การประชุม UNGA ครั้งที่ 81 สะท้อนสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญหน้าความท้าทายรอบด้าน

วันนี้ The Intelligence จะมาพูดคุยถึงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งที่ 81 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.ย.69 ซึ่งกลายเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างรอบด้าน สำหรับการประชุมวันแรกนี้สะท้อนถึง 3 ประเด็นสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ จะมีประเด็นอะไรบ้าง และแต่ละประเด็นสำคัญอย่างไร มาติดตามรับฟังกันได้ที่ The Intelligence Podcast ตอน “การประชุม UNGA ครั้งที่ 81 สะท้อนสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญหน้าความท้าทายรอบด้าน”

ผู้เชี่ยวชาญเตือนปรากฏการณ์เอลนีโญจะทำให้มีผู้เสียชีวิต 450,000 ราย

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศจากสถาบัน Climate Impact Lab เผยแพร่คำเตือนเมื่อ 23 กันยายน 2569 ว่าปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในห้วง มิถุนายน 2569 – กุมภาพันธ์ 2570 อาจทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบและเสียชีวิตประมาณ 450,000 รายทั่วโลก โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา เนื่องจากรัฐบาลอาจขาดความพร้อมในการเตรียมการรับมือกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันรุนแรง หรือมีประชากรกลุ่มเสี่ยงจำนวนมาก สำหรับสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้มีประชากรเสียชีวิตจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่วนใหญ่เกิดจากสภาพอากาศร้อนจัด ขาดแคลนวิธีการและเครื่องมือในการตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น พายุผิดฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนมากกว่าปกติ อุทกภัย คลื่นความร้อน และสภาพอากาศแล้งจัด นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเปรียบเทียบปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญในช่วงนี้ว่าเป็นเหมือน “โปสการ์ดจากอนาคต” หรือคำเตือนว่าสภาพภูมิอากาศโลกจะผันผวนและรุนแรงขึ้นในลักษณะนี้ จนกลายเป็นสภาวะปกติใหม่ (new normal) ในอนาคต เช่น พายุที่ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกจะรุนแรงมากขึ้น ทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไม่ตรงตามฤดูกาล กระทบต่อการทำเกษตรกรรม แม้ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่มีจุดสิ้นสุด และแทนที่ด้วยปรากฏการณ์ลานีญา แต่นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าปัจจัยที่ทำให้เอลนีโญน่าวิตกกังวลมากกว่าในอดีต เป็นเพราะมีภาวะโลกรวน (climate change) ทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ กระตุ้นให้ความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนั้นรุนแรงมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่ายังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่ชัดเจน จากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญได้ อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคต่อการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนในแต่ละพื้นที่ให้แม่นยำ ส่งผลให้เกษตรกรในหลายประเทศ…

ถอดรหัสท่าทีผู้นำสหรัฐฯ-จีน ประเด็นสงครามการค้าและปัญญาประดิษฐ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จัดงานต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่เดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อ 23 กันยายน 2569 ที่ฐานทัพ Joint Base Andrews รัฐแมริเลนด์ สหรัฐฯ จากนั้นพบหารือกันประเด็นการขยายข้อตกลงระงับสงครามการค้าระหว่างกัน เพื่อรักษาบรรยากาศความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมทั้งสะท้อนว่าประเด็นสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน เป็นประเด็นที่ทั้ง 2 ผู้นำเห็นว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศ และในระดับโลก นอกจากประเด็นสงครามการค้าที่สหรัฐฯ กับจีนอาจผ่อนคลายความขัดแย้งลงได้ในระยะสั้น คาดว่าสหรัฐฯ กับจีนจะเน้นขยายความร่วมมือด้านการสกัดกั้นภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ เฉพาะอย่างยิ่งยาเสพติด และสารเฟนทานิล ที่สหรัฐฯ เคยใช้เป็นเงื่อนไขขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน และกดดันจีนให้ระงับการส่งออกไปยังเม็กซิโก เพราะถูกนำไปใช้ผลิตยาเสพติดแพร่กระจายไปสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ประเด็นการแข่งขันอิทธิและการเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีปัญญาประเดิษฐ์ (AI) ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษร หรือสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของนานาชาติที่ต้องการกระตุ้นให้สหรัฐฯ กับจีน ร่วมเห็นด้วยกับการสร้างมาตรฐานการพัฒนา AI แบบสากล รวมถึงการชะลอ หรือควบคุมการพัฒนา AI ให้ปลอดภัย เนื่องจากผู้นำของทั้ง 2 ประเทศปัจจุบันให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างมาก และต่างฝ่ายต่างเชื่อว่า เทคโนโลยี…

