สหราชอาณาจักรอนุญาตสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเชิงป้องกันกับอิหร่าน

นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นรม.สหราชอาณาจักร เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อ 2 มี.ค.69  ว่า สหราชอาณาจักรอนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเพื่อปฏิบัติการทางทหารในลักษณะการโจมตีเชิงป้องกันต่อเป้าหมายในอิหร่านได้ ภายใต้หลักการป้องกันตนเองร่วมกันของพันธมิตรและเพื่อคุ้มครองชาวอังกฤษในตะวันออกกลางซึ่งมีอยู่ประมาณ 200,000 คน พร้อมย้ำว่าสหราชอาณาจักรไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีเชิงรุกและจะไม่เข้าร่วมปฏิบัติการเชิงรุกในขณะนี้ ภายหลังประกาศดังกล่าวต่อมามีรายงานว่า ฐานทัพ RAF Akrotiri ของสหราชอาณาจักรในไซปรัส ถูกโดรนซึ่งคาดว่าเป็นของอิหร่านโจมตีเสียหายเล็กน้อยและไม่มีผู้บาดเจ็บ

จีน-รัสเซียหารือเกี่ยวกับสถานการณ์โจมตีอิหร่าน

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน หารือทางโทรศัพท์กับนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รมว.กต.รัสเซีย เมื่อ 1 มี.ค.69 ว่า การที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดการโจมตีอิหร่านในห้วงที่มีการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และการสังหารผู้นำสูงสุดของรัฐอธิปไตย พร้อมกับยุยงให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ จีนกังวลอย่างยิ่งว่า ความรุนแรงที่ขยายขอบเขตไปทั่วอ่าวเปอร์เซีย อาจทำให้สถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง เข้าสู่ภาวะวิกฤตยิ่งขึ้น พร้อมกับแสดงจุดยืนของจีน ดังนี้ 1) ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที  2) รื้อฟื้นการเจรจาพูดคุยโดยเร็ว  3) ร่วมกันต่อต้านการกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว   ขณะที่ รมว.กต.รัสเซีย ระบุว่า รัสเซียมีจุดยืนเช่นเดียวกับจีน

ราคาน้ำมันดิบโลกอาจปรับเพิ่ม หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สนข.Bloomberg รายงานว่า การขนส่งน้ำมันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักหลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบดังกล่าวเมื่อ 28 ก.พ.69 เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล   ซึ่งมีการประเมินว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้นถึง 120 – 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมที่ราคาน้ำมันดิบห้วง ก.พ.69 เฉลี่ยอยู่ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางต้องปรับเส้นทางการขนส่ง โดยซาอุดีอาระเบียอาจเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งชั่วคราวโดยใช้ท่อส่งน้ำมันในประเทศไปยังท่าเรือที่ทะเลแดง ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ใช้ท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมจากแหล่งน้ำมันไปยังท่าเรืออ่าวโอมาน ขณะที่อิรักส่งน้ำมันผ่านท่อส่งที่เชื่อมกับตุรกีไปยังชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแต่ท่อดังกล่าวสามารถขนส่งน้ำมันที่สูบจากแหล่งน้ำมันทางตอนเหนือของประเทศเท่านั้น ด้านคูเวต กาตาร์ และบาห์เรน จะเผชิญผลกระทบมากที่สุดเนื่องจากไม่มีช่องทางสำรองอื่นนอกจากช่องแคบดังกล่าว

สภาผู้นำของอิหร่านทำหน้าที่แทนผู้นำสูงสุดเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่

สนข. IRNA ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 1 มี.ค.69 ว่า สภาผู้นำ (Leadership Council) ซึ่งประกอบด้วย สมาชิก 3 คน ได้แก่ ประธานาธิบดี ผู้นำฝ่ายตุลาการ และผู้แทนจากสภาผู้พิทักษ์อีก 1 คน จะเข้าทำหน้าที่แทนผู้นำสูงสุดเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะสภาผู้ชำนัญ (Assembly of Experts) ซึ่งมีสมาชิก 88 คน จะสามารถจัดการประชุมเพื่อลงมติเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของอิหร่าน หลังจากอายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ เมื่อ 28 ก.พ.69 นอกจากนี้ IRNA ยังยืนยันว่า นายอะลี ชัมคานี ทปษ.ผู้นำสุงสุดอิหร่าน และเลขาธิการสภากลาโหมอิหร่าน (Iran’s Defence Council) และ พล.ต. มุฮัมมัด ปักปูร ผบ.กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าวด้วยเช่นกัน

