ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 7 ม.ค.65 คาดการณ์ว่าจะตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปลาย ม.ค.65 เนื่องจากการแพร่ระบาดสายพันธุ์โอมิครอน โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยอยู่ระหว่างรักษาตัวใน รพ. 1,738 ราย เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากสัปดาห์ก่อน และอาจเพิ่มขึ้นถึง 6,000 ราย

เม็กซิโก

ระบุเมื่อ 7 ม.ค.65 อนุมัติใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ซึ่งเป็นยารักษาโรค COVID-19 ของบริษัท Merck ของสหรัฐฯ เป็นกรณีฉุกเฉิน

อินเดีย

ประกาศเมื่อ 7 ม.ค.65 กำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกรายต้องกักตัวในที่พักอาศัย 7 วัน นับแต่วันที่เดินทางถึงอินเดีย และต้องตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยวิธี RT-PCR ในวันที่ 8 ตั้งแต่ 11 ม.ค.65 เวลา 00.01 น. จากเดิมที่กำหนดให้กักตัวเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ระบุเมื่อ 6 ม.ค.65 รัฐอาบูดาบีกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มกระตุ้น เพื่อเข้าปฏิบัติงานในสำนักงาน ตั้งแต่ 10 ม.ค.65 ยกเว้นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่มีใบรับรองแพทย์

อินเดีย

ระบุเมื่อ 6 ม.ค.65 ว่า ดินแดนสหภาพเดลีเข้าสู่การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระลอก 5 จากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน จึงยกระดับมาตรการควบคุมโรค และไม่อนุญาตให้บุคลากรทางการแพทย์ลาพักผ่อนในห้วงที่เชื้อกำลังแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังไม่บังคับใช้มาตรการ Lockdown

เวียดนาม

ระบุเมื่อ 6 ม.ค.65 ใช้งบประมาณในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้วทั้งสิ้น 74 ล้านล้านด่งเวียดนาม (ประมาณ 3,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สิงคโปร์

ระบุเมื่อ 6 ม.ค.65 ว่าตลาดแรงงานของสิงคโปร์ฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เมื่อปี 2564 เติบโตร้อยละ 7.2 จากเมื่อปี 2563 เป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการทางสังคมและการเปิดการเดินทางระหว่างประเทศในช่องทางพิเศษชนิด Vaccinated Travel Lane (VTL) อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของสายพันธุ์โอมิครอนอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของสิงคโปร์

กัมพูชา

ระบุเมื่อ 7 ม.ค.65 นรม.ฮุน เซน มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เมียนมาเพื่อต่อต้านการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้แก่ หน้ากากอนามัย 3 ล้านชิ้น หน้ากาก N95 จำนวน 200,000 ชิ้น แว่นตานิรภัยทางการแพทย์ 100,000 ชิ้น ชุด PPE 30,000 ชุด หน้ากากใส (face shields) 30,000 ชิ้น รองเท้าบู๊ทนิรภัย 50 คู่ เครื่องช่วยหายใจ 50 เครื่อง เครื่องติดตามสัญญาณชีพ 50 เครื่อง และเครื่องผลิตออกซิเจน 50 เครื่อง    

สิงคโปร์

ระบุเมื่อ 5 ม.ค.65 เห็นว่ากรณีศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ (CDC) ปรับสถานะสิงคโปร์เป็นประเทศเสี่ยงสูงจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่มีผู้ติดเชื้อในระดับคงที่ ซึ่งสิงคโปร์มีศักยภาพในการตรวจหาเชื้อสูง และมีสถานีตรวจหาเชื้อในระบบน้ำเสียทั่วประเทศ