ผู้นำอาเซียนเห็นพ้องเร่งผลักดันกระบวนการฟื้นฟูสถานการณ์ในเมียนมา

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับการแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมา ในห้วงการแถลงข่าวภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ เมื่อ 8 พ.ค.69 ว่า ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการแสวงหาแนวทางเพิ่ม เพื่อผลักดันกระบวนการฟื้นฟูสถานการณ์ในเมียนมาให้มีความคืบหน้า  รวมทั้งยึดมั่นในหลักฉันทามติ 5 ข้อ รวมถึงหลักสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม พร้อมย้ำว่า เมียนมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอาเซียน

สหรัฐฯ ประกาศให้การระบาดของไวรัสฮันตาเป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 3

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention-CDC) ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 8 พ.ค.69 ยกระดับการระบาดของไวรัสฮันตาเป็นภาวะฉุกเฉิน ระดับ 3 (Level 3 Emergency Response) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดจากทั้งหมด 3 ระดับ เพื่อเฝ้าระวังผู้โดยสารที่อาจได้รับเชื้อจากเรือสำราญ M/V Hondius โดยยืนยันว่ายังไม่ใช่การระบาดใหญ่ในวงกว้าง และ CDC กำลังติดตามอาการผู้โดยสารชาวอเมริกันที่เดินทางกลับจากเรือลำดังกล่าว ซึ่งกระจายตัวอยู่ในรัฐจอร์เจีย รัฐเทกซัส รัฐแคลิฟอร์เนีย และเวอร์จิเนีย โดยปัจจุบัน ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาในสหรัฐฯ

รัสเซียยังไม่สนับสนุนร่างข้อมติการแก้ไขปัญหาอิหร่านที่สหรัฐฯ เสนอ

 ถ้อยแถลงของนายอเล็กซานเดอร์ อาลีมอฟ รมช.กต.รัสเซีย เมื่อ 9 พ.ค.69 ระบุว่า รัสเซียไม่สนับสนุนร่างข้อมติที่สหรัฐฯ ร่วมกับบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์ เสนอต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) เมื่อ 7 พ.ค.69 เพื่อเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตี การคุกคาม และการกระทำที่เป็นอันตรายต่อเรือพาณิชย์และเรือการค้าในช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ถอนร่างข้อมติและไม่ควรเร่งรีบตัดสินใจดำเนินการ เนื่องจากไม่เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะแก้ไขปัญหาตามแนวทางในข้อมติดังกล่าว และรัสเซียยังคงสนับสนุนร่างข้อมติของรัสเซียและจีนซึ่งมีข้อเรียกร้องชัดเจนให้ทุกฝ่ายยุติสงคราม ระงับการใช้กำลัง และแก้ไขความขัดแย้งด้วยการเจรจาทางการทูต อีกทั้งยังครอบคลุมถึงการรับรองเสรีภาพในการเดินเรือ