เวียดนาม

ประกาศเมื่อ 16 มี.ค.65 ยกเลิกมาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยกำหนดให้ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศแสดงผลการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่แสดงผลไม่พบเชื้อ

สหรัฐฯ

ระบุเมื่อ 15 มี.ค.65 บริษัท Pfizer-BioNTech ยื่นเอกสารถึงองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) เพื่อขออนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มกระตุ้นเข็มที่ 2 เป็นกรณีฉุกเฉินแก่ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดต่อการติดเชื้อ COVID-19 รุนแรงแม้ว่าจะได้รับวัคซีนแล้ว

มาเลเซีย

ระบุเมื่อ 15 มี.ค.65 ตั้งแต่ 16 มี.ค.65 จะปรับปรุงข้อปฏิบัติสำหรับผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศผ่านช่องทางพิเศษแบบ Vaccinated Travel Lane (VTL) ที่เดินทางมาจากกัมพูชา สิงคโปร์ และไทย ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ครบโดส โดยใช้วิธี Test and Release คือ ตรวจหาเชื้อที่ท่าอากาศยานและสามารถออกจากท่าอากาศยานได้ทันที จากเดิมที่ต้องรอทราบผลตรวจ

เดนมาร์กปฏิเสธการเป็นประเทศทางผ่านสำหรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

ตำรวจตระเวนชายแดน เมือง Jutland ของเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์เมื่อ 15 มี.ค.65 ไม่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ลี้ภัยในเยอรมนีและต้องการเดินทางไปสวีเดนและนอร์เวย์ ใช้เดนมาร์กเป็นทางผ่าน โดยเดนมาร์กดำเนินการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวยูเครนกลับไปยังเยอรมนีแล้วอย่างน้อย 250 ราย พร้อมทั้งยืนยันว่าเดนมาร์กจะเปิดรับเฉพาะผู้ลี้ภัยที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งความประสงค์ขอลี้ภัยอย่างถูกต้องเท่านั้น เนื่องจากการอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยใช้เดนมาร์กเป็นประเทศทางผ่านจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 3 ล้านคน

นายกรัฐมนตรี 3 ประเทศสมาชิก EU เดินทางเยือนยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 ว่า นายกรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี Petr Fiala ของสาธารณรัฐเช็ก นายกรัฐมนตรี Mateusz Morawiecki ของโปแลนด์ และนายกรัฐมนตรี Janez Jansa ของสโลวีเนีย เป็นผู้แทนของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เดินทางเยือนกรุงเคียฟ ยูเครน เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Volodymyr Zelenskyy ของยูเครน และแสดงจุดยืนว่า EU ยังคงสนับสนุนอธิปไตยและอิสรภาพของยูเครน โดยทั้งสามประเทศจะเพิ่มความช่วยเหลือให้ยูเครน ทั้งด้านการเมือง การเงิน ยุทโธปกรณ์ และด้านมนุษยธรรม

อิหร่าน

ระบุเมื่อ 15 มี.ค.65 กังวลว่าการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จะกลับมารุนแรงหลังห้วงวันหยุดเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ (Nowruz) ตามปฏิทินอิหร่าน (เปอร์เซีย) ซึ่งจะเริ่มใน 20 มี.ค.65 เนื่องจากประชาชนจะเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวและท่องเที่ยว

อินเดีย

ระบุเมื่อ 15 มี.ค.65 จะเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เข็มแรกให้เด็กอายุ 12-14 ปี และเข็มกระตุ้นให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว ใน 16 มี.ค.65

กัมพูชา

ระบุเมื่อ 14 มี.ค.65 เตรียมรณรงค์ให้ความรู้ในการรักษาสุขภาพ และการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ทั่วประเทศ ใน 22 มี.ค.65 เนื่องจากเห็นว่าการฉีดวัคซีนมีความสำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19