NATO เสริมกำลังป้องกัน หลังเกิดเหตุโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าโปแลนด์

สนข.BBC รายงานเมื่อ 12 ก.ย.68 ว่า องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ประกาศเสริมกำลังป้องกันตามแนวชายแดนด้านตะวันออก หลังโปแลนด์ยืนยันว่าเกิดเหตุโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าอย่างไม่เคยมีมาก่อน และยิงตกได้ 3 ลำ เนเธอร์แลนด์และเช็กประกาศส่งกองกำลัง ปืนใหญ่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเฮลิคอปเตอร์เพื่อสนับสนุนโปแลนด์ ขณะที่เยอรมนีจะขยายการลาดตระเวนทางอากาศ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่าจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ของรัสเซียและส่งเครื่องบิน Rafale 3 ลำร่วมภารกิจ นอกจากนี้ โปแลนด์และลัตเวียได้ออกมาตรการจำกัดการบินใกล้พรมแดนกับเบลารุสและยูเครน เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบททดสอบสำคัญต่อศักยภาพของ NATO ในการรับมือภัยคุกคามจากรัสเซีย ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นก่อนการซ้อมรบร่วม Zapad 2025 ระหว่างรัสเซียและเบลารุสซึ่งกำลังจะเริ่มขึ้น

อิสราเอลโจมตีเป้าหมายในกาตาร์ เสี่ยงขยายความขัดแย้งในภูมิภาค

กรณีอิสราเอลโจมตีผู้นำของกลุ่มฮะมาส ระหว่างเดินทางในกรุงโดฮา กาตาร์เมื่อ 9 กันยายน 2568 พร้อมกับการที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลประกาศเมื่อ 10 กันยายน 2568 ขู่ว่าพร้อมจะปฏิบัติการโจมตีและทำลายเป้าหมายที่เป็นภัยคุกคามของอิสราเอลในต่างประเทศ เสี่ยงทำให้ความตึงเครียดและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น เนื่องจากท่าทีของผู้นำอิสราเอลเป็นสัญญาณว่าจะไม่ยับยั้งการปราบปรามกลุ่มฮะมาส ไม่ว่าจะอยู่ในฉนวนกาซาหรือในประเทศอื่น ๆ เนื่องจากอิสราเอลเตือนแล้วว่ากลุ่มฮะมาสเป็นผู้ก่อการร้ายที่อันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ด้านกาตาร์ไม่พอใจท่าทีดังกล่าวอย่างมาก จึงมีถ้อยแถลงประณามอิสราเอล พร้อมทั้งเรียกร้องเมื่อ 11 กันยายน 2568 ให้กลุ่มประเทศอาหรับในภูมิภาคตะวันออกกลางแสดงท่าทีร่วมกันเพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัย กาตาร์ยืนยันว่าเป้าหมายในการให้ผู้นำกลุ่มฮะมาสเดินทางในประเทศ เป็นไปเพื่อให้เกิดการเจรจายุติความรุนแรงและสงคราม รวมทั้งโน้มน้าวให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล ไม่ใช่การปล่อยให้กลุ่มฮะมาสเคลื่อนไหวเพื่อโจมตีผลประโยชน์ของอิสราเอล พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกาตาร์ประเมินว่าการโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่อื่น ๆ จะยิ่งเป็นผลเสียต่อประเทศ เนื่องจากเสี่ยงเผชิญการคว่ำบาตรและถูกโดดเดี่ยวจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะส่วนใหญ่ต้องการยุติสงครามและป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว แต่อิสราเอลกลับปฏิบัติการโจมตีในหลายประเทศ ทั้งกาตาร์ เลบานอน เยเมน ซีเรีย ตูนีเซีย รวมทั้งฉนวนกาซา สร้างความเสียหายและทำให้พลเรือนเสียชีวิต ตลอดจนเข้าข่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรีกาตาร์ Sheikh Mohammed bin Abdulrahman bin Jassim Al Thani ระบุว่าการกระทำของอิสราเอลเป็นการก่อการร้าย…

