รัสเซีย

ระบุเมื่อ 15 ก.ย.64 การฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของ บ.Sputnik V มีประสิทธิภาพร้อยละ 97.2 และมีความปลอดภัยสูงในการต่อต้านเชื้อ COVID-19 ในเบลารุส ซึ่งไม่ปรากฏอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน และไม่มีผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน

กัมพูชา

ระบุเมื่อ 15 ก.ย.64 เริ่มเปิดการเรียนการสอนในสถานศึกษา 227 แห่งที่ราชธานีพนมเปญ โดยแบ่งเป็นสถานศึกษาเอกชน 159 แห่ง และสังกัดภาครัฐ 68 แห่ง ภายใต้การจัดทำและดำเนินการตามแผนมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ที่ ศธ. สธ. และคณะทำงานศาลากลางจังหวัดกำหนด โดยนักเรียนและอาจารย์ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบโดส จึงจะสามารถเข้าโรงเรียนได้

กัมพูชา

ระบุเมื่อ 15 ก.ย.64 จะเริ่มการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 บ.Sinovac ของจีนให้กับเด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี จำนวน 1.8 ล้านคนทั่วประเทศใน 17 ก.ย.64 หลังจากฉีดวัคซีนให้กับเยาวชนอายุระหว่าง 12-18 ปีแล้ว และกำหนดฉีดวัคซีนให้กับเด็กอายุระหว่าง 3-6 ปีเป็นกลุ่มต่อไป

ลาว

ระบุเมื่อ 14 ก.ย.64 แขวงคำม่วนปิดพื้นที่แขวงคำม่วนต่อไปอีก 14 วัน ระหว่าง 14 – 27 ก.ย.64 เนื่องจากยังพบการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในชุมชน โดยห้ามบุคคลต่างแขวงเดินทางเข้าพื้นที่ และห้ามราษฎรแขวงคำม่วนเดินทางไปต่างแขวงและต่างเมืองยกเว้นได้รับอนุญาตจากทางการและฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 14 ก.ย.64 ขยายเวลาบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 18 จังหวัด จนถึง 30 ก.ย.64 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และลดความเสี่ยงที่ระบบสาธารณสุขญี่ปุ่นจะล้มเหลวจากการมีผู้ป่วยติดเชื้ออาการหนักจำนวนมาก

ฟิลิปปินส์

ระบุเมื่อ 14 ก.ย.64 กำหนดให้กรุงมะนิลาเป็นพื้นที่แจ้งเตือนการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ระดับ 4 ระหว่าง 16-30 ก.ย.64 ซึ่งเป็นการทดลองใช้มาตรการล็อกดาวน์รูปแบบใหม่เฉพาะพื้นที่ ทั้งนี้ การแจ้งเตือนระดับ 4 มีมาตรการสำคัญ อาทิ อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสรับประทานอาหารหรือใช้บริการร้านทำผมในสถานที่เปิดได้ร้อยละ 30 และในสถานที่ปิดได้ร้อยละ 10 และอนุญาตให้สถานประกอบการอนุญาตเปิดได้โดยจำกัดจำนวนการมาทำงานหรือมีการทำงานที่ยืดหยุ่น

อิหร่าน

ระบุเมื่อ 13 ก.ย. 64 เริ่มการทดลองวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ทางคลินิกระยะที่ 3 ในมนุษย์อย่างเป็นทางการ โดย Fakhravac เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (inactivated) ที่องค์กรนวัตกรรมและการวิจัยการป้องกันประเทศของ กห.อิหร่าน ร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์และบริษัทผู้ผลิตยาในอิหร่าน ซึ่งอาจจะได้รับการอนุมัติการใช้เป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อนำไปฉีดให้ประชาชนได้ก่อนการทดลองจะเสร็จสิ้น

แคนาดา

ระบุเมื่อ 13 ก.ย.64 บ.Providence จัดทำข้อตกลงมอบสิทธิบัตรการผลิตวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้กับ บ. Everest Medicines ของจีน ในมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16,450 ล้านบาท เพื่อแจกจ่ายวัคซีนดังกล่าวให้กับอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และไทย

ออสเตรเลีย

ระบุเมื่อ 13 ก.ย.64 จะใช้ระบบแสดงข้อมูลผู้โดยสารแบบดิจิทัล (Digital Passenger Declaration-DPD) สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ และแบบฟอร์มแสดงการเดินทางแบบดิจิทัลของออสเตรเลีย(Australian Travel Declaration) เพื่อแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางและสุขภาพของผู้โดยสารก่อนออกเดินทาง 72 ชั่วโมง รวมถึงสถานะการฉีดวัคซีนซึ่งระบบ DPD จะเชื่อมโยงกับใบรับรองการฉีดวัคซีนแบบ QR Code ของออสเตรเลียที่จะเริ่มใช้ภายใน ก.ย.64

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 12 ก.ย.64 นักการเมืองพรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วยกับมาตรการบังคับฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ของรัฐบาลที่ประกาศเมื่อ 9 ก.ย.64 เนื่องจากขัดแย้งกับค่านิยมอเมริกัน โดยเฉพาะเสรีภาพและสิทธิ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมาย และเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา