ฟิลิปปินส์

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 เริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีนตั้งแต่ 11 ต.ค.64 เนื่องจากคาดว่า จะได้รับวัคซีนอีกจำนวนมากใน ต.ค.64 ทั้งจากการสั่งซื้อและจากโครงการ COVAX

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 บริจาคตู้แช่วัคซีนให้ไทย จำนวน 200 ตู้ มูลค่า 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 40.5 ล้านบาท)

ฮ่องกง

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 จะบริจาควัคซีน AstraZeneca จำนวน 7.5 ล้านโดส ให้ประเทศกำลังพัฒนา ผ่านโครงการ COVAX เนื่องจากฮ่องกงมีวัคซีนเพียงพอต่อความต้องการแล้ว

อินโดนีเซีย

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 จะลดระยะเวลากักตัวให้ผู้ที่เดินทางมาจาก 18 ประเทศ จากเดิม 8 วัน เหลือเพียง 5 วัน แต่ยังไม่ประกาศรายชื่อประเทศให้ทราบ

เกาหลีใต้

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 จะบริจาควัคซีน AstraZeneca ให้เวียดนาม 1.1 ล้านโดส และไทย 470,000 โดส ซึ่งมีกำหนดจัดส่งถึงประเทศปลายทางใน 13 ต.ค.64

อินเดีย

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 อนุมัติใช้วัคซีน Covaxin ของบริษัท Bharat Biotech ของอินเดีย ในเด็กอายุ 2-18 ปี เป็นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ชนิดที่ 2 ที่อินเดียอนุมัติใช้ในเด็กต่อจากวัคซีน ZyCoV-D ของบริษัท Zydus Cadila ที่อินเดียอนุมัติใช้ในผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป เมื่อ 20 ส.ค.64

ลาว

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 พบว่าผู้ติดเชื้อ COVID-19 ร้อยละ 85 เป็นผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน และผู้เสียชีวิตจากโรค COVID-19 ร้อยละ 84.6 เป็นผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนและมีโรคประจำตัวร่วมด้วย

อาเซียน (ASEAN)

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 เรียกร้องให้สมาชิกอาเซียนและติมอร์-เลสเต เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ประชาชน เฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ ปัจจุบันมีประชากรร้อยละ 30 ของประชากรอาเซียนประมาณ 650 ล้านคน ที่ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม

สิงคโปร์

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 จะอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เดินทางเข้าประเทศด้วยช่องทางพิเศษชนิด Vaccinated Travel Lanes (VTL) โดยไม่ต้องกักตัวและไม่ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ตั้งแต่ 19 ต.ค.64