กลุ่ม G7 ชะลอการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์

การประชุม รมว.กระทรวงการคลังกลุ่ม G7 เมื่อ 9 มี.ค.69 ร่วมกับทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)  มีมติชะลอการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของสมาชิกกลุ่ม G7 ไว้ก่อน ซึ่งมีปริมาณรวมกันอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบยังอยู่ในภาวะล้นตลาด  ผอ.IEA ระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก่อให้เกิดปัญหาด้านโลจิสติกส์ มากกว่าการขาดแคลนน้ำมันดิบ อย่างไรก็ดี กลุ่ม G7 จะติดตามสถานการณ์และพัฒนาการในตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการจัดหาพลังงานทั่วโลก

HRW ระบุว่าอิสราเอลใช้ฟอสฟอรัสขาวโจมตีพลเรือนในเลบานอน

Human Rights Watch (HRW) แถลงเมื่อ 9 มี.ค.69 ว่า อิสราเอลใช้กระสุนฟอสฟอรัสขาวจากปืนใหญ่โจมตีที่อยู่อาศัยของพลเรือนในเมือง Yohmor ทางตอนใต้ของเลบานอน  พร้อมกับเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการใช้อาวุธดังกล่าวโดยทันที เนื่องจากมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดอันตรายจากการถูกเผาไหม้อย่างรุนแรงและมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ นอกจากนี้ HRW ยังเรียกร้องให้ พันธมิตรของอิสราเอล ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี  ระงับความช่วยเหลือทางทหารและยุติการขายอาวุธให้แก่อิสราเอล รวมถึงกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันรัฐบาลอิสราเอล ทั้งนี้ นับตั้งแต่การปะทะระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลเลาะฮ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ 2 มี.ค.69 มีผู้เสียชีวิตในเลบานอน อย่างน้อย 217 คน

ชาวออสเตรเลียแห่โหลด VPN หลังถูกบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ผู้ใหญ่ด้วยกฎหมายจำกัดอายุของรัฐบาล

ออสเตรเลียได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายจำกัดอายุการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เข้มงวด รวมถึงการเป็นประเทศแรกที่แบนวัยรุ่นจากการใช้งานโซเชียลมีเดียที่มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งรวมถึง Facebook, Instagram, TikTok และ X ตลอดจนบังคับให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ

การชุมนุมประท้วงไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

แนวโน้มการปฏิบัติการทางทหารเพื่อโจมตีอิหร่านมาตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ของสหรัฐฯ และอิสราเอล ยังไม่มีแนวโน้มยุติ จากที่ยังไม่เห็นทางออกในการที่จะมีการเจรจากัน จากที่อิหร่านยืนยันเมื่อ 8 มีนาคม 2569 จะไม่มีการยอมแพ้ ตามที่สหรัฐฯ ต้องการ ขณะที่ก็เกิดการประท้วงต่อต้านการกระทำของสหรัฐฯ ในจุดต่าง ๆ ของโลก แม้การประท้วงจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติการโจมตีอิหร่าน แต่ก็สะท้อนว่า ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่า เป็นการกระทำที่เกินไป แม้สหรัฐฯ และอิสราเอลจะมีข้ออ้างว่าการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย มีผลต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ และภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็มีรายงานการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนรัฐบาลกับต่อต้านรัฐบาลในอิหร่าน แต่ไม่มีเหตุรุนแรงหรือขยายวงกว้าง ส่วนการประท้วงนอกอิหร่าน เพื่อให้ยุติการโจมตีอิหร่าน ยังมีอยู่ เช่น หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำลอนดอน และที่นครนิวยอร์กก็มีการชุมนุมของกลุ่มขวาจัด รวมทั้งยังมีการชุมนุมในเมืองสำคัญ ๆ ของสเปน ซึ่งผู้จัดการชุมนุมประมินว่า เมื่อ 8 มีนาคม 2569 มีจำนวน 180,000 โดยมีการ 2 การชุมนุม ควบคู่กันคือ ในวันสตรีโลก (International Women’s…

