CyberXplore ปักษ์หลัง ส.ค.2568
CyberXplore ฉบับปักษ์หลังเดือนสิงหาคม 2568 รายงานสถานการณ์ไซเบอร์รอบโลก รายปักษ์ ทุก 15 วัน
CyberXplore ฉบับปักษ์หลังเดือนสิงหาคม 2568 รายงานสถานการณ์ไซเบอร์รอบโลก รายปักษ์ ทุก 15 วัน
สนข.Channel News Asia ของสิงคโปร์ รายงานกรณีไทยกำลังเป็นจุดหมายใหม่ของเทศกาลดนตรีระดับโลก โดยจะมีการจัดงานเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่และคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น Rolling Loud ,Mariah Carey และ BLACKPINK ในขณะที่การจัดงานในประเทศอื่นชะลอตัวลง รัฐบาลไทยพยายามผลักดันการจัดเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่และงานอีเวนต์บันเทิงเพื่อกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยซบเซา จึงหันมาใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังใช้จ่ายสูง ด้านผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมแสดงความเห็นว่าไทยมีหลายปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมการเป็นสถานที่จัดงานระดับนานาชาติ ทั้งความมีชื่อเสียงของไทย โครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการ การเดินทางมาได้ง่าย และมีนโยบายสนับสนุน แต่บางส่วนกังวลเรื่องความอิ่มตัวของตลาด และมองว่าเงินของภาครัฐกำลังถูกส่งไปยังผู้จัดงานต่างชาติ ในขณะที่เทศกาลท้องถิ่นไม่ได้รับการสนับสนุน
สนข.AsiaNews ของอิตาลี รายงานกรณี อว.ตรวจสอบการออกวีซ่านักศึกษา หลังจากพบว่ามีการใช้วีซ่าดังกล่าวเป็นช่องทางในการอยู่อาศัยและทำงานในประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยเตรียมเพิกถอนวีซ่ามากกว่า 10,000 คน ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยไทยเผชิญความท้าทายในการเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับการศึกษา ขณะที่ระบบวีซ่าถูกกลุ่มอาชญากรรมนำไปแสวงหาประโยชน์ โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมาย และการอนุมัติวีซ่าที่ไม่เข้มงวด ซึ่งปัญหามีความรุนแรงขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ที่มีผู้ถือวีซ่านักศึกษากว่า 13,000 คน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งมีปัญหา ชาวต่างชาติหลายคนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือถูกจ้างให้ทำงานผิดกฎหมาย เช่น การหลอกลวงออนไลน์ การพนัน การค้ามนุษย์ ซึ่งอาชญากรรมที่เพิ่มมากขึ้นมักกระทำโดยคนจีนหรือคนไทยเชื้อสายจีน โดยในการแก้ไขปัญหาต้องมีความเข้มงวดทั้งสถาบันการศึกษา และ จนท.ตม. แต่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาการทุจริตในทุกระดับ และลงโทษผู้กระทำความผิด
เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ DW ของเยอรมนี รายงานระบุว่า แม้ไทยและกัมพูชาจะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่เรื่องทุ่นระเบิดยังคงเป็นประเด็นหลักที่สร้างความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ โดยไทยกล่าวหาว่ากัมพูชายังคงวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บแล้วหลายนาย ด้านประชาชนในพื้นที่ชายแดนยังกังวล เนื่องจากอันตรายจากทุ่นระเบิดทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของไทยเรื่องการวางทุ่นระเบิดใหม่ ด้านนักวิชาการมองว่าปัญหาทุ่นระเบิดเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพ ข้อเท็จจริงที่ทหารไทยยังคงได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดหลังจากการหยุดยิงเป็นสัญญาณถึงความไม่จริงใจจากฝ่ายกัมพูชา และทุ่นระเบิดที่เหมือนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานทำให้ข้ออ้างของกัมพูชาที่ว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าและเสื่อมสภาพแล้วนั้นอ่อนแอลง ขณะที่การบาดเจ็บของทหารไทยครั้งใหม่ยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจในประเทศ และสร้างแรงกดดันให้กองทัพต้องตอบโต้
นสพ.Khmer Times รายงานเมื่อ 29 ส.ค.68 อ้างโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของนายเตีย สยาม (Tea Siam) เมื่อ 28 ส.ค.68 ว่า สถานีบริการน้ำมัน 35 แห่ง จาก 200 แห่ง ที่ดำเนินการภายใต้ชื่อ ปตท. (PTT) ได้ยุติสัญญากับบริษัท ปตท. (เอกชนไทย) แล้ว และจะดำเนินการภายใต้ชื่อ PEACE Petroleum Cambodia (PPC) พร้อมว่า ตนได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้น (นัยถึงความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทย) จึงยุติสัญญากับบริษัทเดิม และอยู่ระหว่างเตรียมการนำเข้าน้ำมันใหม่จากบริษัทของสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อบริษัท PEACE Petroleum Cambodia ทั้งนี้ นายเตีย สยาม ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และระบบบริการสถานีบริการน้ำมันต้องใช้เวลา แต่จำเป็นต้องสร้างบรรยากาศใหม่เพื่อความภาคภูมิใจของชาวกัมพูชา
