การที่จีนลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยก่อให้เกิดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม

  Nikkei Asia เผยแพร่บทความเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่ปัจจุบันเงินทุนจากจีนกำลังครองตลาด ทั้งการเข้ามาซื้อคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ รวมถึงการเข้ามาดำเนินกิจการร้านค้า และร้านอาหาร จนบางพื้นที่เกิดเป็นไชน่าทาวน์แห่งใหม่ โดยมีการใช้นอมินีในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งยังเป็นช่องโหว่ที่ยากต่อการตรวจสอบและควบคุม ขณะที่กิจการที่ดำเนินการโดยชาวจีนมีการจ้างงานคนท้องถิ่นและกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจให้ไทยเพียงเล็กน้อย จึงสร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการบิดเบือนโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์ของไทย เสี่ยงทำให้เกิดปัญหาการเก็งกำไร ซึ่งผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้น ไทยต้องกำหนดกฎระเบียบการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

แคนาดาเผยกลุ่มแฮ็กเกอร์โจมตีระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

ศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งแคนาดา (CCCS) ได้เผยแพร่รายงานข่าวสารภัยคุกคามเรื่อง กลุ่มแฮ็กเกอร์ได้เจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศหลายครั้ง อาทิ ระบบควบคุมอุตสาหกรรม (ICS)

ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าหมายให้ประธานาธิบดีจีนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2569

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์แถลงต่อสื่อมวลชนฟิลิปปินส์หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียเมื่อ 28 ต.ค.68 ว่า ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2569 จะทำทุกวิถีทางเพื่อเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ให้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ  เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ไขข้อพิพาทในทะเลจีนใต้  อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ เชื่อว่า  ประธานาธิบดีสี จะพิจารณาเยือนฟิลิปปินส์หากการเจรจาประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-COC) มีความคืบหน้าไปมากแล้ว  นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระบุว่า หากฟิลิปปินส์ไม่สามารถทำให้ COC สำเร็จตามเป้าหมาย ในวาระที่ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ก็จะแสวงหาหนทางอื่นในการจัดการข้อพิพาท และจำกำหนดความสัมพันธ์กับจีนใหม่ในมิติอื่น นอกเหนือจากประเด็นทะเลจีนใต้   เช่น การค้า การแลกเปลื่ยน การเกี่ยวพันในประเด็นอื่นๆ

อินโดนีเซียระบุกัมพูชายังไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงาน

นสพ.จาการ์ตาโกลบรายงานเมื่อ 28 ต.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Abdul Muhaimin Iskandar รมว.ประสานงานด้านเสริมสร้างศักยภาพประชาชนของอินโดนีเซีย เตือนพลเมืองให้ระมัดระวังตอบรับข้อเสนอจากกัมพูชา ซึ่งยังเป็นสถานที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงานข้ามชาติ   เนื่องจากไม่มีข้อตกลงทวีภาคีที่เป็นกลไกการปกป้องแรงงาน ปัจจุบัน มีแรงงานอินโดนีเซียในกัมพูชามากกว่า 100,000 คน รวมทั้งผู้อยู่ในอุตสาหกรรมด้านอาหารและบริการ ซึ่งรองรับชุมชนชาวอินโดนีเซียที่ขยายตัว ที่ผ่านมาทางการอินโดนีเซียออกคำเตือนแรงงานข้ามชาติไม่ให้เลือกกัมพูชาเป็นปลายทางในการทำงาน โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่ามีชาวอินโดนีเซียเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ในกัมพูชาจำนวนมาก

สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเสริมสร้างความมั่นคงและการทหารในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 29 ต.ค.68 ว่านายปีเตอร์ เฮ็กเซ็ธ รมว.กห.สหรัฐฯ พบหารือกับนายชินจิโร่ โคอิซุมิ รมว.กห.ญี่ปุ่น โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสภาพแวดล้อมทางความมั่นคงในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก พร้อมทั้งแนวทางในการเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบสนองของพันธมิตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านการส่งเสริมกิจการทางการทหาร อาทิ การซ้อมรบ การใช้จ่ายงบประมาณการป้องกันประเทศเพื่อขยายขีดความสามารถทางความมั่นคงผ่านการลงทุน และสนับสนุนระบบการป้องกันภัยทางอากาศของญี่ปุ่นและขีดความสามารถทางความมั่นคงทางทะเลในมิติน่านฟ้าเหนือทะเล พื้นทะเลใต้น้ำ และการรบใต้น้ำ เพื่อเตรียมพร้อมและป้องปรามพฤติกรรมที่ก้าวร้าวจากจีน

ข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาล้มเหลว !? : อิสราเอลปฏิบัติการโจมตีอีกครั้ง

  นานาชาติห่วงกังวลสถานการณ์ความรุนแรงและความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา รวมทั้งแนวโน้มการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย หลังจากมีรายงานเมื่อ 29 ตุลาคม 2568 ว่า กองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางทหารในฉนวนกาซา ในเบื้องต้น ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 50 ราย การโจมตีของกองทัพอิสราเอลเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของฉนวนกาซา ได้แก่ เมือง Gaza City, Beit Lahia, al-Bureij, Nuseirat และ Khan Younis ส่งผลให้โรงเรียน โรงพยาบาลและที่อยู่อาศัยของพลเรือนได้รับผลกระทบ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ซึ่งได้รับรายงานว่ากลุ่มฮะมาสยิงโจมตีทหารอิสราเอลที่ประจำการอยู่ในพื้นที่เมือง Rafah ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ทำให้ทหารอิสราเอลได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น กองทัพอิสราเอลจำเป็นต้องตอบโต้และปราบปรามกลุ่มฮะมาสที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล แม้ว่าจะทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันไปแล้วตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2568 นอกจากนี้ มีรายงานว่าอิสราเอลไม่พอใจอย่างมาก หลังจากตรวจสอบพบว่ากลุ่มฮะมาสคืนร่างตัวประกันไม่ถูกต้องตามข้อตกลง ด้านกลุ่มฮะมาส นำโดยฝ่ายกองกำลังหรือกลุ่ม Qassam Brigades ประกาศชะลอการส่งร่างตัวประกันที่เสียชีวิต 11 ราย คืนให้อิสราเอล…

เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธในห้วงที่ผู้นำสหรัฐฯ เยือนเกาหลีใต้

สื่อต่างประเทศยังคงติดตามรายงานการเยือนเอเชียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเมื่อ 29 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่าผู้นำสหรัฐฯ เยือนเกาหลีใต้ และมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือเอเปค รวมทั้งการเจรจากับผู้นำจีน อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ เผชิญความท้าทายในการเยือนเกาหลีใต้ เพราะนอกเหนือจะมีชาวเกาหลีใต้รวมตัวกันประท้วงต่อต้านและขับไล่ประธานาธิบดีทรัมป์ภายใต้แคเปญ “No Trump” ในกรุงโซล ตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2568 ยังมีรายงานว่าเกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธ ในช่วงก่อนที่เครื่องบิน Air Force One ของผู้นำสหรัฐฯ จะเดินทางถึงท่าอากาศยานปูซาน เกาหลีใต้ด้วย เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธร่อน (sea-to-surface cruise missiles) ในบริเวณทะเลเหลือง ทางทิศตะวันตกของประเทศ เมื่อ 28 ตุลาคม 2568 เพื่อแสดงให้สหรัฐฯ และเกาหลีใต้เห็นว่ากองทัพเกาหลีเหนือมีแสนยานุภาพในการปกป้องประเทศจากภัยคุกคามและศัตรู โดยขีปนาวุธดังกล่าวสามารถร่อนอยู่ในอากาศได้นาน 2 ชั่วโมงก่อนที่จะพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมาย ด้านนาย Pak Jong Chon เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเกาหลีเหนือเข้าร่วมสังเกตการณ์การยิงทดสอบดังกล่าว และประกาศว่าประสบความสำเร็จ รวมทั้งเป็นขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือด้วย เกาหลีใต้และสหรัฐฯ เฝ้าระวังและติดตามความเคลื่อนไหวด้านการทหารของเกาหลีเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมระบุว่าสามารถตรวจจับการทดสอบดังกล่าวได้และร่วมกันวิเคราะห์ภัยคุกคาม ตลอดจนเตรียมความพร้อมเพื่อตอบโต้อันตรายจากปฏิบัติการยั่วยุทางการทหารของเกาหลีเหนือ…

สหรัฐฯ ใช้ข้อตกลง rare earth กับเอเชีย แข่งกับจีน

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เยือนเอเชียระหว่าง 26-28 ตุลาคม 2568 เพื่อสร้างผลงานผ่านการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและกระชับความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น พันธมิตรด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังใช้โอกาสการเยือนครั้งนี้ลงนามในเอกสารความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อขยายห่วงโซ่อุปทานแร่แรร์เอิร์ธ (rare earth) ที่กำลังเป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งขันอิทธิพลระหว่างสหรัฐฯ กับจีน สำหรับประเทศที่สหรัฐฯ ทำข้อตกลงเพื่อขยายความร่วมมือด้านการสำรวจแรร์เอิร์ธ ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และกัมพูชา เนื่องจากแต่ละประเทศมีข้อมูลว่ามีทรัพยากรดังกล่าว แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนว่ามีปริมาณมากพอที่สหรัฐฯ จะนำไปสกัดเพื่อผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีระดับสูงได้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ แต่ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ที่เพิ่มความร่วมมือด้านการสำรวจแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่เอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างมากกับทรัพยากรดังกล่าว และพร้อมใช้ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นเครื่องมือในการแข่งขันกับจีนด้านการควบคุมห่วงโซ่การผลิตแรร์เอิร์ธและป้องกันการลงทุนของจีนในต่างประเทศ เอกสารที่ผู้นำสหรัฐฯ ร่วมลงนามกับประเทศในเอเชียเรื่องการสำรวจแรร์เอิร์ธ มีสาระสำคัญเหมือนกัน คือจะส่งออกแร่แรร์เอิร์ธให้สหรัฐฯ แลกเปลี่ยนกับการให้สหรัฐฯ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ในการสกัดแร่ดังกล่าว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและยุ่งยาก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่า ข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศในเอเชียเรื่องแร่แรร์เอิร์ธเป็นเพียงบันทึกความเข้าใจและความตกลง “เชิงสัญลักษณ์” ยังไม่มีรายละเอียดหรือระบุขั้นตอนที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเสริมสร้างความร่วมมือดังกล่าว และยังต้องรอความชัดเจนเรื่องการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ต้นทุนด้านแรงงาน และประเมินการลงทุนของสหรัฐฯ ให้คุ้มค่า และอาจไม่มีผลต่อจีน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการสร้างผลงาน จึงพยายามนำเสนอให้ชาวอเมริกันและทั่วโลกเข้าใจว่า การลงนามในความร่วมมือกับญี่ปุ่น มาเลเซีย ไทย…

Character.AI ยกเลิกการใช้งานการสนทนาด้านความรักกับผู้เยาว์

Character.AI บริษัทสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ ได้ประกาศมาตรการด้านความปลอดภัยครั้งสำคัญ โดยจะระงับความสามารถในการสนทนาแบบอิสระ (Open-ended Conversations) สำหรับผู้ใช้งานที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีโดยสิ้นเชิง