3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมการเมืองของรัฐบาลจีน

การประชุมสองสภาครั้งที่ 14 ที่กรุงปักกิ่ง จีน หรือการประชุมสำคัญทางการเมืองเพื่อวางแผนพัฒนา รวมทั้งเศรษฐกิจของจีนสิ้นสุดลง เมื่อ 12 มีนาคม 2569 ได้แก่ การประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมือง (Chinese People’s Political Consultative Conference–CPPCC) และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress–NPC) มีการรับรองผลงานของรัฐบาล กำหนดนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งเป้าหมายในอนาคต และกำหนดกฎหมายใหม่ที่จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีนต่อไปในระยะ 5 ปี หรือปี 2569-2573 ดังนั้น การติดตามผลการประชุมสองสภาจึงบ่งชี้ทิศทางนโยบายสำคัญของจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือขยายความร่วมมือ ผลการประชุมสองสภาสะท้อนว่ารัฐบาลจีนจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับแรก สาเหตุสำคัญอาจเป็นผลจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนเผชิญอุปสรรคในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ การบริโภคในประเทศซบเซา นโยบายสหรัฐฯ และผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน ทำให้รัฐบาลจีนต้องทบทวนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปเน้นการรักษาเสถียรภาพ แทนที่จะเน้นเรื่องการขยายอัตราการเติบโต เป็นผลให้จีนปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.5-5 จากเดิมจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ขึ้นไป และเพิ่มการส่งเสริมอัตราการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งการลงทุนในประเทศมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)…

กลุ่ม OPEC ประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกไม่เปลี่ยนแปลง แต่ติดตามสงครามอิหร่านใกล้ชิด

องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC เผยแพร่มุมมองต่อการประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569-2570 ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม คือ ในปี 2569 อุปสงค์น้ำมันโลกจะอยู่ที่ประมาณ 1.38 ล้านบาร์เรล/วัน และในปี 2570 อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ว่าปัจจุบันจะมีสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก เฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งน้ำมันไปทั่วโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซปริมาณมาก รวมทั้งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศสมาชิกกลุ่ม OPEC ประเมินว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะอยู่ในระดับเดิม จึงอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในระยะยาวได้ การประเมินดังกล่าวเป็นผลจากข้อมูลความต้องการน้ำมันในตลาดโลกเมื่อห้วง กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบกับปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จึงอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแท้จริง เพราะสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้กลุ่มประเทศ OPEC ยอมรับว่าต้องติดตามพัฒนาการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อแนวโน้มความต้องการน้ำมันในตลาดโลกในรายงานฉบับถัดไป รวมทั้งต้องติดตามมาตรการและนโยบายพลังงานของกลุ่มประเทศ OPEC+ ที่สำคัญด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย เวเนซุเอลา และไนจีเรีย ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามในอิหร่าน สมาชิก OPEC บางประเทศและสมาชิก…

ผู้นำอิหร่านคนใหม่ประกาศสู้ต่อในสงคราม จะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันศัตรู

อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านมีถ้อยแถลงเมื่อ 12 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นถ้อยแถลงครั้งแรกหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยระบุว่าอิหร่านจะสู้ในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันรัฐบาลศัตรูให้ยุติการทำสงครามกับอิหร่าน นอกจากนี้ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ยังขอให้ประชาชนและรัฐบาลมีเอกภาพ ยืนยันว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณถึงสหรัฐฯ และประเทศในตะวันออกกลางโดยตรงว่า อิหร่านจะโจมตีทำลายฐานทัพสหรัฐฯ ที่ยังปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกลาง ดังนั้น สหรัฐฯ และประเทศที่ให้สหรัฐฯ เข้าไปปฏิบัติการทางทหาร ควรยุติความเคลื่อนไหวดังกล่าวทันที ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าผู้นำอิหร่านคนใหม่มั่นใจในขีดความสามารถและศักยภาพของกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมทั้งกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคที่อิหร่านให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ว่าจะสามารถตอบโต้และทำสงครามอสมมาตร (asymmetric warfare) กับสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ เนื่องจากแม้จะมียุทโธปกรณ์ที่ไม่เท่ากับสหรัฐฯ แต่อิหร่านให้ยุทธวิธีกระจายกำลังและฐานบัญชาการ ตามยุทธศาสตร์การรบแบบ Decentralized Mosaic Defense (DMD) ทำให้กองกำลังฝ่ายอิหร่านที่กระจายอยู่ทั่วประเทศสามารถปฏิบัติการต่อได้ แม้ศูนย์บัญชาการกลางจะเผชิญอุปสรรค และยังมีจุดแข็งเพิ่มเติมหลังจากการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่ใกล้ชิดกับ IRGC ทำให้การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น อิหร่านจึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือกับสงครามได้ นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังส่งสัญญาณโน้มน้าวไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางให้ตระหนักถึงผลกระทบในระยะยาว หากยังสนับสนุนสหรัฐฯ…

