![]()

หน่วยข่าวกรองและความมั่นคงของจีนกำลังให้ความสำคัญกับภารกิจปกป้องภาพลักษณ์วัฒนธรรมและอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของจีน เพื่อให้นโยบายการฟื้นฟูและส่งเสริมบทบาทของจีนในนานาชาติได้รับการต้อนรับ ดังนั้น หน่วยข่าวกรองของจีนในยุคใหม่จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอันตรายและภัยคุกคามในทุกมิติ ไม่เว้นแม้กระทั่งเนื้อหาในสื่อบันเทิง เช่น ภาพยนตร์ รวมไปถึงเกม ที่มีการสร้างเนื้อหาและการสื่อสาร แพลตฟอร์มเกม จึงกลายเป็น soft power ชักจูงและโน้มน้าวความคิดคนในสังคมยุคใหม่ได้
กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ หรือ Ministry of State Security (MSS) ของจีน ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองเตือนเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 ให้ประชาชนระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของจีน ผ่านแพลตฟอร์มเกม ที่ผลิตโดยบริษัทต่างชาติ เนื่องจากปัจจุบันหน่วยข่าวกรองและความมั่นคงของจีนพบว่า เนื้อหาในเกมต่างชาติบางส่วนไม่ถูกต้องและนำเสนอข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน ซึ่งรัฐบาลจีนถือว่าเป็นการกระทำที่อันตรายและเป็นภัยคุกคาม ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้ชาวจีนที่พบเห็นการกระทำดังกล่าวในแพลตฟอร์มเกมต่างชาติ ยืนหยัดที่จะแก้ไขข้อมูล ไม่เพิกเฉยต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ
MSS ยังเตือนว่าหน่วยข่าวกรองต่างชาติใช้แพลตฟอร์มเกมต่าง ๆ ในการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน โน้มน้าวให้เป็นสายลับ และจารกรรมข้อมูล โดยออกแบบเกมให้มีเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง เช่น กรณีเกมของบริษัทต่างชาติออกแบบให้ตัวละครในเกมที่มีสัญชาติจีนมีภาพลักษณ์น่าเกลียด เป็นตัวร้าย ทำผิดกฎหมายและใช้ความรุนแรง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์สังคมและวัฒนธรรมชาวจีน และเสี่ยงทำให้นานาชาติมีอคติต่อชาวจีน และยังมีกรณีเกมของบริษัทต่างชาติให้ข้อมูลผู้เล่นว่า ทิเบตอยู่ภายใต้อธิปไตยของอังกฤษ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และกรณีเกมของบริษัทต่างชาติออกแบบแผนที่บริเวณช่องแคบไต้หวันบิดเบือนจากความเป็นจริง ทำให้ผู้เล่นอาจเกิดความเข้าใจผิดได้
MSS ยังเตือนด้วยว่า หน่วยข่าวกรองต่างชาติใช้เกมเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารกับชาวจีนจำนวนมาก เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการหาข้อมูล โดยเริ่มจากการปฏิสัมพันธ์ในเกม จากนั้นก็ต่อยอดเป็นการสื่อสารเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวผ่านแอปพลิเคชันอื่น ๆ เพื่อชักชวนให้จารกรรมข้อมูลให้รัฐบาลต่างชาติ แลกเปลี่ยนกับเงินค่าตอบแทนต่อไป ทั้งนี้ MSS ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังภัยคุกคามและการจารกรรมข้อมูลที่มาจากแพลตฟอร์มเกมเข้มงวดขึ้น เนื่องจากปัจจุบันชาวจีนให้ความสนใจกิจกรรมเล่นเกมเพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลจีนพยายามเสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ด้วยแนวคิด “digital Great Wall”
ขณะที่รัฐบาลและหน่วยข่าวกรองจีนเตือนประชาชนเรื่องการเล่นเกมของต่างประเทศ แต่นานาชาติก็มีข้อสังเกตว่าปัจจุบันรัฐบาลจีนสนับสนุนและส่งออกเกมไปในต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับจีนเช่นกัน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตเกมคอมพิวเตอร์และเกมออนไลน์ในจีนเพิ่มสัดส่วนในตลาดอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ ยุโรป รวมทั้งญี่ปุ่น
มีข้อสังเกตว่า MSS ออกคำเตือนเป็นระยะ ๆ แตกต่างจากอดีตที่ MSS จะทำงานลับ ๆ ไม่สื่อสารกับสาธารณะโดยตรง คาดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีขึ้นเพื่อรับมือกับความท้าทายยุคดิจิทัล เนื่องจากรัฐบาลจีนและ MSS กังวลว่าช่องทางออนไลน์จากการเติบโตของยุคดิจิทัล จะทำให้ชาวจีน และรัฐบาลจีนถูกล้วงความลับ และถูกจารกรรมข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เช่น เมื่อตุลาคม 2568 MSS ออกคำเตือนอย่างน้อย 2 ครั้ง ได้แก่ ให้ระวังถูกสายลับต่างชาติจารกรรมข้อมูลบุคคลจากการซื้อของออนไลน์ เพราะจะถูกใช้เป็นช่องทางการจารกรรม แทรกซึม รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ พร้อมกับเร่งให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนทางออนไลน์มีมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้า ส่วนอีกคำเตือนแม้ไม่เกี่ยวกับทางออนไลน์ แต่ก็เชื่อมโยงกับการจารกรรมข้อมูล โดย MSS เปิดเผยกรณีลูกจ้างชั่วคราวทำข้อมูลลับด้านความมั่นคงของรัฐรั่วไหล จึงขอให้หน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบประวัติก่อนรับสมัครลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่เข้าทำงาน รวมทั้งชี้แจง และจัดฝึกอบรมแนวทางมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานให้ชัดเจน
คำเตือนของ MSS สะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมาก เพราะจีนกำลังฟื้นฟูอำนาจกลับสู่การเป็นมหาอำนาจของโลกที่พร้อมร่วมมือกับทุกประเทศอย่างเท่าเทียม ดังนั้น ภาพลักษณ์ “ตัวร้ายในเกม” จึงเป็นสิ่งอาจขัดขวางเป้าหมายของรัฐบาล นอกจากนี้ รัฐบาลจีนไม่ยอมรับและไม่อ่อนข้อให้กับความพยายามใด ๆ ที่จะแบ่งแยกบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน ไม่ว่าจะในอดีตหรือในปัจจุบัน เพราะบูรณภาพแห่งดินแดนเป็น 1 ใน 5 หลักการเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ (Five Principles of Peaceful Coexistence) ที่จีนยึดมั่นมาตั้งแต่ปี 2497 และคำเตือนนี้ยังเป็นกลยุทธ์การสื่อสารในประเทศ เพื่อการสร้างนิสัยให้ชาวจีนให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ต่อไป