ถ้อยแถลงของนายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น เมื่อ 29 ส.ค.68 ระบุว่า ญี่ปุ่นจะจัดประชุมเจรจาด้านความมั่นคงระดับรัฐมนตรีรูปแบบสองบวกสอง (Two-plus-two security meeting) กับออสเตรเลีย ใน 5 ก.ย.68 ที่กรุงโตเกียว โดยนายอิวายะ ทาเกชิ รมว.กต.ญี่ปุ่น และนายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น จะพบหารือกับนางเพนนี หว่อง รมว.กต.ออสเตรเลีย และนายริชาร์ด มาร์ลส์ รมว.กห.ออสเตรเลีย ในประเด็นข้อตกลงความร่วมมืออพยพประชาชนในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินในประเทศที่สาม และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สำหรับโครงการจัดซื้อเรือฟริเกต Mogami รุ่นปรับปรุง ของญี่ปุ่น ไปประจำการใน ทร.ออสเตรเลีย เป็นต้น
นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ แสดงวิสัยทัศน์และกำหนดนโยบายบริหารประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ในการกล่าวสุนทรพจน์งานวันชาติสิงคโปร์ (National Day Rally) ที่ ITE College Central เมื่อ 17 สิงหาคม 2568 ประเด็นหลักคือการชูแนวคิดสิงคโปร์มาก่อน (We-First) เป็นการวางรากฐาน ใหม่ที่เน้นความร่วมมือจากประชาชนในทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทาย รวมทั้งผลกระทบ จากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน สงครามการค้า และมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ตลอดจนผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ต่อตลาดแรงงาน แนวคิดสังคมที่ยึดสิงคโปร์มาก่อน (a “we-first” society) เพื่อก้าวข้ามผลประโยชน์ส่วนตนและ เสริมสร้างความผูกพันร่วมกันในฐานะชุมชน เป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จนถึงหลังครบรอบ 60 ปีของการเป็นเอกราช ขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและความห่วงใย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีหว่องย้ำถึงความสำเร็จของสิงคโปร์ในการฝ่าฟันวิกฤตต่าง ๆ โดยเฉพาะการระบาดของ COVID-19 เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงจิตวิญญาณสิงคโปร์ และความร่วมมือของประชาชน ที่เป็นแนวทางที่รัฐบาลใช้ในการนำพาประเทศ นโยบายการสร้างงาน เป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการฝึกงานสำหรับบัณฑิตจากสถาบันอุดมศึกษา (ITE, polytechnics, universities) เพื่อให้ได้ประสบการณ์ทำงานจริง พร้อมค่าเบี้ยเลี้ยง ในช่วงฝึกงานก่อนเข้าสู่ตำแหน่งเต็มเวลา โครงการ…
กัมพูชาพยายามแสดงออกว่าความสัมพันธ์กับจีนยังแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือน การพบหารือในเวทีระหว่างประเทศ การให้สัมภาษณ์ของผู้นำ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองประเทศ และล่าสุด สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ได้เขียนบทความเรื่อง “The prospects for Cambodia-China cooperation” ลง หนังสือพิมพ์ China Daily เมื่อ 22 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยาวนานระหว่างกัมพูชากับจีน บนพื้นฐานความไว้วางใจทางการเมือง และการเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงวิสัยทัศน์การเป็นประชาคมกัมพูชา-จีน ที่มีอนาคตร่วมกัน บทความกล่าวย้ำจุดยืนการสนับสนุนนโยบายจีนเดียว ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน ฮ่องกง ทิเบต และซินเจียง เป็นปัญหาภายในของจีน ส่วนจีนยืนยันสนับสนุนกัมพูชาดำเนินเส้นทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยทั้งสองฝ่ายรักษาความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นประโยชน์ร่วมกันในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การค้า-การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา พลังงาน การป้องกันประเทศและความมั่นคง รวมถึงสนับสนุนกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ที่จีนริเริ่ม ได้แก่ BRI ข้อริเริ่มด้านการพัฒนาระดับโลก (Global Development Initiative GDI)…
สถาบันคลังสมองซินหัว (Xinhua Institute) ของจีนเผยแพร่รายงาน 2 ฉบับ เมื่อ 21 สิงหาคม 2568 ทั้งเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ เพื่อยืนยันความชอบธรรมของจีนในการอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ และปฏิเสธการแทรกแซงของมหาอำนาจนอกภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐฯ และพันธมิตร สาระสำคัญ ดังนี้ – รายงานฉบับที่ 1 “พื้นฐานทางประวัติศาสตร์และกฎหมายของอธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิ์ทางทะเลของจีนในทะเลจีนใต้” (Historical and Legal Basis of China’s Territorial Sovereignty and Maritime Rights in the South China Sea) ยืนยันอธิปไตยของจีนเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ว่า สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการได้มาซึ่งอธิปไตยเหนือดินแดนผ่านการค้นพบและเข้าครอบครอง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสอดคล้องกับหลักกฎหมายปิดปาก ขณะที่ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้จากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ซึ่งละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังโจมตีว่าฟิลิปปินส์ดำเนิน Gray Zone Strategy ผ่านการสนับสนุนจากประเทศนอกภูมิภาค ส่งผลให้ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ทวีความรุนแรงในระดับใกล้เคียงกับปฏิบัติการกึ่งทหาร – รายงานฉบับที่…
Global Gaze ปักษ์หลังเดือนสิงหาคม 2568 รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจรอบโลกพร้อมประเมินแนวโน้ม