สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 21 ธ.ค.64 ยกระดับการแจ้งเตือนการเดินทางไปต่างประเทศใน 8 พื้นที่ที่เสี่ยงเผชิญการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระดับสูงสุด (ระดับ 4) ได้แก่ สเปน ฟินแลนด์ ยิบรอลตาร์ โมนาโก ซานมาริโน เลบานอน ชาด และเกาะ Bonaire เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 500 คน ต่อประชากร 100,000 คน ในช่วง 28 วันที่ผ่านมา

อินโดนีเซีย

ประกาศเมื่อ 21 ธ.ค.64 ห้ามชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร เข้าประเทศชั่วคราว เพิ่มเติ่มจาก 10 ประเทศแอฟริกาตอนใต้ เนื่องจากกลุ่มประเทศดังกล่าว มีอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนในระดับสูง

เดนมาร์ก

ระบุเมื่อ 21 ธ.ค.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ 13,558 ราย สูงที่สุดตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ปัจจุบัน เชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอนเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดหลักในเดนมาร์ก

เยอรมนี

ประกาศเมื่อ 21 ธ.ค.64 ยกระดับมาตรการควบคุมโรค COVID-19 ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ อาทิ จำกัดการรวมกลุ่มไม่เกิน 10 คน ตั้งแต่ 28 ธ.ค.64 ปิดสถานบันเทิง และห้ามจำหน่ายพลุช่วงสิ้นปี แต่ยังไม่มีมาตรการจำกัดการเดินทางเข้าเยอรมนีเพิ่มเติม

คณะกรรมาธิการยุโรป (EC)

ระบุเมื่อ 21 ธ.ค.64 กำหนดวันหมดอายุเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เป็นเวลา 9 เดือน สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ก.พ.65

นิวซีแลนด์

ระบุเมื่อ 21 ธ.ค.64 ปรับแผนเปิดประเทศเพื่อให้สอดรับกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอมิครอน โดยชาวนิวซีแลนด์ที่เดินทางจากออสเตรเลียจะเริ่มเดินทางเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัวได้ใน 28 ก.พ.65 จากเดิม 17 ม.ค.65 ขยายเวลากักตัวจาก 7 วัน เป็น 10 วัน และลดเวลาการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ก่อนการเดินทางจาก 72 ชั่วโมง เป็น 48 ชั่วโมง

เบลเยียมและฝรั่งเศส

ระบุเมื่อ 20 ธ.ค.64 อนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Pfizer ในเด็กอายุ 5-11 ปี ตามความสมัครใจ โดยจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง และกำหนดระยะห่างระหว่างเข็มแรกกับเข็มสองอย่างน้อย 21 วัน

ฟิลิปปินส์

ระบุเมื่อ 21 ธ.ค.64 รับมอบวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของบริษัท Pfizer จำนวน 3.4 ล้านโดส จากรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านโครงการ COVAX ของ WHO และพันธมิตร ระหว่าง 20-21 ธ.ค.64 ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดที่สหรัฐฯ เตรียมไว้สำหรับการส่งมอบผ่าน COVAX

องค์การอนามัยโลก (WHO)

ระบุเมื่อ 20 ธ.ค.64 จะกลับมาเริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบเอกสารวัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย ใน ก.พ.65 ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งสำหรับการอนุมัติใช้วัคซีนเป็นกรณีฉุกเฉิน โดยกำหนดให้ยื่นเอกสาร 2 รายการภายใน 30 ธ.ค.64 และปลาย ม.ค.65