กต.จีนเรียกร้องให้ยุติการโจมตีอิหร่าน

กต.จีน แถลงเมื่อ 28 ก.พ.69 ว่า กังวลอย่างยิ่งต่อกรณีสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน เรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารทันทีพร้อมย้ำว่า อธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่านควรได้รับการเคารพ นอกจากนี้ จีนเรียกร้องให้ยุติการเพิ่มความตึงเครียดของสถานการณ์ รื้อฟื้นการเจรจา  และพยายามยึดมั่นในสันติภาพและเสถียรภาพใน ตอ.กลาง

ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และ อิสราเอล

สำนักข่าว Press TV ของทางการอิหร่าน รายงานเมื่อ 1 มี.ค.69 เวลาประมาณ 8.30 น. ตามเวลาในไทย ยืนยันว่า อายะตุลลอฮ์ อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านประกาศให้ไว้อาลัยทั่วประเทศ 40 วัน และจะล้างแค้นสำหรับการสูญเสียผู้นำครั้งนี้  รายงานข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับการเปิดเผยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ผ่านบัญชี Truth Social และ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก่อนหน้านี้เมื่อ 28 ก.พ.69 ที่ระบุว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตแล้ว

สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ถ้อยแถลงผ่านวิดีทัศน์ทาง Truth Social เมื่อ 28 ก.พ.69 ยืนยันว่า สหรัฐฯ ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน เพื่อปกป้องภัยคุกคามจากระบอบการปกครองอิหร่าน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งการปิดล้อม สอท.สหรัฐฯในกรุงเตหะราน การก่อเหตุระเบิดในกรุงเบรุต เลบานอน การสนับสนุนกลุ่มกองกำลังตัวแทนอิหร่านในเลบานอน เยเมน อิรัก ให้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือขนส่งระหว่างประเทศ  การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์  ทั้งนี้ การโจมตีอิหร่านดังกล่าว มีขึ้นหลังการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่านรอบที่  3 ไม่คืบหน้าโดยอิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขของสหรัฐฯ ในการยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ตอลิบันพร้อมเจรจาปากีสถานหลังประกาศสงครามกับอัฟกานิสถาน

เว็บไซต์ นสพ.South China Morning Post ของฮ่องกง รายงานเมื่อ 28 ก.พ.69 อ้างถ้อยแถลงโฆษกกลุ่มตอลิบัน ระบุว่า กลุ่มตอลิบันยินดีที่จะเจรจากับปากีสถาน เพื่อยุติการสู้รบที่ทวีความรุนแรง ภายหลังปากีสถานประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ และใช้เครื่องบินรบโจมตีทางอากาศต่อฐานที่ตั้งกองกำลังอัฟกานิสถานในกรุงคาบูล จ.Paktia และ จ.Kandahar ซึ่งถือเป็นการโจมตีฐานที่มั่นของผู้นำกลุ่มตอลิบันครั้งแรก ส่งผลให้มีพลเรือนอัฟกันเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ แต่ทางการอัฟกานิสถานยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับความสูญเสียดังกล่าว

เวียดนามนำร่องการปลูกข้าวคุณภาพสูงแต่ปล่อยมลพิษต่ำแห่งใหม่

เว็บไซต์ นสพ.Vietnam News รายงานเมื่อ 27 ก.พ.69 ว่า กรมผลิตและคุ้มครองพันธุ์พืชและกรมเกษตรและสิ่งแวดล้อมของนครไฮฟอง เวียดนาม ร่วมกับสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Institute-IRRI) และหุ้นส่วนความร่วมมือ ทั้งในเวียดนามและต่างประเทศ เริ่มโครงการนำร่องการปลูกข้าวที่มีคุณภาพสูงและลดการปล่อยมลพิษ หรือ Huu Chung Model ในนครไฮฟอง ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ 12.5 ไร่ โดยใช้ข้าวสายพันธุ์ VNR20 (ให้ผลผลิต 45 กก./เฮกตาร์)  ทั้งนี้ เวียดนามดำเนินโครงการนำร่องการปลูกข้าวคุณภาพสูงที่ลดการปล่อยมลพิษแล้ว 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ฮึงเอียน จ.นิญบิ่ญ และนครไฮฟอง โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตรระหว่างปี 2568-2578 และวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 ที่กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ (USDA) ให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณ