ICJ จะพิจารณาคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องเมียนมาในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาใน ม.ค.69

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) แถลงเมื่อ 19 ธ.ค.68 ว่า จะกลับมาพิจารณาคดีที่แกมเบียยื่นฟ้องเมียนมาในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา ระหว่าง 12–29 ม.ค.69 หลังจากแกมเบียยื่นฟ้องต่อ ICJ ตั้งแต่ 11 พ.ย.62 และ ICJ มีคำสั่งให้เมียนมาออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเพื่อป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาเท่าที่จะทำได้ เมื่อ 23 ม.ค.63 โดยการพิจารณาคดีช่วง ม.ค.69 จะเป็นการไต่สวนสาธารณะเพื่อมุ่งหาข้อเท็จจริงของคดี ขณะที่การสอบปากคำพยานและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการแบบปิดลับ ซึ่งฝ่ายแกมเบียจะนำเสนอหลักฐาน ช่วง 12–15 ม.ค.69 ขณะที่ฝ่ายเมียนมาจะชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหา ช่วง 16–20 ม.ค.69

สหรัฐฯ ยึดเรือขนส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาในทะเลแคริบเบียน

สนข.เดอร์การ์เดียน รายงานเมื่อ 20 ธ.ค.68 อ้างการแถลงของนางคริสตี โนเอม รมว.กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯว่า สหรัฐฯ นำโดยหน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ (U.S. Coast Guard – USCG) พร้อมด้วยการสนับสนุนกำลังจาก กห.สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางออกจากเวเนซุเอลาในทะเลแคริบเบียน  ตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจอันนำผลกำไรไปใช้ในการสนับสนุนการก่อการร้ายและค้ายาเสพติดในภูมิภาค ซึ่งปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นในน่านน้ำสากล เป็นเรือบรรทุกน้ำมัน Centuries สัญชาติปานามา แต่มีรายงานว่าเคยถือสัญชาติกรีก และลิเบีย ตลอดจนมีการใช้นามแฝง Crag แต่ไม่ได้ปรากฎในรายชื่อเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และมีจุดหมายปลายทางไปยังจีน

เลขาธิการอาเซียนหารือ รมว.กต.อาเซียน

เว็บไซต์สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 22 ธ.ค.68 ว่า นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน พบหารือกับ รมว.กต.อาเซียน ได้แก่ นาย Dang Hoang Giang รมช.เวียดนาม นายทองสะหวัน พมวิหาร รมว.กต.ลาว และนายเบ็งดีตู ดุช ซังตุช ไฟรตัช รมว.กต.ติมอร์-เลสเต ก่อนการประชุม รมว.กต.อาเซียน สมัยพิเศษ ก่อนวาระสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยได้เน้นย้ำถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันของอาเซียน ความอดทนอดกลั้น และการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานของหลักการและกลไกของอาเซียน เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

สื่อต่างชาติรายงานการปะทะทางทหารระหว่างไทย-กัมพูชาลดลง

สื่อต่างชาติเมื่อ 20-21 ธันวาคม 2568 ลดการรายงานการปะทะทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชาลดลง แต่ไปเน้นการรายงานความพยายามของฝ่ายที่ 3 นอกเหนือจากไทยและกัมพูชาที่เรียกร้องและกดดันให้ทั้งสองฝ่ายยุติความขัดแย้งระหว่างกัน โดยเห็นว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน วาระพิเศษที่จะมีขึ้นที่มาเลเซีย ใน 22 ธันวาคม 2568 จะมีการผลักดันให้มีการหารือเรื่องการหยุดยิงของทั้งสองประเทศ สื่อรายงานว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน วาระพิเศษ ดังกล่าวเกิดขึ้น ควบคู่ไปกับแรงกดดันของมหาอำนาจทั้งสองประเทศ คือจีนและสหรัฐฯ ที่ออกมามีบทบาทในเรื่องนี้มากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งจีน มีท่าทีจากทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศ และยังส่งผู้แทนพิเศษฝ่ายกิจการตะวันออกของจีนพบหารือกับไทย และกัมพูชา พร้อมกับยืนยันท่าทีของจีนในความพร้อมที่จะแสดงบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจา ขณะที่สหรัฐฯ ก็มีท่าทีจากรัฐมนตรีต่างประเทศเมื่อ 20 ธันวาคม 2568 ที่เชื่อมั่นว่าทั้งไทยและกัมพูชาจะสามารถหาทางออกในเรื่องการหยุดยิงได้ในสัปดาห์หน้า  และมีภารกิจสำคัญที่จะนำทั้งสองฝ่ายเข้าสู่การเจรจาให้ได้ นอกจากสื่อต่างประเทศรายงานประเด็นดังกล่าวแล้ว ก็ยังมีท่าทีจากนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียซึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อ 21 ธันวาคม 2568 ว่า การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน วาระพิเศษจะเป็นไทยกับกัมพูชาเจรจากันได้อย่างเปิดเผยและสร้างสรรค์ เพื่อบรรเทาความตึงเครียดระหว่างกัน และหาทางออกสู่สันติภาพอย่างยุติธรรมและยั่งยืน การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และการเกี่ยวพัน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ ความมั่นคงในภูมิภาค และความเป็นเอกภาพของอาเซียน สำหรับสื่อกัมพูชา นอกจากรายงานกรณีโฆษกของกัมพูชาประณามไทยกรณีกองทัพอากาศของ ใช้ F-16…

