การขนส่งน้ำมันดิบในตะวันออกกลางปรับมาใช้เส้นทางด้านทะเลแดงมากขึ้น

สนข.Bloomberg รายงานเมื่อ 25 มี.ค.69 ว่า ซาอุดีอาระเบียเตรียมเร่งเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่าเรือยานบู (Yanbu) บนชายฝั่งทะเลแดงเป็น 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมประมาณ 4.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อหลีกเลี่ยงการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านปิดกั้น ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ประมาณ 15 ล้านบาร์เรลต่อวันหยุดชะงัก และทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่การปรับเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าว สามารถบรรเทาผลกระทบด้านอุปทานได้เพียงบางส่วน ไม่สามารถทดแทนปริมาณที่หายไปในช่วงเดือน มี.ค.69 ได้ทั้งหมด และยังคงต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสถานการณ์ขัดแย้งในภูมิภาคประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียประมาณ 56 ล้านบาร์เรล ตกค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย  ทั้งนี้ เรือบรรทุกน้ำมันส่วนใหญ่ในตะวันออกกลางมีปลายทางหลักคือประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเยือนจีนระหว่าง 14-15 พ.ค.69

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเยือนจีนเพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนระหว่าง 14-15 พ.ค.69  หลังจากเลื่อนการเยือออกไปจากปลาย มี.ค.69 โดยอ้างความจำเป็นในการจัดการสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง กับทั้งระบุว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง จะต้อนรับประธานาธิบดีจีนที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปลายปี 2569