อินโดนีเซีย

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ขอให้ประชาชนเปลี่ยนการติดตั้งแอปพลิเคชันในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรค COVID-19 จาก Indonesia Health Alert Card (eHAC) ที่พัฒนาโดย สธ.อินโดนีเซียเป็น PeduliLindungi ซึ่งพัฒนาโดยกระทรวงการสื่อสารและข้อมูลของอินโดนีเซีย เนื่องจากสงสัยว่า eHAC มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

WHO

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ติดตามการแพร่ระบาดเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์ B.1621 (Mu) ที่พบครั้งแรกเมื่อ ม.ค.64 ที่โคลอมเบีย ซึ่งมีความเสี่ยงที่เชื้อจะลดทอนประสิทธิภาพวัคซีนและหลบหลีกภูมิคุ้มกันได้

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 ตรวจพบเชื้อ COVID-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์ N501S เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น ซึ่งมีลักษณะคล้ายเชื้อ COVID-19 สายพันธุ์อัลฟาหรือ N501Y โดยฐานข้อมูล GISAID ณ 27 ส.ค.64 ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ N501S สะสม 8 ราย

สิงคโปร์

ระบุเมื่อ 31 ส.ค.64 บรรลุข้อตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีน COVID-19 กับออสเตรเลีย โดยสิงคโปร์จะส่งมอบวัคซีน Pfizer-BioNTech จำนวน 500,000 โดส ให้ออสเตรเลียภายในสัปดาห์นี้ และออสเตรเลียจะส่งคืนวัคซีนชนิดเดียวกันภายใน ธ.ค.64 ซึ่งสิงคโปร์จะใช้ฉีดเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นในห้วงดังกล่าว

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ประกาศเมื่อ 30 ส.ค.64 ควบคุมค่าบริการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ด้วยวิธี PCR ในสถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยปรับลดเหลือ 50 ดิรฮัม (ประมาณ 440 บาท) จากเดิมที่มีการเรียกเก็บค่าบริการต่างกันในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ 65-150 ดิรฮัม (ประมาณ 570-1,320 บาท)

เมียนมา

ประกาศเมื่อ 30 ส.ค.64 ขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ออกไปจนถึง 30 ก.ย.64 โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมถึงการห้ามเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศลงจอด และการบังคับใช้มาตรการ Stay-at-Home

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 30 ส.ค.64 เตรียมพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 แบบสลับชนิดระหว่างวัคซีน Pfizer วัคซีน Moderna และวัคซีน AstraZeneca เพื่อรับมือต่อความเสี่ยงขาดแคลนวัคซีน และเร่งกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนทุกคนภายในปี 2564

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ระบุเมื่อ 29 ส.ค.64 รัฐอาบูดาบีกำหนดให้ประชาชนที่ได้รับวัคซีน Sinopharm เข็มที่ 2 แล้วเป็นระยะเวลามากกว่า 6 เดือน ต้องเข้ารับวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค COVID-19 ภายใน 20 ก.ย.64 หากไม่เข้ารับวัคซีนภายในระยะเวลาที่กำหนด จะไม่สามารถเข้าใช้บริการในที่สาธารณะได้

ปากีสถาน

ประกาศเมื่อ 29 ส.ค.64 บังคับใช้มาตรการควบคุมโรค COVID-19 เข้มงวดขึ้นใน 27 เมือง โดยมีมาตรการสำคัญ อาทิ สั่งปิดสวนสนุก โรงภาพยนตร์ และศาสนสถาน ห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหาร และให้สถานศึกษาเปิดทำการสัปดาห์ละ 3 วัน โดยจำกัดผู้เข้าเรียนไม่เกินร้อยละ 50

ญี่ปุ่น

ระบุเมื่อ 29 ส.ค.64 จะมุ่งฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ให้ครอบคลุมประชาชนทุกคนภายใน พ.ย. 64 โดยตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 80 ในห้วง ก.ย.-ต.ค.64 และตั้งเป้าฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิต้านทาน (เข็มที่ 3) ให้ประชาชนในปี 2565