อ บริษัท Da Silva Teixeira & Associados Lda.…