การชุมนุมประท้วงในฝรั่งเศส ท่ามกลางวิกฤตการเมือง

  ชาวฝรั่งเศสจำนวนมากทั่วประเทศชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลและประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ภายใต้แคมเปญ “Block Everything” เริ่มตั้งแต่ 10 กันยายน 2568 เนื่องจากประชาชนไม่พอใจแผนการลดงบประมาณ นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาการเมือง ประกอบกับคัดค้านกรณีประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศส แต่งตั้งนายเซบาสเตียง เลอกอร์นู อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมและบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดีมาครง เป็นนายกรัฐมนตรีแทนนายฟรองซัวส์ บาอิรู ซึ่งต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะรัฐสภาลงมติ 364 ต่อ 194 เสียงเมื่อ 8 กันยายน 2568 ไม่ไว้วางใจนายบาอิรู เพราะเสนอการตัดลดงบประมาณ 44,000 ล้านยูโร เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศ การลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในระหว่างการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีมาครง ทำให้รัฐบาลค่อนข้างขาดเสถียรภาพ ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมาครงลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ขณะที่ประชาชนเริ่มกดดันให้รัฐบาลแสดงความจริงจังในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งความแตกแยกทางการเมืองและเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นจะกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้น การที่ประธานาธิบดีมาครงแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดเป็นนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่พอใจ เพราะต้องการความเปลี่ยนแปลง จึงเริ่มการชุมนุมประท้วง Block Everything ประกอบด้วยกลุ่มแรงงานร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แสดงพฤติกรรมอารยขัดขืนและปิดถนน เป้าหมายเพื่อให้ประธานาธิบดีลาออกจากตำแหน่ง หรืออย่างน้อยให้แต่งตั้งนักการเมืองจากฝ่ายเสรีนิยมขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงการประนีประนอมทางการเมือง สำหรับการชุมนุมประท้วง Block Everything ก่อนหน้านี้เป็นกระแสเคลื่อนไหวในสื่อสังคมออนไลน์…

มาเลเซียอนุมัติใบอนุญาตดำเนินกิจการแก่บริษัท WeChat TikTok และ Telegram

นายฟาห์มี ฟัดซิล รมว.การสื่อสารและดิจิทัลของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 10 ก.ย.68 ว่า บริษัท WeChat International Private Limited ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม WeChat บริษัท TikTok Private Limited (TikTok) และบริษัท Telegram Messenger Incorporated (Telegram) ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการออกใบอนุญาตภายใต้กรอบที่กำกับดูแลโดยคณะกรรมาธิการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย ขณะที่บริษัท Meta (Facebook, Instagram และ WhatsApp) และบริษัท Google (Youtube) ยังอยู่ระหว่างการหารือ สำหรับแพลตฟอร์ม X ยืนยันว่าผู้ใช้งานในมาเลเซียยังไม่ถึงเกณฑ์ 8 ล้านคน ตามข้อกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาต ทั้งนี้ มาเลเซียมุ่งสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยในสื่อสังคมออนไลน์ให้เข้มงวดขึ้น เพื่อสร้างระบบนิเวศทางออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยกำหนดให้บริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องลงทะเบียนขอใบอนุญาตดำเนินกิจการ ซึ่งมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 1 ม.ค.68 และต้องต่อใบอนุญาตทุกปี หากไม่ปฏิบัติตามจะถือเป็นแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย

สหรัฐฯ เรียกร้อง EU ให้ดำเนินมาตราการภาษีนำเข้าต่อจีนและอินเดียเพื่อกดดันรัสเซีย

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 10 ก.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ผู้แทนจากสหภาพยุโรป (EU) ดำเนินมาตรการภาษีนำเข้าสูงสุดถึงร้อยละ 100 ต่อจีนและอินเดีย ในการหารือที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 9 ก.ย.68 โดยสหรัฐฯ จะร่วมดำเนินมาตรการดังกล่าวด้วย ซึ่งหาก EU ตอบรับจะเป็นการปรับนโยบายเชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ เพื่อกดดันประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้ยุติสงครามรัสเซีย – ยูเครนด้วยการกดดันประเทศที่สนับสนุนรัสเซียผ่านการนำเข้าน้ำมัน ขณะที่ กต.จีนแถลงในวันเดียวกัน คัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กับทั้งคัดค้านการใช้จีนเป็นประเด็นในการหารือเกี่ยวกับรัสเซียด้วย

รมว.กห.จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพผลประโยชน์หลักซึ่งกันและกัน

พล.ร.อ.ต่ง จุน รมว.กห.จีน หารือในการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอกับนายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ เมื่อ 9 ก.ย.68 ฝ่ายจีนระบุถึงความจำเป็นในการยึดมั่นต่อทัศนคติที่เปิดกว้าง รักษาการติดต่อสื่อสารและการมีส่วนร่วม และสร้างความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่มั่นคงบนพื้นฐานของความเท่าเทียม ความเคารพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อมย้ำความสำคัญของการเคารพผลประโยชน์หลักซึ่งกันและกัน พร้อมย้ำว่าความพยายามหรือการแทรกแซงใด ๆ ด้วยกำลังเพื่อสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนเพื่อเอกราชของไต้หวัน   สำหรับประเด็นทะเลจีนใต้ จีนมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค  และคัดค้านการกระทำที่เป็นการละเมิดหรือยั่วยุจากบางประเทศ ตลอดจนความพยายามของบางประเทศนอกภูมิภาคที่จะก่อให้เกิดปัญหา

