ภาคเอกชนควรเป็นผู้นำไทยฟื้นตัวหลังวิกฤติช่องแคบฮอร์มุซ

Nikkei Asia ของญี่ปุ่น เผยแพร่บทความระบุว่า วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซอาจเป็นโอกาสให้ไทยเร่งดำเนินการปฏิรูปและปรับโครงสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยให้ภาคเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายต้องสร้างเงื่อนไขเพื่อสนับสนุน โดยเร่งการปฏิรูปเพื่อเพิ่มผลิตภาพและขยายการเข้าถึงตลาดของภาคเอกชน เช่น การเร่งบังคับใช้ความตกลงการค้าเสรีกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) การเร่งเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป รวมถึงการขจัดอุปสรรคในการลงทุน เช่น เร่งรัดการอนุมัติและออกใบอนุญาตต่าง ๆ เพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อกระตุ้นการลงทุนจากฐานราก ผ่อนคลายนโยบายการเงิน และเปลี่ยนการใช้งบประมาณจากการอุดหนุนผู้บริโภคไปสู่การลงทุนสาธารณะเพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุน

Amnesty International ระบุกัมพูชาล้มเหลวการกวาดล้างศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในประเทศ

  แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International-AI) เผยแพร่รายงาน เมื่อ 8 มิ.ย.69 ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาล้มเหลวในการกวาดล้างศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงทางออนไลน์  ซึ่งทำให้ไม่สามารถยุติการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การทรมาน และความรุนแรงทางเพศได้  AI ตรวจพบศูนย์หลอกลวง 86 แห่ง มีหลักฐานว่ารัฐเข้าปราบปรามเพียง 24 แห่ง และกว่าร้อยละ 70 ไม่ได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการดังกล่าว อีกทั้ง จากการสัมภาษณ์เหยื่อ 73 คน จาก 16 ประเทศ ให้การตรงกันว่าถูกทำร้าย กักขัง และบางรายถูกข่มขืน แต่ยังไม่ได้การรับรองเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ตามมาตรฐานสากล

ผู้นำเมียนมาแสดงทัศนะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียนในปัจจุบัน

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 6 มิ.ย.69 เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนายมินอองไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา กับสถานีโทรทัศน์ DD India News โดยแสดงทัศนะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับอาเซียนในปัจจุบัน ว่า เมียนมามีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่ แต่หลักการฉันทามติของอาเซียนที่ทุกประเทศต้องเห็นพ้องกันในการตัดสินใจวาระสำคัญ เป็นสิ่งที่สร้างความยากลำบากแก่เมียนมา เนื่องจากมีประเทศสมาชิกอาเซียน 1-2 ประเทศ ที่มีท่าทีที่แข็งกร้าวหรือเข้มงวดต่อเมียนมา ขณะที่ประเทศสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่มีทัศนคติที่ดีต่อเมียนมาแล้วหลังจากเมียนมาเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปอย่างเสรีและยุติธรรม ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครร้องเรียนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง

เวียดนามต้อนรับ นรม.ไทย ลาว กัมพูชา และติมอร์-เลสเต

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม.ไทย นายสอนไซ สีพันดอน นรม.ลาว สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา และนายซานานา กุสเมา นรม.ติมอร์-เลสเต จะเยือนเวียดนามเพื่อเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 ระหว่าง 8-9 มิ.ย.69 ที่กรุงฮานอย ซึ่งสะท้อนถึงความกลมเกลียวในภูมิภาคและบทบาทนำของเวียดนามในกิจกรรมต่างประเทศของเอเชีย ตอ.ต.

สหรัฐฯ ประกาศเตือนชาวอเมริกันในอิสราเอลให้หลบภัยและพร้อมเคลื่อนย้าย

สอท.สหรัฐฯ /อิสราเอล ประกาศเมื่อ 7 มิ.ย. 69 เตือน จนท.สอท.สหรัฐฯ และครอบครัว รวมทั้งชาวอเมริกันในอิสราเอลให้หลบภัยอยู่ในที่พัก และเตรียมพร้อมเดินทางไปยังที่ ปลอดภัย ขณะที่สอท.สหรัฐฯ / เยรูซาเลม และ สนง. /กรุงเทลอาวีฟ  ปิดทำการใน 8 มิ.ย.69  ซึ่งในกรณีที่มีการยิงขีปนาวุธ จรวด หรือเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามรุกล้ำเข้ามา อาจมีการยกระดับเตือนภัยสูงสุดเป็นระดับสีแดง การประกาศเตือนภัยดังกล่าว มีขึ้นหลังจาก อิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลเมื่อช่วงค่ำของ 7 มิ.ย.69 ตอบโต้ที่อิสราเอลโจมตีเลบานอนในวันเดียวกัน  โดยอิสราเอลโจมตีทางอากาศตอบโต้อิหร่านกลับเมื่อช่วงเช้าของ 8 มิ.ย.69  แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์หารือกับ นรม.เนทันยาฮู ของอิสราเอลให้ใช้ความอดทนอดกลั้น และเรียกร้องให้อิหร่านกลับสู่การเจรจา

ประธานาธิบดีจีนเน้นย้ำจะร่วมกับเกาหลีเหนือกำหนดทิศทางความสัมพันธ์

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 8 มิ.ย.69 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน พร้อมด้วยนางเผิง ลี่หยวน ภรรยาประธานาธิบดีสี นายไช่ ฉี ผอ.สำนักงานกิจการทั่วไปประจำคณะกรรมาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ และนายหวัง อี้ รมว.กต.จีน เดินทางถึงเกาหลีเหนือ ซึ่งก่อนการเดินทาง ประธานาธิบดีสีแสดงความมุ่งหวังที่จะพบหารือกับนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาความสัมพันธ์ดั้งเดิมระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือที่เข้มแข็งและเหนียวแน่น และยึดมั่นในอุดมการณ์สังคมนิยมร่วมกัน