นักท่องเที่ยวจีน-รัสเซียจะเดินทางไป-มาระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น

  จีนกับรัสเซียใกล้ชิดและแนบแน่นในทุกมิติ ซึ่งรวมทั้งความมั่นคง  เพื่อเป็นอีกขั้วหนึ่งในการต่อสู้กับอิทธิพลของสหรัฐฯ  ความร่วมมือและความใกล้ชิดที่น่าติดตามอีกเรื่องหนึ่งระหว่างจีนและรัสเซีย คือ ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว และทั้งสองประเทศก็ให้ความสำคัญที่จะกระตุ้นให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างกัน จากการที่ออกมาตรการต่าง ๆ ออกมาแล้ว เช่น การไม่ต้องมีวีซ่า และล่าสุดก็มีการเพิ่มการดึงดูดการท่องเที่ยวด้วยการจะใช้กระเช้าลอยฟ้าข้ามพรมแดนแห่งแรกของโลก จีนจะต้อนรับนักท่องเที่ยชาววรัสเซียมากขึ้น เนื่องจากจีนตัดสินใจต่อการยกเว้นวีซ่าให้กับชาวรัสเซียที่ถือพาสปอร์ตปกติ เป็นจำนวน 1 ปี โดยเริ่ม 15 กันยายน 2568- 14 กันยายน 2569  หากเดินทางไปทำธุรกิจ ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ และเพื่อน ไม่เกิน 30 วัน โดยตัวเลข 1 เดือนที่ผ่านมา (15 สิงหาคม-14 กันยายน 2568) นักท่องเที่ยวรัสเซีย-จีน ไป-กลับที่เดินทางโดยเครื่องบิน มีเกือบ 1900 เที่ยวบิน และหากนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ถึง 14 กันยายน 2568  เที่ยวบินไป-กลับที่สายการบินจีนและรัสเซียที่ร่วมมือกัน เพิ่มขึ้นจากห้วงเดียวกันของปี 2567…

แคนาดาขึ้นบัญชีกลุ่ม Bishnoi ของอินเดียว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

นายแกรี อานันดาซังกาเร รมว.ความมั่นคงสาธารณะแคนาดาแถลงเมื่อ 30 ก.ย.68 ว่าแคนาดาขึ้นบัญชีกลุ่ม Bishnoi ของอินเดียและ เครือข่ายที่เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลแคนาดาอายัดเงิน ยานพาหนะและทรัพย์สินของสมาชิกกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแคนาดาได้ โดยรัฐบาลแคนาดาระบุว่าสมาชิกกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุฆาตกรรม ขู่กรรโชก ค้าอาวุธและยาเสพติดทั้งในอินเดียและต่างประเทศ ซึ่งสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวและการข่มขู่แก่ชาวแคนาดา นอกจากนี้ สมาชิกกลุ่มยังมีความเคลื่อนไหวในชุมชนที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากในแคนาดา

ปากีสถานอาจใช้กำลังตอบโต้ อัฟกานิสถาน หากการก่อร้ายพรมแดนไม่สงบ

เว็บไซต์ สนข.The Khaama Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 28 ก.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Talal Chaudhry รมว.มท.ปากีสถาน เตือนรัฐบาลตอลิบันของอัฟกานิสถาน ว่า ปากีสถานอาจเลือกใช้กำลังทหารในการตอบโต้กลุ่มก่อการร้าย หากการเจรจาด้านความมั่นคงระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถานยังไม่สามารถยับยั้งกิจกรรมก่อการร้ายข้ามพรมแดนได้ โดยนาย Chaudhry อ้างว่า ผู้ก่อการร้ายร้อยละ 80 ที่ก่อเหตุในปากีสถานมีต้นทางจากอัฟกานิสถาน พร้อมกล่าวหารัฐบาลตอลิบัน ว่า ให้ที่พักพิงแก่กลุ่ม Tehreek e Taliban Pakistan (TTP) ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของปากีสถาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอัฟกานิสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมวิจารณ์นโยบายของปากีสถาน เฉพาะอย่างยิ่งการเนรเทศผู้อพยพและการปิดชายแดน ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศได้กระตุ้นให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้ปากีสถานและอัฟกานิสถานเปิดการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงและรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค

MRC หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการแม่น้ำโขงกับประเทศคู่เจรจา

การประชุมระหว่างคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC)  กับประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 29 (Dialogue Partners Meeting) ที่สำนักเลขาธิการ MRC นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว มื่อ 29 ก.ย.68 ได้หารือถึงแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการและการพัฒนาแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูล และสำรวจโอกาสในการทำงานร่วมกันในด้านน้ำและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดย สมาชิก MRC 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว ไทย เวียดนาม และประเทศคู่เจรจา 2 ประเทศ คือ จีน และเมียนมา เข้าร่วมการประชุม นอกจากนี้ MRC จะจัดการประชุมคณะกรรมการร่วม (MRC Joint Committee) ครั้งที่ 60 ใน 30 ก.ย.68 เพื่อหารือความคืบหน้าของความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิก รวมทั้งกระบวนการแจ้งการปรึกษาหารือล่วงหน้าและข้อตกลงของโครงการเขื่อนสานะคามและพูงอยในลาว…

กระแสการประท้วงในประเทศต่าง ๆ : ความคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

โลกกำลังถูกปัญหาถาโถมเข้ามาในแทบทุกด้าน ทั้งการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่กดดันให้หลายประเทศต้องเปลี่ยนนโยบายภาครัฐและภาคธุรกิจใหม่ การตอบโต้ทางการค้าระหว่างมหาอำนาจโลกอย่างจีนกับสหรัฐฯ สงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กำลังพยายามหาทางออก แต่ยังไม่บรรลุผล  สภาพการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกที่กำลังคุกรุ่นนี้เอง เป็นแรงกดให้ประชาชนที่ประสบปัญหาเลี้ยงชีพและคนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามว่า หรือแนวทางแบบเดิม ๆ จะไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ?  จึงมาถึงจุดรวมตัวกันออกเดินบนถนน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศของตัวเอง เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในหลายประเทศทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ การประท้วงในเนปาลเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดจนทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล ความรุนแรงถึงจุดสูงสุดเมื่อ 8 กันยายน 2568  มีการบุกรุกและเผาทำลายสถานที่หน่วยงานรัฐ เผาที่พักอาศัยกลุ่มชนชั้นนำของรัฐบาลเนปาล การรุมทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล หลังการชุมนุมครั้งนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 72 รายและบาดเจ็บมากกว่า 2,000 คน โดยสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลระงับการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม GEN Z ที่ไม่พอใจรัฐบาลมานานจากปัญหาการทุจริต การใช้ชีวิตหรูหราของรัฐบาลและเครือญาติ ซึ่งทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกัน ก่อนหน้านี้ ก็เกิดการประท้วงในอินโดนีเซียที่มาจากความไม่พอใจนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การตัดงบประมาณด้านการศึกษา เพิ่มเงินสวัสดิการของสมาชิกรัฐสภา และการเพิ่มบทบาทของกองทัพทางการเมือง โดยประชาชนส่วนหนึ่งมองว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์นายทุน และไม่ได้มีสวัสดิการสำหรับกลุ่มแรงงานจากรัฐที่เพียงพอ จนกระทั่งกรณีการปราบปรามผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อ 29 สิงหาคม 2568…

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์หลัง ก.ย.68

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์หลัง กันยายน 2568
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

FBI เร่งสอบสวนเหตุกราดยิงในรัฐมิชิแกนสหรัฐฯ

สหรัฐฯ เผชิญความสูญเสียจากเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ โดยเจ้าหน้าที่สอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) รายงานเมื่อ 29 กันยายน 2568 ว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุกราดยิงที่โบสถ์ในเมือง Grand Blanc รัฐมิชิแกน สหรัฐฯ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน และได้รับบาดเจ็บ 8 คน เนื่องจากอาจเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชน นอกจากนี้ อาคารที่เกิดเหตุได้รับความเสียหายอย่างมากจากเพลิงไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงมีความพยายามจุดเพลิงดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นาย Thomas Jacob Sanford อายุ 40 ปี เป็นอดีตทหารสหรัฐฯ โดยถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญหลังจากการปะทะกันด้วยอาวุธปืนเป็นเวลา 8 นาที บริเวณลานจอดรถของสถานที่เกิดเหตุ ส่วน เจ้าหน้าที่ FBI ระบุว่าเหตุการณ์นี้ เป็นการก่อเหตุรุนแรง ยังไม่เชื่อมโยงกับการก่อการร้ายหรือเหตุกราดยิงอื่น ๆ เนื่องจากยังไม่รู้มูลเหตุจูงใจของผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ภายในโบสถ์ที่ช่วยเหลือเยาวชนและเด็กที่อยู่ในพื้นที่ให้ปลอดภัยจากเหตุกราดยิงครั้งนี้ FBI และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุเพื่อสอบสวนว่ามีวัตถุระเบิดหรือความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำหรือไม่ ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประณามเหตุรุนแรงดังกล่าว และระบุว่าจะให้ FBI เร่งสอบสวนร่วมกับ…