สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 28 พ.ย.64 ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงความรุนแรง และลักษณะอื่น ๆ ของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน แต่เชื่อว่า วัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง โดยแนะนำให้ชาวอเมริกันเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ระบุเมื่อ 28 พ.ย.64 จะฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มกระตุ้น ให้ประชาชนอายุ18 ปีขึ้นไป ที่ฉีดวัคซีน Sputnik-V ของรัสเซีย และวัคซีน Pfizer-BioNTech ครบสองเข็มเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน

ซาอุดีอาระเบีย

มีคำสั่งเมื่อ 28 พ.ย.64 ระงับเที่ยวบินขาเข้าและออกจากประเทศในภูมิภาคแอฟริกา ได้แก่ คอโมโรส เซเชลส์ แซมเบีย มาดากัสการ์ มอริเชียส มาลาวี และแองโกลา เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อCOVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน

สาธารณรัฐเช็ก

ระบุเมื่อ 27 พ.ย.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนรายแรกของประเทศ ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากนามิเบียผ่านแอฟริกาใต้และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

เยอรมนี

ระบุเมื่อ 27 พ.ย.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนเป็นครั้งแรก 2 ราย ซึ่งเป็นผู้โดยสารที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้

อิตาลี

ระบุเมื่อ 27 พ.ย.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนรายแรกของประเทศ ซึ่งเป็นชาวอิตาลีที่เดินทางกลับมาจากโมซัมบิก

สหราชอาณาจักร

ระบุเมื่อ 27 พ.ย.64 ตรวจพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอนครั้งแรก จำนวน 2 ราย โดยผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อทั้ง 2 ราย ต้องกักตัวเป็นเวลา 10 วัน

ปากีสถาน

ประกาศเมื่อ 27 พ.ย.64 ห้ามเที่ยวบินจาก 7 ประเทศ  ได้แก่ นามิเบีย บอตสวานา โมซัมบิก เลโซโท เอสวาตีนี แอฟริกาใต้ และฮ่องกง ทำการบินเข้าปากีสถาน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน

อิสราเอล

ประกาศเมื่อ 27 พ.ย.64 ห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าอิสราเอลเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่ 28 พ.ย.64 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์โอไมครอน ยกเว้นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากทางการอิสราเอล

แคนาดา

ประกาศเมื่อ 26 พ.ย.64 ห้ามชาวต่างชาติที่มีประวัติเดินทางมาจากซิมบับเว นามิเบีย บอตสวานา โมซัมบิก เลโซโท เอสวาตีนี และแอฟริกาใต้ ในห้วง 14 วัน เดินทางเข้าแคนาดา