3 ความท้าทายของสหประชาชาติในอนาคต

การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ที่กำลังดำเนินอยู่ในห้วงปลาย กันยายน 2569 ที่นครนิวยอร์ก ได้รับความสนใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากผลการประชุมในห้วงที่ผ่านมา อาจสะท้อนว่า สหประชาชาติกำลังเผชิญความท้าทายอย่างน้อย 3 ปัจจัยที่จะเป็นอุปสรรคต่อการแสดงบทบาทขององค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญแห่งนี้ ได้แก่ 1) ความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจ 2) งบประมาณดำเนินงานและขับเคลื่อนภารกิจของสหประชาชาติ และ 3) บทบาทของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติเรียกร้องกลไกใหม่ ๆ หรือการปฏิรูป UNSC ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความท้าทายแรก เป็นผลจากความขัดแย้งและความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นระหว่างประเทศมหาอำนาจ ประกอบกับสถานการณ์สงครามและวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ และรัสเซีย เข้าไปมีส่วนร่วม ทำให้นานาชาติและ UN ไม่สามารถแสดงบทบาทเพื่อปกป้องสันติภาพหรือเพิ่มพูนความมั่นคงในพื้นที่ขัดแย้งได้ เพราะมติหรือความเห็นของ UN ไม่มีผลต่อการกำหนดนโยบายของประเทศมหาอำนาจที่มีส่วนร่วมในความขัดแย้ง ทั้งในสงครามยูเครน และสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่อิสราเอลเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งในพื้นที่ฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ กลายเป็นประเด็นท้าทายบทบาทของ UN และมหาอำนาจมากที่สุดในปี 2569 เนื่องจากสหรัฐฯ ยังไม่กดดันอิสราเอลผ่านกลไก UN จึงไม่เป็นผลดีต่อแผนการของนานาชาติที่ต้องการผลักดันสันติภาพและแนวทางแก้ไขปัญหาตามหลักการสองรัฐ (two-state solution)…

โครงการอุดหนุนเงินยังไม่เพียงพอสนับสนุนให้ครัวเรือนติดตั้งโซลาร์เซลล์

South China Morning Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความเกี่ยวกับปัญหาของธุรกิจโซลาร์เซลล์ในไทย โดยระบุว่า แม้ภาครัฐผลักดันการติดตั้งโซลาร์เซลล์ผ่านโครงการอุดหนุนเงินประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าและส่งเสริมพลังงานสะอาด แต่ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเริ่มแรกยังคงสูงเกินกว่าที่หลายครอบครัวจะจ่ายได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีรายได้น้อย นอกจากนี้ ราคาขายไฟคืนให้รัฐอยู่ในระดับต่ำและไม่คุ้มค่าเท่ากับการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง อีกทั้งมีข้อจำกัดเรื่องความสามารถในการรองรับของสายส่งย่อยและหม้อแปลงไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาระดับแรงดันไฟฟ้าสูงเกิน และการไหลย้อนกลับของกระแสไฟฟ้า โดยเห็นว่า หากไทยต้องการผลักดันการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ทั่วถึง ควรต้องกำหนดเงื่อนไขการสนับสนุนทางการเงินที่สอดคล้องกับครัวเรือนทุกระดับ และยกระดับการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าท้องถิ่นเพื่อรองรับการเชื่อมต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไทยอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองมาตรการภาษีกับสหรัฐฯ

Bloomberg ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทสัมภาษณ์รอง นรม./รมว.กต.ไทย นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งเปิดเผยว่า ไทยอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองภาษีกับสหรัฐฯ อย่างจริงจังในประเด็นต่าง ๆ อาทิ การเข้าถึงตลาดไทย การสนับสนุนธุรกิจของสหรัฐฯ เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดและพยายามผ่อนปรนในส่วนที่ดำเนินการได้ นอกจากนี้ เชื่อว่าไม่ควรนำการค้ามาใช้เป็นอาวุธและไทยสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี ทั้งนี้ Bloomberg ระบุเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ กำหนดภาษีสินค้าไทยอยู่ที่อัตราร้อยละ 12.5 จากการการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 โดยไทยพยายามต่อรองให้ได้อัตราระดับใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซึ่งสหรัฐฯ เรียกเก็บที่อัตราร้อยละ 10 นอกจากนี้ ตลาดที่สหรัฐฯ พยายามเข้าถึง คือ ตลาดเนื้อหมู ซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากผู้เลี้ยงหมูของสหรัฐฯ ใช้สารเติมแต่งอาหารสำหรับหมูที่ต้องห้ามในไทย

