ประเทศสมาชิกอาเซียนจะหารือร่วมกันลดผลกระทบการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

มาเลเซียแสดงบทบาทในฐานะประธานอาเซียนในปี 2568 ด้วยการเร่งหารือกับประเทศสมาชิก เพื่อหาทางออกร่วมกันในการลดผลกระทบจากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศ Liberation Day เมื่อ 2 เมษายน 2568 ให้กับชาวอเมริกัน ด้วยการขึ้นภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) สินค้านำเข้าประเทศคู่ค้า 185 ประเทศ ที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ซึ่งประเทศสมาชิกอาเซียนมีประเทศที่ถูกเก็บภาษีสูงที่สุดที่สหรัฐฯ กำหนด คือกัมพูชาที่ร้อยละ  49 และต่ำสุดคือสิงคโปร์ที่ร้อยละ 10 นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนยังส่งสินค้าออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เป็นหลักเลยทีเดียว มาเลเซียโดยดาโตะ เชอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีได้โพสต์เฟซบุ๊คเมื่อ 5 เมษายน 2568 ว่า ได้โทรศัพท์หารือกับผู้นำ สมาชิกอีก 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นให้ได้ข้อมติร่วมกันในหลักการไปเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งรวมทั้งใช้กรอบ ASEAN-US Dialogue ซึ่งอาเซียนก็พร้อมจะเปิดกว้าง และยืดหยุ่นในเรื่องห่วงโซ่การผลิต และเมื่อ 7 เมษายน 2568…

นักท่องเที่ยวอินเดียจะมาไทยมากขึ้นในปี 2568 : ตั้งเป้าหมาย 2.3 ล้านคน

ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยเมื่อปี 2567 ที่ติดอันดับสูงสุด 3 อันดับแรก คือ จีน มาเลเซีย และอินเดีย  ทำไมถึงนักท่องเที่ยวชาวอินเดียถึงชอบมาไทย และจะเป็นไปได้ไหมว่าจำนวนชาวอินเดียจะเดินทางมาเที่ยวไทยถึง 2.3 ล้านคนในปี 2568  ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยตั้งเป้าหมายไว้ หลังจากเมื่อปี 2567 นักท่องเที่ยวอินเดียทำสถิติท่องเที่ยวไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จำนวน 2.1 ล้านคน และมีค่าเฉลี่ยต่อหัว 34,920 บาท/คน/เที่ยว ทำไมไทยเราถึงต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวอินเดียอย่างมากในปี 2568 อาจจะตอบได้ว่าไทยมองเห็นเทรนด์ที่ชาวอินเดียชอบเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศมากขึ้นด้วย โดยรายงาน Economic Impact 2024 ของ World Travel & Tourism Council ระบุว่าปี 2567 นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย จะใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่อยู่ในอันดับที่ 12 ของโลก ขณะเดียวกันไทยก็ให้ความสำคัญกับปี 2568 ว่า “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” “ปีทองแห่งการท่องเที่ยว”ปรับรูปแบบเมืองรองการท่องเที่ยวเป็น…

หลายประเทศในอาเซียนเร่งเครื่องอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

เซมิคอนดักเตอร์ เป็นคำที่ถูกพูดถึงแทบทุกชั่วโมงในแวดวงธุรกิจ สื่อ และการเมืองระหว่างประเทศ ถึงตอนนี้ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ 2.0  ยังจะถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง และตอบโต้ในการทำสงครามการค้าระหว่างประเทศกับยักษ์ใหญ่เช่นจีนอีกด้วย เพราะเซมิคอนดักเตอร์เป็นหัวใจหลักในชองนวัตกรรมทางเทคโนโลยีขั้นสูง และสมัยใหม่ที่ใช้ตั้งแต่ในสมาร์ทโฟน จนถึงปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) และควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing) หากมาดูในอาเซียน มีหลายประเทศแล้วที่จริงจังและก้าวหน้าในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม เป็นต้น โดยอินโดนีเซียมุ่งมั่นและให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ด้วยการกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ 20 ปี อินโดนีเซียรุ่งโรจน์ 2045 (Indonesia Emas 2045) เพื่อที่อินโดนีเซียจะได้เป็นประเทศที่พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมโดยไม่ต้องพึ่งพาต่างประเทศ ประกอบกับอินโดนีเซียก็มีทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ธาตุซิลิกอน/ซิลลิกา (Silicon) ที่เป็นหัวใจสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และเป็นผู้ผลิตแร่ธาตุอื่น ๆ รายใหญ่ที่ใช้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์  เช่น ดีบุก และนิกเกิล สิงคโปร์ล้ำหน้ากว่าประเทศใดในอาเซียน  อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เป็นตัวขับเคลื่อนจีดีพีของประเทศถึงร้อยละ 7 และก้าวไปสู่เวทีโลกด้วยการสามารถผลิตเซมิคอนดักเตอร์ป้อนตลาดโลกได้กว่าร้อยละ 10 ของการผลิตสู่ตลาดโลกทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัทข้ามชาติใหญ่ ๆ…

มาเลเซียและสิงคโปร์ประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมกันเพื่อดึงดูดการลงทุน

  นรม.อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย และ นรม.ลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ ได้ประกาศข้อตกลงพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ (Johor-Singapore Special Economic Zone : JS-SEZ ) ( ลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU เมื่อ ม.ค.67) ระหว่างการประชุมผู้นำมาเลเซีย-สิงคโปร์ ครั้งที่ 11 (11th Malaysia-Singapore Leaders’ Retreat) เมื่อ 7 ม.ค.68 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อระหว่างทั้งสองประเทศ โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการกว่า 50 โครงการ ซึ่งจะสามารถสร้างงานสำหรับแรงงานทักษะสูง ประมาณ 20,000 ตำแหน่ง ภายใน 5 ปี ข้างหน้า เขตเศรษฐกิจพิเศษยะโฮร์-สิงคโปร์ มีเนื้อที่ประมาณ 2 ล้านไร่ ครอบคลุม 6 เมืองทางตอนใต้ของรัฐยะโฮร์ (ใหญ่กว่าสิงคโปร์ 4 เท่า) แบ่งเขตพัฒนาออกเป็นด้านต่างๆ…

อาเซียนในปี 2568 จะไปในทิศทางใด

ในปี 2568 นี้ อาเซียนเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง สถานการณ์ของภูมิภาคจะเป็นไปในทิศทางใดต่อไปภายใต้การนำของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนประจำปี 2568 ติดตามรับฟังกันได้ที่ Podcast นี้เลย!!!

มาเลเซียเร่งช่วยเหลือพลเมืองที่เป็นเหยื่อ Job Scam ในต่างประเทศ

  กระทรวงการต่างประเทศ(กต.)มาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 15 ก.พ.66 ว่า ทางการมาเลเซียได้รับการร้องเรียน กรณีชาวมาเลเซียตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์โดยถูกล่อลวงให้ทำงาน (Job Scam) ในต่างประเทศ เช่น ไทย กัมพูชา ลาว และเมียนมา กว่า 564 ครั้ง ซึ่งเหยื่อชาวมาเลเซียได้รับความช่วยเหลือแล้ว 401 ราย ในจำนวนนี้เดินทางกลับถึงมาเลเซีย 377 ราย แต่ยังมีชาวมาเลเซียถูกควบคุมตัวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและรอการส่งกลับ 24 ราย และอยู่ระหว่างติดตามตัวอีก 163 ราย (ณ 13 ก.พ.66) ทั้งนี้ กต.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานตำรวจมาเลเซีย ร่วมจัดตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อประสานกับรัฐบาลประเทศปลายทาง Credit Pic : Choo Choy May/malaymail.com

มาเลเซียจะเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหาร Cobra Gold

  สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 14 ก.พ.66 ว่า มาเลเซียจะส่งกำลังพลจากกองทัพบก 43 นาย ร่วมการฝึกซ้อมทางทหาร Cobra Gold ครั้งที่ 42 ประจำปี 2566 ที่ไทย ระหว่าง 27 ก.พ.-10 มี.ค.66 โดยมาเลเซียจะเข้าร่วมการฝึกซ้อมการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (Humanitarian Assisstance and Disaster Relief Operation-HADR) และปฏิบัติการรักษาสันติภาพ (Peace Enforcement Operation-PEO) โดยมุ่งหวังการเสริมสร้างความมั่นใจและความเข้าใจกับประเทศที่เข้าร่วม ทั้งนี้ การฝึกซ้อมทางทหาร Cobra Gold ประจำปี 2566 มีกำลังพลรวม 7,394 นาย จาก 30 ประเทศ อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ไทย และประเทศที่เข้าร่วมฝึกในโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 3…

มาเลเซียเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงกรณีรัสเซีย-ยูเครน

เว็บไซต์ Malaymail รายงานเมื่อ 29 มี.ค.65 อ้างดาโต๊ะ ซรี ฮิชัมมุดดิน ตุน ฮุสเซ็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ระหว่างกล่าวปาฐกถาพิเศษที่งาน Putrajaya Forum 2022 กรุงกัวลาลัมเปอร์ ว่า มาเลเซียย้ำถึงความห่วงกังวลในประเด็นความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติความรุนแรงในทันที โดยมาเลเซียเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) ทำหน้าที่หลักในการรักษาสันติภาพและและความมั่นคงระหว่างประเทศ สำหรับจุดยืนของมาเลเซียในประเด็นทะเลจีนใต้ยังคงชัดเจนเช่นเดิม คือ การร่วมแก้ไขปัญหาข้อพิพาทผ่านการเจรจา โดยเคารพกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ต้องการให้ภาษามาเลย์เป็นภาษาที่สองของอาเซียน

เว็บไซต์ Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยากบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะหารือกับผู้นำประเทศอาเซียนที่ใช้ภาษามาเลย์ (Bahasa Melayu) ได้แก่ อินโดนีเซีย บรูไน และสิงคโปร์ ประเด็นการเสนอให้ภาษามาเลย์เป็นภาษาที่สองของอาเซียน เพื่อยกระดับภาษามาเลย์ให้อยู่ในระดับสากล เนื่องจากภาษามาเลย์ใช้สำหรับการสอนในประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง รวมถึงตอนใต้ของไทยและฟิลิปปินส์ และในบางพื้นที่ของกัมพูชา ดังนั้นจึงถือเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักในการผลักดันให้ภาษามาเลย์เป็นหนึ่งในภาษาทางการของอาเซียน โดยมาเลเซียจะพยายามหยิบยกประเด็นดังกล่าวห้วงการประชุมกับต่างประเทศตามที่โอกาสจะอำนวย

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียออกแถลงการณ์ประเด็นเมียนมาระหว่างเยือนกัมพูชา

สำนักข่าวแห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 24 ก.พ.65 อ้างแถลงการณ์ของดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยากบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระหว่างการเยือนกัมพูชา เมื่อ 23-24 ก.พ.65 ในประเด็นเมียนมา ระบุว่า มาเลเซียต้องการเห็นเมียนมากลับสู่ภาวะปกติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน และทุกฝ่ายควรทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิผลและครอบคลุม อย่างไรก็ดี ความรับผิดชอบหลักอยู่ที่รัฐบาลเมียนมาเอง เพราะเมียนมาเป็นส่วนหนึ่งในฉันทามติดังกล่าว นอกจากนี้ มาเลเซียต้องการเห็นพัฒนาการเชิงบวกในประเด็นชาวโรฮีนจาอพยพ โดยเห็นว่า กระบวนการส่งกลับชาวโรฮีนจาไปยังเมียนมาอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการ เนื่องจากที่ผ่านมา มาเลเซียต้องรับภาระดูแลชาวโรฮีนจาที่อพยพเข้ามาอาศัยในมาเลเซีย ทั้งนี้ มาเลเซียยังคงสนับสนุนบทบาทกัมพูชาในฐานะประธานอาเซียน รวมถึงบทบาทของผู้แทนพิเศษกัมพูชาในประเด็นเมียนมา