Subscription Economy : เมื่อโลกกำลังบังคับให้เรา “เช่า” ทุกอย่าง

โครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ (VUCA) รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการบริโภคจากแนวคิด “การครอบครองสินทรัพย์” ไปสู่ “การเช่าสิทธิ์การเข้าถึง” ผ่านโมเดล Subscription Economy หรือเศรษฐกิจแบบสมัครสมาชิก ลองจินตนาการถึงชีวิตประจำวันที่คุณตื่นขึ้นมาฟังเพลงจากแอปพลิเคชันที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เช่ามาแบบรายเดือน และขับรถไปทำงานโดยต้องจ่ายเงินตัดบัตรเครดิตทุกเดือนเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เทรนด์ธุรกิจ แต่กำลังสะท้อนถึงการจัดระเบียบโครงสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ต้อง “ซื้อขาด” มาสู่ยุค “การเช่าสิทธิ์การเข้าถึง” ข้างต้น ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล ผ่านหลักการทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ซึ่งนายริชาร์ด เธเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ชาวอเมริกัน เคยอธิบายกลไกนี้ผ่านทฤษฎีบัญชีในใจ (Mental Accounting) ว่า มนุษย์มักประเมินค่าใช้จ่ายก้อนเล็ก ๆ ว่าไม่กระทบกระเทือนรายได้ที่มีอยู่ เมื่อเทียบกับการจ่ายเงินก้อนใหญ่ทีเดียว นอกจากนี้ โมเดลดังกล่าวยังเติบโตบนจุดอ่อนของเราที่เรียกว่าความเฉื่อยของผู้บริโภค (Consumer Inertia) เช่นระบบตัดบัตรอัตโนมัติจะอาศัยความเคยชินในการใช้จ่ายแต่จะเกิดความยุ่งยากในการยกเลิกการบริการ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้บริษัทมีรายได้ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้ลูกค้าจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม ในโลกปัจจุบันโมเดล Subscription Economy ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าวงการสื่อบันเทิงหรือสตรีมมิง ค่ายรถยนต์ยุโรปชั้นนำเริ่มเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นแพลตฟอร์ม โดยล็อกฮาร์ดแวร์บางอย่างไว้และบังคับให้สมัครแพ็กเกจรายเดือนเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันที่มีอยู่ในตัวรถ ขณะที่เชนร้านอาหารอย่าง Pret A…

พรรค RSP ได้รับชัยชนะแบบถล่มทลายในการเลือกตั้งเนปาล

ผลการเลือกตั้งทั่วไปในเนปาลบ่งชี้ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับที่สื่อมวลชนเรียกว่าเป็น “แผ่นดินไหว” ทางการเมือง เพราะพรรค Rastriya Swatantra Party หรือ RSP พรรคการเมืองใหม่ที่ก่อตั้งได้นาน 4 ปี และมีนาย Balendra Shah นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นอดีตศิลปินและผู้นำกลุ่มประท้วง ได้รับชัยชนะแบบถล่มทลาย จากการเลือกตั้งเมื่อต้น มีนาคม 2569 ขณะที่พรรคการเมืองเดิมหรือกลุ่มนักการเมืองรุ่นเก่าสูญเสียคะแนนนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะนาย KP Sharma Oli อดีตผู้นำเนปาลที่สูญเสียคะแนนนิยมในเขตอิทธิพลเดิม ประชาชนชาวเนปาลในพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มการเมืองเดิมให้ความเห็นกับสื่อมวลชนว่า ประชาชนเบื่อหน่ายปัญหาคอร์รัปชันและระบบการเมืองที่ไม่มีประสิทธิภาพมาอย่างยาวนาน จึงเห็นว่าพรรค RSP และนาย Balendra Shah เป็นความหวังใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมทางการเมือง และเชื่อมั่นว่าผู้นำรัฐบาลคนใหม่ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองจำกัด อาจสร้างผลงานได้ดีและกลายเป็นจุดแข็งของผู้นำคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองในภูมิภาคเอเชียใต้ มีมุมมองว่ารัฐบาลชุดใหม่ของเนปาลจะเผชิญกับความท้าทาย เพราะต้องบริหารจัดการการเมืองรูปแบบใหม่ โดยมีประชาชนคาดหวังสูงว่ารัฐบาลจะมีผลงานที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ขณะที่นาย Balendra Shah อายุ 35 ปี ยังมีประสบการณ์ทางการเมืองไม่มาก เสี่ยงสูญเสียเป้าหมายทางการเมืองเดิมที่เน้นการปฏิรูปและสร้างความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนมีแนวโน้มจะใช้กฎหมายเคร่งครัดเพื่อจัดการบริหารความมั่นคงในประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองและสังคมได้ เพราะกลุ่มอุปถัมภ์ทางการเมือง (political patronage) อาจไม่พอใจและร่วมมือกับสื่อมวลชน…