สอท.อินเดีย/กรุงกัวลาลัมเปอร์แจ้งเตือนพลเมืองมิให้ใช้วีซ่าท่องเที่ยวผิดวัตถุประสงค์

เว็บไซต์ The Hindustan Times รายงานเมื่อ 22 ก.ย.69 อ้างแถลงการณ์ของ สอท.อินเดีย/กรุงกัวลาลัมเปอร์ แจ้งเตือนพลเมืองอินเดียไม่ให้ใช้วีซ่าท่องเที่ยวผิดวัตถุประสงค์เพื่อลักลอบทำงานในมาเลเซีย หลังพบว่ามีพลเมืองอินเดียลักลอบทำงานในมาเลเซียเพิ่มขึ้น โดย สอท.ระบุชาวอินเดียจำนวนมากถูกนายหน้าหลอกลวงเกี่ยวกับสัญญาจ้างงานอันเป็นเท็จ และสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาการพำนักเกินกำหนด การมีสถานะเข้าเมืองผิดกฎหมาย การถูกเอารัดเอาเปรียบ การถูกควบคุมตัว และดำเนินคดีตามกฎหมาย สิทธิ์การเข้าเมืองโดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางอินเดียซึ่งได้รับอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 30 วันนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและการเยือนส่วนตัวเท่านั้น และควรงดเว้นการเดินทางมาทำงานที่มาเลเซียโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน  หรือวีซ่าที่ได้รับการอนุมัติโดยหน่วยงานของมาเลเซีย

เวียดนามคาดหวังให้สหรัฐฯ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

การพบหารือระหว่าง พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม กับนายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่สหรัฐฯ เมื่อ 21 ก.ย.69  ผู้นำเวียดนามแสดงความพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจและการค้าให้มีเสถียรภาพและยั่งยืน เช่นที่เวียดนามเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ จึงขอให้สหรัฐฯ ใช้แนวทางแบบองค์รวมในการแก้ไขปัญหาทางการค้าที่ยังคงค้าง ซึ่งรวมถึงการสอบสวนการบังคับใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 2517 ที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีระยะยาวต่อประเทศที่ดำเนินแนวทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ด้านนายกรีเออร์ชื่นชมความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการเจรจาข้อตกลงทางการค้าที่อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ต่างตอบแทน และว่าการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายระหว่างกันจะช่วยเปิดโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ของสองประเทศ

ที่ประชุม รมว.กต.อาเซียน–GCC กังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-คณะมนตรีความร่วมมือแห่งรัฐอ่าวอาหรับ (ASEAN-GCC Foreign Ministers’ Meeting) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อ 23 ก.ย.69 นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA)  กังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการกลับมาปะทะกันหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และเรียกร้องทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น ยุติการสู้รบ และกลับสู่การเจรจาและการทูต พร้อมย้ำการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงความสำคัญของความปลอดภัยทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือ  นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมุ่งมั่นกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งจัดทำการศึกษาความเป็นไปได้ของความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–GCC ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569  ทั้งนี้ จะมีการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน–GCC ครั้งที่ 3 ที่ซาอุดีอาระเบีย ในปี 2570

ผู้นำสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ลงนามความตกลงร่วมเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ร่วมกับ นรม.เดนมาร์ก และ นรม.กรีนแลนด์ ลงนามความตกลง เมื่อ 22 ก.ย.69  เพื่อเสริมความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกและแอตแลนติกเหนือ ที่ สนญ.สหประชาชาติ  ณ นครนิวยอร์ก นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งที่ 81 ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถขยายฐานทัพและประจำการกำลังพลเพิ่มเติมอย่างกว้างขวางในกรีนแลนด์ เฉพาะอย่างยิ่งฐานทัพอากาศ Narsarsuaq ทางตอนใต้ และฐานทัพ Mestersvig บนชายฝั่งตะวันออกของเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งสหรัฐฯ เคยใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารในช่วงสงครามเย็น รวมทั้งการขยายสิทธิการเข้าถึงพื้นที่และขับเคลื่อนโครงการระบบป้องกันภัยทางอากาศ Golden Dome ของสหรัฐฯ ในกรีนแลนด์ ตลอดจนจำกัดสิทธิประเทศนอกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในการจัดตั้งฐานทัพหรือประจำการกำลังพลในกรีนแลนด์อย่างถาวร ทั้งนี้ ความตกลงดังกล่าวไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด และจะมีผลผูกพันต่อเนื่องแม้ว่ากรีนแลนด์จะประกาศเอกราชจากเดนมาร์กในภายหลัง