ใครคือ “ฮีโร่” ในนิยายโลกรวน

ปัญหาโลกรวน หรือสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน และคาดการณ์ยาก …เป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศมหาอำนาจ ประเทศอุตสาหกรรม หรือประเทศเกษตรกรรม ทุกพื้นที่ได้เผชิญความท้าทายและความยากลำบากในการรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน รวมทั้งไทย ซึ่งในปี 2569 เป็นต้นไปมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับความแปรปรวนระดับที่ข้อมูลเชิงสถิติชุดเดิม ๆ อาจไม่สามารถใช้พยากรณ์สภาพอากาศได้แม่นยำอีกต่อไป หากเปรียบเทียบปัญหาโลกรวน เป็นนิยายหรือหนังสือเล่มหนึ่ง ที่สะท้อนภาพการเอาตัวรอดของมนุษยชาติในปัจจุบัน บทความนี้ขอเสนอว่า นิยายเรื่องนี้อาจไม่มี “ฮีโร่” หรือผู้เล่นบทพระเอกที่แท้จริง เป็นนิยายแนวระทึกขวัญ สืบสวนสอบสวนและ Sci-Fi ที่อาจจบด้วย Dark Comedy ที่เป็นบทสรุปของภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องที่นำเสนอเกี่ยวกับการเอาตัวรอดของมนุษย์ในอนาคต ..บทความนี้อยากชวนใช้กรอบการเล่าเรื่องแบบนิยายยุคเก่า เพื่อวิเคราะห์หา “ฮีโร่” ในนิยายโลกรวน ว่าจะนำไปสู่ตอนจบแบบ Happy Ending ได้หรือไม่ ในนิยายส่วนใหญ่ …เราจะพบว่าเนื้อหาเป็นเรื่องเล่าของตัวละครอย่างน้อย 3 ตัว ภายใต้สถานการณ์ห้วงหนึ่งที่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ซึ่งผู้รับบท “พระเอก” จะมีความแข็งแรง กล้าหาญ เป็นคนดีที่ทุกคนต่างชื่นชม คอยช่วยเหลือ “นางเอก” ที่ต้องการปกป้อง และมีอุปสรรค คือ “ตัวร้าย”…

ทิศทางความสัมพันธ์ 3 มหาอำนาจ : สหรัฐฯ จีน รัสเซีย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อห้วง พฤษภาคม 2569 ได้แสดงบทบาทสำคัญให้นานาชาติเห็นว่าจีนเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับมหาอำนาจทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำโลกฝั่งตะวันตกอย่างสหรัฐฯ หรือผู้นำประเทศที่มีที่ตั้งเปรียบเสมือนกลางใจโลก หรือ heartland อย่างรัสเซีย เพราะผู้นำรัฐบาลจีนประสบความสำเร็จในการเชิญผู้นำสหรัฐฯ กับผู้นำรัสเซียเดินทางเยือนประเทศได้ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ ยังมีภาพรวมผลลัพธ์การเยือนที่น่าพึงพอใจสำหรับทุกฝ่ายอีกด้วย บทความ The Intelligence จึงขอนำเสนอมุมมองและการวิเคราะห์ถึงทิศทางความสัมพันธ์ของ 3 มหาอำนาจนี้ว่าจะเป็นลักษณะใดต่อไป และจะมีปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ดังกล่าว การที่จีนเป็นเหมือน “ห้องรับแขก” ของโลกที่นำให้เกิดภาพการจับมือและสนทนากันอย่างราบรื่นกับผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซีย ทำให้จีนประสบความสำเร็จในการแสดงให้ทั่วโลกเห็นว่านโยบายต่างประเทศของจีนต้องการสร้างสันติภาพ และพร้อมร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะมีอุดมการณ์การเมืองและนโยบายต่างประเทศแบบใด ขอเพียงไม่รุกล้ำอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน ก็สามารถร่วมมือกันได้ รวมทั้งทำให้เกิดกระแสนิยมเรื่องการทูตระดับโลกที่เปลี่ยนศูนย์กลางจากประเทศตะวันตก ไปยังประเทศตะวันออก หรือ Eastward Power Shift อาจสรุปได้ว่า เหตุการณ์ในห้วงพฤษภาคม 2569 เป็นประโยชน์และส่งเสริมยุทธศาสตร์ของจีน ที่ต้องการได้รับความเชื่อมั่นและยอมรับจากนานาชาติ ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ : การรวมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การพบกันระหว่างผู้นำจีนกับผู้นำสหรัฐฯ เมื่อ 17 พฤษภาคม 2569 มีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และมีความตกลงในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าเป็นกลไกหลักที่จะทำให้ทิศทางความร่วมมือในอนาคตระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ผูกพันกันมากขึ้น สหรัฐฯ…

CyberXplore ปักษ์หลัง พ.ค.2569

CyberXplore ฉบับปักษ์หลังเดือนพฤษภาคม 2569 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน

การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน

  The Diplomat ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1/2569 จะขยายตัวร้อยละ 2.8 สูงกว่าคาดการณ์ไว้ แต่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปี 2569 ยังคงอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่การส่งออกกำลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่มั่นคงทางการเมือง ขณะที่หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้รัฐบาลมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เลขาธิการอาเซียนย้ำประเด็นความเป็นแกนกลางของอาเซียน

นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมการประชุม IISS Shangri-La Dialogue (SLD) ครั้งที่ 23 ที่สิงคโปร์ เมื่อ 30 พ.ค.69 โดยกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “Priorities within Asia’s Shifting Strategic Landscape” ย้ำถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) และความเป็นเอกภาพของอาเซียน ส่งเสริมความร่วมมือที่ครอบคลุม และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์และความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังเน้นประเด็นบทบาทของอาเซียนในฐานะกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพ และความพยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการเจรจา ความร่วมมือ และการเป็นสถาปัตยกรรมระดับภูมิภาคที่ เพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความสอดประสานกันของภูมิภาค มากกว่าการแบ่งขั้ว

เวียดนาม-ลาว-กัมพูชาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง จนท.ความมั่นคงรุ่นใหม่

เวียดนาม-ลาว-กัมพูชา จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนมิตรภาพและวัฒนธรรมไตรภาคีระหว่าง จนท.ความมั่นคงรุ่นใหม่ ที่บ้านวัฒนธรรมมิตรภาพ จ.กอนตูม เวียดนาม (ไม่ระบุห้วงเวลาจัดกิจกรรม) โดยเมื่อ 28 พ.ค.69 จนท.กลุ่มดังกล่าวได้ร่วมทัศนศึกษาหลักเขตแดนเวียดนาม-ลาว-กัมพูชา ที่ จ.กอนตูม  หลักเขตดังกล่าวถูกใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ พิธีเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนมิตรภาพไตรภาคีระดับจังหวัดครั้งแรก เมื่อปี 2561 และพิธีเปิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนมิตรภาพไตรภาคีด้านการป้องกันประเทศครั้งแรก เมื่อปี 2566 ทั้งยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสามฝ่าย ซึ่งเป็นโอกาสเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง ความร่วมมือ ความเป็นอันหนึ่งเดียวกัน เพื่อความมั่นคง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนระหว่างประชน และสันติภาพในพื้นที่และภูมิภาค

ประธานาธิบดีทรัมป์เสร็จสิ้นการประชุมฉุกเฉินเรื่องอิหร่านโดยไม่ได้ข้อยุติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการประชุมฉุกเฉินกับคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคง ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 29 พ.ค.69 เพื่อหา “ข้อสรุปขั้นสุดท้าย” เกี่ยวกับร่างข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิง 60 วันกับอิหร่าน ซึ่งใช้เวลากว่า  2 ชม.โดยไม่มีการประกาศ ข้อสรุปขั้นสุดท้าย  หลังจากปรากฏรายงานจากสื่อหลายแห่งว่า ผู้เจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว ที่จะขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ระบุใน Truth Social ก่อนการประชุมว่า อิหร่านต้องยอมรับเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ ห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที  ต้องทำลายทุ่นระเบิดทั้งหมดเพื่อเปิดให้มีการเดินเรือในน่านน้ำได้อย่างเสรี และต้องยินยอมให้สหรัฐฯ ขนย้ายและทำลายยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้ว

รมว.กห.สหรัฐฯ หารือกับ รมว.กห.ประเทศต่าง ๆ ห้วงการประชุม Shangri-La Dialogue

นายพีท เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ ซึ่งเข้าร่วมการประชุม Shangri-La Dialogue ที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ (ระหว่าง 29-31 พ.ค.69)  ได้พบหารือกับ รมว.กห.สิงคโปร์  รมว.กห.เวียดนาม  รมว.กห.ฟิลิปปินส์ และ รมว.กห. ในประเด็นความร่วมมือและความมั่นคงในภูมิภาค โดยนายเฮกเซธ มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ใน 30 พ.ค.69 หัวข้อ UNITED STATES’ STRATEGY FOR PEACE IN THE INDO-PACIFIC ก่อนจะพบหารือกับ รมว.กห. มาเลเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ทิศทางความสัมพันธ์ 3 มหาอำนาจ : สหรัฐฯ จีน รัสเซีย

ในโลกยุคปัจจุบันที่สถานการณ์ระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและการดำเนินนโยบายของประเทศมหาอำนาจมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อนานาประเทศมากขึ้น มาดูกันว่าประเทศมหาอำนาจหลักของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย มีแนวทางการดำเนินนโยบายอย่างไร และจะมีแนวโน้มไปในทิศทางไหนต่อไป ติดตามกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “ทิศทางความสัมพันธ์ 3 มหาอำนาจ : สหรัฐฯ จีน รัสเซีย”

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง พ.ค.69

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง พฤษภาคม 2569
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม