นิวซีแลนด์
ระบุเมื่อ 18 ต.ค.64 ขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการ Lockdown ในนครโอ๊คแลนด์อีก 2 สัปดาห์
ระบุเมื่อ 18 ต.ค.64 ขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการ Lockdown ในนครโอ๊คแลนด์อีก 2 สัปดาห์
ประกาศเมื่อ 17 ต.ค.64 แจ้งเตือนให้ระมัดระวังและดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดซ้ำซ้อน (Twindemic) ในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากปัจจุบันยังพบการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศและผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ รวมทั้งพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้น อีกทั้งปีนี้จีนเข้าสู่ฤดูหนาวเร็วกว่าปกติ
ระบุเมื่อ 18 ต.ค.64 ชาวออสเตรเลียจะสามารถใช้หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศได้ใน 19 ต.ค.64 ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบ QR code ผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และสามารถพิมพ์ลงกระดาษได้
เผยแพร่ผลวิจัยเมื่อ 17 ต.ค.64 เรื่องการใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 แบบสูดดม (Ad5-nCoV) เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หลังฉีดวัคซีนเชื้อตายครบ 2 เข็มแล้ว 6 เดือน พบว่า มีความปลอดภัยและสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงถึง 250-300 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้วัคซีนเชื้อตายหรือ mRNA เป็นเข็มกระตุ้นที่ภูมิคุ้มกันจะเพิ่มขึ้นประมาณ 25-30 เท่า
ระบุเมื่อ 17 ต.ค.64 กำหนดมาตรการ 6 ข้อ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระลอกที่ 3 ที่อาจเพิ่มขึ้นในปลายปี 2564 อาทิ สนับสนุนการฉีดวัคซีนให้เด็กเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และบังคับใช้มาตรการจำกัดกิจกรรมชุมชน (Emergency PPKM) อย่างเข้มงวด
ระบุเมื่อ 16 ต.ค.64 กำหนดให้ลักเซมเบิร์กเป็นประเทศในกลุ่มสีแดง ทำให้ชาวลักเซมเบิร์กที่จะเดินทางเข้าเอสโตเนียตั้งแต่ 18 ต.ค.64 ต้องแสดงผลตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่แสดงผลไม่พบเชื้อ และตรวจยืนยันอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงเอสโตเนีย รวมถึงกักตัว ยกเว้นผู้ที่มีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส
ระบุเมื่อ 16 ต.ค.64 จัดซื้อยารักษาโรค COVID-19 แล้วทั้งสิ้น 4 ชนิด แบ่งเป็นยาแบบรับประทาน ได้แก่ ยา Ritonavir 500,000 เม็ด และยา Molnupiravir 300,000 เม็ด ส่วนยาแบบฉีดเข้าเส้นเลือด ได้แก่ ยา Sotrovimab 31,000 โดส และยา Ronapreve 15,000 โดส
ระบุเมื่อ 15 ต.ค.64 คณะที่ปรึกษาขององค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ใช้วัคซีนของบริษัท Johnson & Johnson เข็มที่ 2 เป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปประมาณ 15 ล้านคนที่ฉีดวัคซีน Johnson & Johnson ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดเข็มเดียว
ระบุเมื่อ 15 ต.ค.64 ยกเลิกการตรวจหาเชื้อ COVID-19 แบบไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น เนื่องจากฝรั่งเศสกำหนดให้บุคคลที่จะเข้าใช้บริการต่าง ๆ ต้องมีผลตรวจหาเชื้อ COVID-19 หลักฐานการรับวัคซีนครบโดส หรือรับรองการหายจากโรค COVID-19
ระบุเมื่อ 15 ต.ค.64 จะผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรค COVID-19 ใน 17 ต.ค.64 เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง และฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เพิ่มขึ้น อาทิ ยกเลิกมาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยเฉพาะในที่โล่ง และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมสำหรับผู้ได้รับวัคซีนครบโดส