ญี่ปุ่นรวบรวมข่าวสารในภูมิภาค ตอ.กลางเพื่อความปลอดภัยของเรือญี่ปุ่น

เสนาธิการร่วมของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 มี.ค.69 ว่า กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นส่งเรือและเครื่องบินปฏิบัติภารกิจรวบรวมข่าวสารเพื่อความปลอดภัยของเรือญี่ปุ่น เมื่อห้วง ก.พ.69 ดังนี้ 1) เรือพิฆาต JS Onami (กองเรือผิวน้ำเพื่อการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านโจรสลัด) ปฏิบัติภารกิจในเขตทะเลหลวงของอ่าวโอมาน และเขตทะเลหลวงของทะเลอาหรับเหนือ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจสามารถตรวจพบเรือทั้งสิ้น 180 ลำ และ 2) เครื่องบินลาดตระเวน P-3C (กองบินเพื่อการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านโจรสลัด) ปฏิบัติภารกิจในเขตทะเลหลวงของอ่าวเอเดน และเขตทะเลหลวงทางด้าน ตต.ของทะเลอาหรับเหนือ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจสามารถตรวจพบเรือทั้งสิ้น 598 ลำ

สอท.สหรัฐฯ / อิรักถูกโดรนโจมตี

โดรนที่ติดตั้งวัตถุระเบิดได้พุ่งชน สอท.สหรัฐฯ / กรุงแบกแดด อิรัก เมื่อ 14 มี.ค.69 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศ มุ่งเป้าไปยังพื้นที่อยู่อาศัยในย่านคาร์ราดา กรุงแบกแดด ส่งผลให้ผู้นำระดับสูง 1 คน และสมาชิกอีก 2 คน ของกองกำลัง Popular Mobilization Forces ของอิรักเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมีพลเรือนที่อาศัยใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บ 5 คน  สหรัฐฯ ยังโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์กของอิหร่านในวันเดียวกัน และข่มขู่จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบนเกาะนี้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันสำคัญที่สุดของอิหร่าน หากอิหร่านปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ใน ตอ.กลาง

สนข. AFP รายงานเมื่อ 14 มี.ค.69 ว่า กองทัพอิหร่านขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี โดยคำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่า กกล.สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารทั้งหมดบนเกาะ Kharg ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน บริเวณตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย (อ่าวอาหรับ) และเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันประมาณร้อยละ 90 ของอิหร่าน

CyberXplore ปักษ์แรก มี.ค.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์แรกเดือนมีนาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก มี.ค.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก มีนาคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

3 ประเด็นสำคัญจากการประชุมการเมืองของรัฐบาลจีน

การประชุมสองสภาครั้งที่ 14 ที่กรุงปักกิ่ง จีน หรือการประชุมสำคัญทางการเมืองเพื่อวางแผนพัฒนา รวมทั้งเศรษฐกิจของจีนสิ้นสุดลง เมื่อ 12 มีนาคม 2569 ได้แก่ การประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมือง (Chinese People’s Political Consultative Conference–CPPCC) และการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress–NPC) มีการรับรองผลงานของรัฐบาล กำหนดนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งเป้าหมายในอนาคต และกำหนดกฎหมายใหม่ที่จะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีนต่อไปในระยะ 5 ปี หรือปี 2569-2573 ดังนั้น การติดตามผลการประชุมสองสภาจึงบ่งชี้ทิศทางนโยบายสำคัญของจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงหรือขยายความร่วมมือ ผลการประชุมสองสภาสะท้อนว่ารัฐบาลจีนจะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจจีนเป็นอันดับแรก สาเหตุสำคัญอาจเป็นผลจากในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนเผชิญอุปสรรคในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ การบริโภคในประเทศซบเซา นโยบายสหรัฐฯ และผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน ทำให้รัฐบาลจีนต้องทบทวนเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปเน้นการรักษาเสถียรภาพ แทนที่จะเน้นเรื่องการขยายอัตราการเติบโต เป็นผลให้จีนปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.5-5 จากเดิมจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ขึ้นไป และเพิ่มการส่งเสริมอัตราการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งการลงทุนในประเทศมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)…

กลุ่ม OPEC ประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกไม่เปลี่ยนแปลง แต่ติดตามสงครามอิหร่านใกล้ชิด

องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC เผยแพร่มุมมองต่อการประเมินอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569-2570 ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม คือ ในปี 2569 อุปสงค์น้ำมันโลกจะอยู่ที่ประมาณ 1.38 ล้านบาร์เรล/วัน และในปี 2570 อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน แม้ว่าปัจจุบันจะมีสถานการณ์สงครามในอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานน้ำมันโลก เฉพาะอย่างยิ่งการขนส่งน้ำมันไปทั่วโลก โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซปริมาณมาก รวมทั้งทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศสมาชิกกลุ่ม OPEC ประเมินว่า ความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะอยู่ในระดับเดิม จึงอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในระยะยาวได้ การประเมินดังกล่าวเป็นผลจากข้อมูลความต้องการน้ำมันในตลาดโลกเมื่อห้วง กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบกับปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ จึงอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแท้จริง เพราะสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้กลุ่มประเทศ OPEC ยอมรับว่าต้องติดตามพัฒนาการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อแนวโน้มความต้องการน้ำมันในตลาดโลกในรายงานฉบับถัดไป รวมทั้งต้องติดตามมาตรการและนโยบายพลังงานของกลุ่มประเทศ OPEC+ ที่สำคัญด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย เวเนซุเอลา และไนจีเรีย ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามในอิหร่าน สมาชิก OPEC บางประเทศและสมาชิก…

ผู้นำอิหร่านคนใหม่ประกาศสู้ต่อในสงคราม จะปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันศัตรู

อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านมีถ้อยแถลงเมื่อ 12 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นถ้อยแถลงครั้งแรกหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยระบุว่าอิหร่านจะสู้ในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อกดดันรัฐบาลศัตรูให้ยุติการทำสงครามกับอิหร่าน นอกจากนี้ อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด มอจญ์ตะบา คอมะนะอี ยังขอให้ประชาชนและรัฐบาลมีเอกภาพ ยืนยันว่ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณถึงสหรัฐฯ และประเทศในตะวันออกกลางโดยตรงว่า อิหร่านจะโจมตีทำลายฐานทัพสหรัฐฯ ที่ยังปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคตะวันออกลาง ดังนั้น สหรัฐฯ และประเทศที่ให้สหรัฐฯ เข้าไปปฏิบัติการทางทหาร ควรยุติความเคลื่อนไหวดังกล่าวทันที ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าผู้นำอิหร่านคนใหม่มั่นใจในขีดความสามารถและศักยภาพของกองทัพปฏิวัติอิสลาม (IRGC) รวมทั้งกองกำลังติดอาวุธในภูมิภาคที่อิหร่านให้การสนับสนุนมาโดยตลอด ว่าจะสามารถตอบโต้และทำสงครามอสมมาตร (asymmetric warfare) กับสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ เนื่องจากแม้จะมียุทโธปกรณ์ที่ไม่เท่ากับสหรัฐฯ แต่อิหร่านให้ยุทธวิธีกระจายกำลังและฐานบัญชาการ ตามยุทธศาสตร์การรบแบบ Decentralized Mosaic Defense (DMD) ทำให้กองกำลังฝ่ายอิหร่านที่กระจายอยู่ทั่วประเทศสามารถปฏิบัติการต่อได้ แม้ศูนย์บัญชาการกลางจะเผชิญอุปสรรค และยังมีจุดแข็งเพิ่มเติมหลังจากการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ที่ใกล้ชิดกับ IRGC ทำให้การเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น อิหร่านจึงมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือกับสงครามได้ นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังส่งสัญญาณโน้มน้าวไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางให้ตระหนักถึงผลกระทบในระยะยาว หากยังสนับสนุนสหรัฐฯ…

Subscription Economy : เมื่อโลกกำลังบังคับให้เรา “เช่า” ทุกอย่าง

โครงสร้างเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใต้สภาพแวดล้อมที่ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ (VUCA) รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการบริโภคจากแนวคิด “การครอบครองสินทรัพย์” ไปสู่ “การเช่าสิทธิ์การเข้าถึง” ผ่านโมเดล Subscription Economy หรือเศรษฐกิจแบบสมัครสมาชิก ลองจินตนาการถึงชีวิตประจำวันที่คุณตื่นขึ้นมาฟังเพลงจากแอปพลิเคชันที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เช่ามาแบบรายเดือน และขับรถไปทำงานโดยต้องจ่ายเงินตัดบัตรเครดิตทุกเดือนเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เทรนด์ธุรกิจ แต่กำลังสะท้อนถึงการจัดระเบียบโครงสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ การเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ต้อง “ซื้อขาด” มาสู่ยุค “การเช่าสิทธิ์การเข้าถึง” ข้างต้น ถูกออกแบบมาอย่างแยบยล ผ่านหลักการทางเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม (Behavioral Economics) ซึ่งนายริชาร์ด เธเลอร์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ชาวอเมริกัน เคยอธิบายกลไกนี้ผ่านทฤษฎีบัญชีในใจ (Mental Accounting) ว่า มนุษย์มักประเมินค่าใช้จ่ายก้อนเล็ก ๆ ว่าไม่กระทบกระเทือนรายได้ที่มีอยู่ เมื่อเทียบกับการจ่ายเงินก้อนใหญ่ทีเดียว นอกจากนี้ โมเดลดังกล่าวยังเติบโตบนจุดอ่อนของเราที่เรียกว่าความเฉื่อยของผู้บริโภค (Consumer Inertia) เช่นระบบตัดบัตรอัตโนมัติจะอาศัยความเคยชินในการใช้จ่ายแต่จะเกิดความยุ่งยากในการยกเลิกการบริการ ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้บริษัทมีรายได้ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้ลูกค้าจะไม่ได้ใช้งานก็ตาม ในโลกปัจจุบันโมเดล Subscription Economy ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่าวงการสื่อบันเทิงหรือสตรีมมิง ค่ายรถยนต์ยุโรปชั้นนำเริ่มเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นแพลตฟอร์ม โดยล็อกฮาร์ดแวร์บางอย่างไว้และบังคับให้สมัครแพ็กเกจรายเดือนเพื่อปลดล็อกฟังก์ชันที่มีอยู่ในตัวรถ ขณะที่เชนร้านอาหารอย่าง Pret A…