สหรัฐฯ อาจเข้ายึดครองคิวบาแบบเป็นมิตร

สถานการณ์กลางตะวันออกกลางที่ใกล้จะมีทางออก หากพิจารณาท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุเมื่อ 9 มีนาคม 2569 ว่า สงครามกับอิหร่านใกล้ยุติลงแล้ว และจะไม่ยินยอมให้อิหร่านนำโลกเป็นตัวประกัน ซึ่งหมายถึงกรณีปิดช่องแคบฮอร์มุช  แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็พร้อมจะเปิดสมรภูมิขัดแย้งใหม่ โดยย้ายกลับมาภูมิภาคอเมริกา ที่คิวบา ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งอยู่ใกล้กับรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เพียง 150 กิโลเมตร อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งจะรุนแรงมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับคิวบาจะยอมเจรจาผลประโยชน์กับสหรัฐฯ หรือไม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการเข้าไปเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในคิวบา ทั้งการเมือง และระบบเศรษฐกิจ โดยอ้างว่าคิวบากำลังจะเป็นรัฐที่ล้มเหลว และถูกปกครองแบบผูกขาดมานาน ความชัดเจนมีมากขึ้นโดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวต่อที่ประชุมกลุ่มประเทศละตินอเมริกาและแคริบเบียน ที่รัฐฟลอริดา เมื่อ 5 มีนาคม 2569  ว่า คิวบาต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้ได้มอบหมายให้นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไปเจรจากับคิวบา นอกจากนี้ ยังยืนยันท่าทีดังกล่าวอีกครั้งว่าคิวบาต้องมีการเปลี่ยนแปลง หลังจากสหรัฐฯ เสร็จภารกิจในอิหร่าน ซึ่งใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว ทั้งนี้ มีรายงานว่านายรูบิโอได้ไปเจรจากับ นาย Raul Guillermo Rodriguez Castro ซึ่งเป็นหลานอดีตประธานาธิบดีฟิเดล…

เวียดนามช่วยประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อิหร่านยังไม่ยุติ และผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เมื่อ 9 มีนาคม 2569  เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ กรกฎาคม 2565 โดยเกิน100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มจะสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากที่อิหร่านยังเดินหน้าตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมกับมีการตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่เมื่อ 8 มีนาคม 2569  ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้นำคนก่อนที่ถูกสหรัฐฯ สังหาร คือ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี อายุ 56 ปี บุตรชายคนที่ 2 ของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องช่วยพยุงราคาพลังงานภายในประเทศ ที่ปรับขึ้นแล้วกว่าร้อยละ 21–32 ตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง น้ำมันดีเซลของเวียดนาม ราคาเพิ่มขึ้นแล้ว ร้อยละ 30 ซึ่งสูงที่สุดนับแต่ กรกฎาคม 2565 นอกจากนี้ เมื่อ 7 มีนาคม…

รัสเซียและสหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์ประเด็นอิหร่านและยูเครน

สนข.Tass รายงานเมื่อ 10 มี.ค.69 ว่าประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ครั้งแรกในปี 2569 ที่สำคัญได้แก่ ประเด็นอิหร่าน ซึ่งรัสเซียย้ำให้สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ยุติความขัดแย้งด้วยวิธีทางการทูตโดยเร็วที่สุด  ขณะที่สหรัฐฯ ชี้แจงเป้าหมายและบริบทของการปฎิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ประเด็นยูเครน รัสเซียเชื่อว่ากองทัพรัสเซียสามารถรุกคืบเข้าในยูเครนอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รัฐบาลยูเครนต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจายุติสงคราม ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันความต้องการให้รัสเซียกับยูเครนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและข้อตกลงยุติสงครามในระยะยาวโดยเร็ว ตลอดจนประเด็นอื่น ๆ อาทิ เวเนซุเอลา ราคาน้ำมันโลก

เกาหลีใต้เตรียมมาตรการพลังงานรับมือความไม่แน่นอนจากวิกฤต ตอ.กลาง

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 9 มี.ค.69 ว่า ประธานาธิบดีอี แจ มย็อง ของเกาหลีใต้ สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งออกมาตรการเชิงรุก เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยให้ใช้แนวคิดจากฉากทัศน์สถานการณ์เลวร้าย (Worst-case scenarios) ในการพิจารณามาตรการต่าง ๆ อาทิ การควบคุมราคาน้ำมัน การกำหนดเพดานราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล การรับมือความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา รวมถึงการแสวงหาเส้นทางนำเข้าพลังงานทางเลือกผ่านความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ตลอดจนการดำเนินคดีต่อการสมรู้ร่วมคิดระหว่างโรงกลั่นน้ำมันกับสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงการกำหนดราคาเกินจริงและการกักตุนน้ำมัน

กลุ่ม G7 ชะลอการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์

การประชุม รมว.กระทรวงการคลังกลุ่ม G7 เมื่อ 9 มี.ค.69 ร่วมกับทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)  มีมติชะลอการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของสมาชิกกลุ่ม G7 ไว้ก่อน ซึ่งมีปริมาณรวมกันอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบยังอยู่ในภาวะล้นตลาด  ผอ.IEA ระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก่อให้เกิดปัญหาด้านโลจิสติกส์ มากกว่าการขาดแคลนน้ำมันดิบ อย่างไรก็ดี กลุ่ม G7 จะติดตามสถานการณ์และพัฒนาการในตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการจัดหาพลังงานทั่วโลก

HRW ระบุว่าอิสราเอลใช้ฟอสฟอรัสขาวโจมตีพลเรือนในเลบานอน

Human Rights Watch (HRW) แถลงเมื่อ 9 มี.ค.69 ว่า อิสราเอลใช้กระสุนฟอสฟอรัสขาวจากปืนใหญ่โจมตีที่อยู่อาศัยของพลเรือนในเมือง Yohmor ทางตอนใต้ของเลบานอน  พร้อมกับเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการใช้อาวุธดังกล่าวโดยทันที เนื่องจากมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดอันตรายจากการถูกเผาไหม้อย่างรุนแรงและมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ นอกจากนี้ HRW ยังเรียกร้องให้ พันธมิตรของอิสราเอล ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี  ระงับความช่วยเหลือทางทหารและยุติการขายอาวุธให้แก่อิสราเอล รวมถึงกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันรัฐบาลอิสราเอล ทั้งนี้ นับตั้งแต่การปะทะระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลเลาะฮ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ 2 มี.ค.69 มีผู้เสียชีวิตในเลบานอน อย่างน้อย 217 คน