สหรัฐฯ เริ่มต้นสอบสวน 16 ประเทศคู่ค้าตาม Section 301

สนง.ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 11 มี.ค.69 เริ่มต้นกระบวนการสอบสวนแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ตาม Section 301 ของรัฐบัญญัติ Trade Act ปี 1974 กรณีมีกำลังผลิตเกินส่วนเชิงโครงสร้างและการผลิตที่มากเกินอุปสงค์ที่แท้จริงของตลาดทั้งภายในประเทศและตลาดโลก  ซึ่งไม่เป็นไปตามกลไกตลาดปกติ  โดยการสอบสวนดังกล่าวจะมุ่งเน้นกลุ่มประเทศคู่ค้าที่ได้เปรียบดุลการค้าในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 16 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ 1) จีน 2) สหภาพยุโรป (EU) 3) สิงคโปร์ 4) สวิตเซอร์แลนด์ 5) นอร์เวย์ 6) อินโดนีเซีย 7) มาเลเซีย 8) กัมพูชา 9) ไทย 10) เกาหลีใต้ 11) เวียดนาม 12) ไต้หวัน 13) บังกลาเทศ 14) เม็กซิโก 15) ญี่ปุ่น และ 16) อินเดีย…

กัมพูชาเปิดตัวโครงการต่อต้านข่าวปลอมภายใต้การสนับสนุนของกลไก LMC

นายเนต เภียตรา รมว.ข่าวสารกัมพูชา ร่วมกับ อปท.จีนประจำกัมพูชา เปิดตัวโครงการ “Zero Fake News” เมื่อ 12 มี.ค.69 โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพิเศษภายใต้กรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) เป้าหมายต่อต้านข่าวปลอมในกัมพูชาและประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดย รมว.ข้อมูลข่าวสารกัมพูชา กล่าวว่า การกำจัดข่าวปลอมมีความสำคัญต่อการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพทางการเมือง ความมั่นคงและระเบียบทางสังคม จึงเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้แกประชาชนกัมพูชาและอนุภูมิภาคฯ ถึงผลกระทบของข่าวปลอม และกระตุ้นให้เกิดการต่อต้านข่าวปลอม

กองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติกะเหรี่ยง ยึดฐานที่มั่นทางทหารในภาคตะนาวศรีของเมียนมา

สนข. DVB รายงานเมื่อ 13 มี.ค.69 ว่า กองทัพปลดปล่อยแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ร่วมกับกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) ยึดฐานที่มั่นวินวาในพื้นที่เมืองตะเยจอง (Thayetchaung) ภาคตะนาวศรี เมียนมา เมื่อ 12 มี.ค.69 หลังการสู้รบต่อเนื่องเป็นเวลา 4 วัน ซึ่งฐานดังกล่าวเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกองทัพเมียนมาตามแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างเมืองตะเยจองกับเมืองผาลอ ระยะทางประมาณ 128 กม. ทั้งนี้ เมืองตะเยจองตั้งอยู่ห่างจากเมืองทวาย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของภาคตะนาวศรี ไปทางทิศใต้ประมาณ 29 กม. ส่งผลให้แนวรบขยายตัวเข้าใกล้ศูนย์กลางการปกครองของภูมิภาคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กองทัพเมียนมาได้ส่งกำลังเสริมเข้าพื้นที่ ส่งผลให้สถานการณ์การสู้รบยังคงดำเนินต่อเนื่อง

สหรัฐฯ ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรพลังงาน จากรัสเซียได้เป็นการชั่วคราว

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.กค.สหรัฐฯ ประกาศผ่าน X เมื่อ 12 มี.ค.69 ว่า สหรัฐฯ จะผ่อนปรนเป็นการชั่วคราวให้ประเทศต่าง ๆ สามารถซื้อน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมจากรัสเซีย เฉพาะที่ยังอยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเลจนถึง 11 เม.ย.69  เพื่อลดความตึงตัวของตลาดพลังงานโลก และไม่ได้สร้างผลกำไรให้กับรัสเซีย ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ผ่อนปรนให้อินเดียสามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียในลักษณะเดียวกันเป็นเวลา 30 วัน ขณะที่ CNBC ระบุว่า ปัจจุบัน มีน้ำมันของรัสเซียประมาณ 124 ล้านบาร์เรล อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเลใน 30 จุดทั่วโลก ซึ่งปริมาณดังกล่าวเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 5-6 วัน

ไทยเผชิญกับผลกระทบรุนแรงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง

The Diplomat รายงานระบุว่า กรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติจากอ่าวอาหรับในระดับสูง และกำลังเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้องใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อลดความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่จะขาดแคลน ก่อนหน้านี้ไทยได้รับผลกระทบอย่างมากจากสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่ม Hamas ที่เริ่มขึ้นเมื่อ ต.ค. 66 โดยมีชาวไทย 46 คนเสียชีวิตในความขัดแย้งดังกล่าว และในปัจจุบันมีแรงงานไทยในภูมิภาค ตอ.กลางประมาณ 110,000 คน