อาเซียน (ASEAN)

ระบุเมื่อ 12 ต.ค.64 เรียกร้องให้สมาชิกอาเซียนและติมอร์-เลสเต เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ประชาชน เฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ ปัจจุบันมีประชากรร้อยละ 30 ของประชากรอาเซียนประมาณ 650 ล้านคน ที่ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม

สิงคโปร์

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 จะอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เดินทางเข้าประเทศด้วยช่องทางพิเศษชนิด Vaccinated Travel Lanes (VTL) โดยไม่ต้องกักตัวและไม่ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ตั้งแต่ 19 ต.ค.64

องค์การอนามัยโลก (WHO)

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 แนะนำให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ฉีดวัคซีน Sinovac และ Sinopharm รวมถึงผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มกระตุ้น เนื่องจากไม่สามารถตอบสนองต่อวัคซีนได้ตามมาตรฐาน และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการรุนแรงหากติดเชื้อ

ฝรั่งเศส

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 วิจัยพบการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ช่วยลดความเสี่ยงจากการรักษาตัวใน รพ. และการเสียชีวิต เนื่องจากติดเชื้อ COVID-19 ได้สูงถึงร้อยละ 90

ไต้หวัน

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 ผ่อนปรนมาตรการควบคุมโรค COVID-19 เพิ่มเติม โดยอนุญาตให้เยี่ยมผู้ป่วยในหอผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เพิ่มเติมจากหอผู้ป่วยจิตเวช หอผู้ป่วยกุมารเวช หอผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และหอผู้ป่วยประคับประคอง ที่อนุญาตให้เยี่ยมผู้ป่วยแล้วตั้งแต่ 24 ส.ค.64

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 รัฐนิวเซาท์เวลส์ผ่อนคลายมาตรการ Lockdown และให้ธุรกิจต่าง ๆ อาทิ ฟิตเนส ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ร้านขายของ เปิดให้บริการกับผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบ 2 เข็มแล้วเป็นวันแรก

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 บริษัท Merck & Co. ยื่นขออนุมัติการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ต่อองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ซึ่งเป็นยารับประทานชนิดเม็ดสำหรับรักษาผู้ป่วยโรค COVID-19 ตัวแรกของโลก

มาเลเซีย

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 มีประชาชนที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 แล้วอย่างน้อย 1 โดส ร้อยละ 94.80 และฉีดวัคซีนครบโดสแล้วร้อยละ 90.02

นิวซีแลนด์

ระบุเมื่อ 11 ต.ค.64 กำหนดให้บุคลากรสาธารณสุขและผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับผู้พิการต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบโดส ภายใน 1 ธ.ค.64 และบุคลากรทางการศึกษาต้องฉีดให้ครบโดส ภายใน 1 ม.ค.65