ความพยายามทำข้อตกลงหยุดยิงความขัดแย้งในฉนวนกาซาลางเลือน

ความพยายามทำข้อตกลงหยุดในความขัดแย้งในฉนวนกาซาลางเลือน หากพิจารณาท่าทีของอิสราเอล ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้ง นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลยืนยันว่า จะยังจะสังหารผู้นำกลุ่มฮะมาสต่อไป ไม่ว่าจะหลบซ่อนในสถานที่ใด หลังจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ปฏิบัติการภายใต้ชื่อรหัส “Summit of Fire” โจมตีทางอากาศใส่อาคารที่พักอาศัยในกรุงโดฮา กาตาร์ เมื่อ 9 กันยายน 2568 ไม่สามารถสังหารผู้นำกลุ่มฮะมาสได้ โดยกลุ่มฮะมาสยืนยันว่าผู้นำยังคงมีชีวิตอยู่ แต่มีสมาชิกกลุ่มฮะมาสเสียชีวิต 5 คน รวมถึงบุตรชายของนาย Khalil al-Hayya เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกลุ่มฮะมาส และหนึ่งในผู้นำของคณะการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง การโจมตีทางอากาศในกรุงโดฮาเกิดขึ้นในห้วงที่คณะการเจรจาของกลุ่มฮะมาสอยู่ที่กรุงโดฮา เพื่อร่วมกันพิจารณาร่างข้อตกลงหยุดยิงและแลกเปลี่ยนตัวประกันในฉนวนกาซา ที่มีกาตาร์เป็นตัวกลาง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ระบุก่อนหน้าการโจมตีว่า ทิศทางข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาอาจเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดที่กลุ่มฮะมาสควบคุมตัวไว้ ขณะที่กลุ่มฮะมาสยืนยันว่าได้รับแนวทางบางประการจากฝ่ายสหรัฐฯ ผ่านคนกลาง เพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา และอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะเดียวกัน กลุ่มฮะมาสย้ำความพร้อมปล่อยตัวประกันทั้งหมด เพื่อแลกกับการประกาศยุติสงครามอย่างชัดเจน และการถอนกำลังทหารอิสราเอลทั้งหมดออกจากฉนวนกาซาโดยสมบูรณ์ กาตาร์ซึ่งเป็นตัวกลางการเจรากับอียิปต์ประณามการโจมตีดังกล่าวที่มุ่งเป้าไปยังอาคารที่พักของสมาชิกฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาสในกรุงโดฮา อีกทั้งยังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นภัยคุกคามร้ายแรงในกาตาร์ รวมทั้งมีท่าทีแข็งกร้าวจากนายกรัฐมนตรีกาตาร์เมื่อ 10 กันยายน 2568 ว่า การกระทำของอิสราเอลจะไม่สามารถขัดขวางความพยายามของกาตาร์ในการเป็นตัวกลางการเจรจาข้อขัดแย้งในภูมิภาค และผู้นำอิสราเอลจะต้องได้รับผลของการกระทำจากความร่วมมือของผู้นำทั่วโลก…

เกิดอะไรขึ้นในเนปาลจนทำให้นายกรัฐมนตรีของเนปาลประกาศลาออก

  เกิดการชุมนุมประท้วงรัฐบาลของเนปาลครั้งใหญ่ในกรุงกาฐมาณฑุ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม GEN Z หลายพันคน เนื่องจากต่อต้านรัฐบาลที่ให้สำนักงานโทรคมนาคม (Nepal Telecommunications Authority-NTA) ระงับการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการลงทะเบียน แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ถูกระงับเป็นที่นิยมของกลุ่ม GEN Z  ได้แก่ Facebook  Instagram  WhatsApp  YouTube  และ X เป็นต้น ส่วนแพลตฟอร์มที่ลงทะเบียนแล้ว เช่น  TikTok เป็นต้น กลุ่ม GEN Z หลายพันคน รวมตัวประท้วงรัฐบาลที่ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของตนเอง รวมทั้งยังมีประเด็นการต่อต้าการโกงกินของรัฐบาล และคนชั้นนำในสังคม ความรุนแรงในกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อ 8 กันยายน 2568 การชุมนุมมีความรุนแรงขึ้น มีการบุกรุกสถานที่ที่ทำที่กีดขวางไว้ และเข้าไปในรัฐสภา ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ใช้กระบอง ปืนฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริงเพื่อกวาดล้าง และมีการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ รัฐบาลประกาศปิดท่าอากาศยานทุกแห่งในเนปาล เมื่อ 9 กันยายน 2568 ไปจนถึง 12.00 น.…

นรม.เนปาล ลาออก หลังเหตุชุมนุมของกลุ่มคน Gen Z รุนแรง

นาย KP Sharma Oli นรม.เนปาลลาออกจากตำแหน่ง เมื่อ 9 ก.ย.68 หลังการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ในกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อ 8 ก.ย.68 ทวีความรุนแรง  เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางควบคุมฝูงชน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย แม้การลาออกของ นรม.และ รมว.มท. รวมถึงการยกเลิกคำสั่งระงับการเข้าถึงแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์จะประกาศแล้ว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงยกระดับการประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกทั้งคณะ พร้อมจุดไฟเผาสถานที่สำคัญ เช่น รัฐสภา ศาลฎีกา และบ้านพักนักการเมือง เหตุการณ์รุนแรงยังนำไปสู่การเสียชีวิตของภรรยานาย Jhala Nath Khanal อดีต นรม.เนปาล เนื่องจากถูกไฟไหม้ภายในบ้านพัก