ไทยกับภารกิจอพยพประชาชนท่ามกลางวิกฤตอิหร่าน

ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล และสหรัฐฯ สถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาค และความปลอดภัยของคนไทยที่อาศัยอยู่ในตะวันออกกลาง เช่น แรงงาน นักศึกษา แม่บ้าน และผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย ทำให้เผชิญกับความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัย และการดำรงชีวิตประจำวัน คนไทยบางกลุ่มที่ได้รับความเสี่ยง มีความประสงค์ในการเดินทางกลับประเทศไทย ความเสี่ยง ได้แก่ ความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัย และการปิดน่านฟ้า  ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานว่าการโจมตีของฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้อิหร่านตอบโต้กลับโดยมีเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐานของประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการทางทหารในกรุงเตหะราน และเมืองอื่น ๆ เที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิก หรือบังคับเปลี่ยนเส้นทางอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ผู้โดยสารติดค้างและเผชิญความไม่แน่นอนของการเดินทาง อีกทั้งยังมีรายงานการยิงโดรนโจมตีบริเวณสถานกงสุลของ สหรัฐอเมริกา ในเมืองดูไบ แม้ไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ แต่สะท้อนถึงความไม่ปลอดภัยของพื้นที่ และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อประชาชน และชุมชนเมืองโดยรอบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พลเรือน รวมทั้งชาวต่างชาติ ต้องพิจารณาการอพยพโดยด่วน หน่วยงานด้านความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานอื่น ๆ ของไทย ติดตามระดับพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กองทัพอากาศไทยได้เตรียมพร้อมอพยพชาวไทยหากจําเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอิหร่านซึ่งมีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 250 คน และทั่วภูมิภาคประมาณ 70,000 คน หลายหน่วยงานได้เริ่มแผนฉุกเฉิน กระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้ง War…

แร่หายาก…โอกาสหรือความเสี่ยงของไทย?

ทรัพยากรแร่ธาตุ โดยเฉพาะแร่หายาก (Rare Earth) กลายเป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญระหว่างประเทศมหาอำนาจ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค รวมทั้งอาเซียน หลังจากสหรัฐฯ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ด้านแร่ธาตุสำคัญกับ 5 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เพื่อกระจายห่วงโซ่อุปทานจากจีน ขณะที่จีนซึ่งเป็นทั้งประเทศที่มีทรัพยากรแร่หายากมากที่สุดในโลกและเป็นผู้นำด้านการแปรรูปแร่ (Refinning) ตั้งเป้าเปิดโรงงานแปรรูปแร่หายากในรัฐปะหัง มาเลเซีย ในปี 2570 การเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้เล่นของห่วงโซ่อุปทานโลกจะเป็นโอกาสของไทยในการยกระดับอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ก็ต้องเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เพื่อรับมือความท้าทายที่จะเผชิญ ไทยมีทั้งทรัพยากรแร่และธาตุ โดยส่วนใหญ่แร่หายากในไทยจะกระจายตัวตามแนวหินแกรนิตในพื้นที่ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง) ภาคตะวันตก (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดกาญจนบุรี) และภาคใต้ (จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี) แต่พบได้น้อยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ธาตุที่พบในไทยส่วนใหญ่คือ โมนาไซต์ ธาตุหายากกลุ่มเบา (Light Rare Earth) และซีโนไทม์ ธาตุหายากกลุ่มหนัก (Heavy…

แนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่

  นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงนโนบายต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569  ภายหลังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมัยที่ 2 เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569  โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ควบคู่กับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างบทบาทของญี่ปุ่นในเวทีระหว่างประเทศ พัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ และรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนาระบบการศึกษา สาธารณสุข สังคม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของพลเมืองญี่ปุ่นกับชาวต่างชาติ นโยบายของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ให้แข็งแกร่งและรุ่งเรือง ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ โดยทั้งสานต่อแนวนโยบายเดิม และปรับให้สอดคล้องกับบริบทระหว่างประเทศ  ญี่ปุ่นยึดแนวทางความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องสำหรับไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการส่งเสริม ความร่วมมือภายใต้กรอบ ODA เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งจะขยายความช่วยเหลือภายใต้กรอบ OSA แก่ประเทศที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อญี่ปุ่น โดยเฉพาะมีความขัดแย้งกับจีน เพื่อส่งเสริมบทบาทนำของญี่ปุ่นในการรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในห้วงที่จีนมีบทบาทมากขึ้น นโนบายที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่น สาระสำคัญ ดังนี้ – ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน  จะมุ่งแก้ไขการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง โดยใช้นโยบายการคลังเชิงรุก  ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมียุทธศาสตร์ รักษาวินัยทางการเงินการคลัง ลดระดับหนี้สาธารณะ และส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ…

ราคาน้ำมันในลาวสูงขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง

เหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางต้องลดกำลังการผลิต ทำให้ไม่สามารถส่งออกได้เต็มที่ เฉพาะอย่างยิ่งซาอุดิอาระเบีย ประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบ อันดับ 1 ของโลก จากที่อิหร่านยังปิดเส้นทางส่งออกช่องแคบฮอร์มุซ ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 และการที่ประเทศดังกล่าวไม่สามารถมีคลังเก็บสำรองน้ำมันได้เพียงพอเพื่อรอการส่งออก ขณะที่บางประเทศ เช่น อิรักต้องระงับการผลิตน้ำมันบางแห่ง เนื่องจากถูกอิหร่านโจมตี และกาตาร์ประกาศเมื่อ 6 มีนาคม 2569 จะเพิ่มการลดการผลิตน้ำมันลงอีก ลาวก็เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่บางประเทศ เช่น ไทยได้มีนโยบายช่วยเหลือประชาชน ด้วยการตรึงราคาน้ำมันไว้ เป็นระยะเวลา 15 วัน สำหรับลาว ราคาน้ำมันในประเทศเมื่อ 6 มีนาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลตามราคาน้ำมันในตลาดโลก และการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ราคาน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 เป็นประมาณ 43.53 บาท น้ำมันเบนซิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เป็นประมาณ 40.21 บาท อนึ่ง ลาวไม่มีระบบสำรองน้ำมันในประเทศ…

บุตรชายของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่

สภาผู้ชำนัญของอิหร่าน (Assembly of Experts) มีมติแต่งตั้งอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี อายุ 56 ปี บุตรชายคนที่ 2 ของอายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของอิหร่านอย่างเป็นทางการ เมื่อ 8 มี.ค.69 พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณต่อสภาผู้นำ (Leadership Council) ที่ปฏิบัติหน้าที่ในห้วงเปลี่ยนผ่านของประเทศ และเรียกร้องให้ชาวอิหร่านจงรักภักดีและสนับสนุนผู้นำสูงสุดคนใหม่ ขณะที่กองทัพอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์แสดงความยินดี และระบุว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่มีความเหมาะสมต่อการนำพาประเทศในห้วงเวลาที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

ผู้นำสหรัฐฯ และนรม.อิสราเอล จะตัดสินใจร่วมกันยุติสงครามกับอิหร่านในเวลาที่เหมาะสม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 8 มี.ค.69 ว่า จะตัดสินใจยุติสงครามกับอิหร่านเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และจะเป็นการตัดสินใจร่วมกับ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เพื่อทำลายอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องการจะทำลายอิสราเอล แต่ประธานาธิบดีทรัมป์เลี่ยงที่จะตอบคำถาม ถึงความเป็นไปได้ที่อิสราเอลอาจจะทำสงครามกับอิหร่านต่อไป แม้ว่าสหรัฐฯ ตัดสินใจยุติสงครามแล้วก็ตาม