ผู้นำรัสเซียมั่นใจจะได้รับชัยชนะในสงคราม

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียมีถ้อยแถลงประจำปีเมื่อ 19 ธันวาคม 2568 โดยสาระสำคัญส่วนใหญ่แสดงความเชื่อมั่นว่ารัสเซียจะได้รับชัยชนะในการปฏิบัติการทหารในยูเครน เพราะปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างมากและเชื่อว่าจะสามารถยึดพื้นที่ในยูเครนได้เพิ่มเติมภายในปี 2568 และจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายในอนาคตอันใกล้ ซึ่งมีนัยหมายถึงการผนวกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน นอกจากนี้ ประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจจากถ้อยแถลงดังกล่าว เช่น ย้ำเงื่อนไขของรัสเซียที่จะนำไปสู่การยุติสงคราม ซึ่งหากยูเครนและประเทศตะวันตกยังไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว รัสเซียก็พร้อมจะยกระดับการปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกมากขึ้น รวมทั้งยังขู่ยูเครนว่ารัสเซียจะขยายพื้นที่กันชนระหว่างรัฐ หรือ buffer zone เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาวด้วย ถ้อยแถลงประจำปีของผู้นำรัสเซียครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนชาวรัสเซียส่งคำถามเข้าไปถามผู้นำประเทศด้วย มีรายงานว่าประชาชนส่งคำถามเข้าไปมากกว่า 3 ล้านข้อความ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถาม-ตอบเกี่ยวกับสถานการณ์ยูเครน ซึ่งกลยุทธ์แบบนี้ของรัฐบาลรัสเซียเป็นโอกาสให้ประชาชนชาวรัสเซียทั้งในประเทศและในต่างประเทศ รู้สึกใกล้ชิดกับผู้นำ ผู้นำรัสเซียยังเปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันรัสเซียมีขีดความสามารถด้านการทหารที่แข็งแกร่งและเพิ่มขึ้น เนื่องจากพร้อมจะใช้ระบบขีปนาวุธรุ่น Oreshnik, Burevestnik และ Poseidon เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางการทหาร อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีปูตินปฏิเสธคำกล่าวโทษของยุโรปที่ประเมินว่า รัสเซียมีแผนจะโจมตีและรุกรานยุโรปก่อน โดยผู้นำรัสเซียยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและเป็นเรื่องไร้สาระที่มาจากนักการเมืองในยุโรป ที่มีอาการจิตผิดปกติและใช้ความหวาดกลัวข่มขู่คุกคามประชาชน ท่าทีของผู้นำรัสเซียมีขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเร่งประสานงานระหว่างรัสเซียและยูเครน เพื่อโน้มน้าวให้ทั้ง 2 ประเทศเข้าสู่การเจรจาหยุดยิง และทำข้อตกลงตามแผนการที่สหรัฐฯ เสนอ โดยมีรายงานว่า…

สหภาพยุโรปจะให้ยูเครนกู้เงิน 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นาย Antonio Costa ประธานสภาสหภาพยุโรประบุเมื่อ 19 ธันวาคม 2568 ว่า สหภาพยุโรปมีมติเห็นชอบทำข้อตกลงให้ยูเครนกู้เงินจำนวนอย่างน้อย 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 90,000 ล้านยูโร เพื่อใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งพัฒนากองทัพและต่อต้านการรุกรานจากรัสเซีย โดยสหภาพยุโรป (EU) จะสรรหาเงินทุนจากกองทุนต่าง ๆ ในกลไกของ EU เพื่อสนับสนุนให้ยูเครนเป็นระยะเวลา 2 ปี ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลสสกียินดีที่ EU จะสนับสนุนและช่วยเหลือยูเครนต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนโน้มน้าวให้ EU จัดสรรความช่วยเหลือให้ยูเครน จากทรัพย์สินที่อายัดจากรัสเซียไว้ มูลค่าประมาณ 200,000 ล้านยูโร เพื่อเป็นการลงโทษรัสเซียที่ทำสงครามในยูเครน และมีความเคลื่อนไหวที่เป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคยุโรป ความช่วยเหลือของ EU จะสามารถบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงทางการเงินของยูเครนได้มาก เนื่องจากสภาวะสงครามที่ยาวนานยืดเยื้อ ทำให้รัฐบาลยูเครนเผชิญความเสี่ยงทีจะเผชิญวิกฤตทางการเงินอย่างรุนแรง และมีความเป็นไปได้สูงที่จะแพ้ในการทำสงครามกับรัสเซีย ซึ่ง EU หารือกันเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งสมาชิกบางส่วนเสนอให้ใช้สินทรัพย์ที่อายัดได้จากรัสเซียไปสนับสนุนยูเครน แต่ความคิดเห็นของสมาชิก EU แตกต่างกันอย่างมากในประเด็นดังกล่าว ทำให้การหารือยืดเยื้อมาโดยตลอด การเจรจาที่ยืดเยื้อในกลุ่มสมาชิก EU…

ไทยเป็นจุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

Harvard International Review เผยแพร่บทความว่าไทยเป็น 1 ในจุดหมายสำคัญในเอเชีย ตอ.ต. ที่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกนิยมเดินทางไปรับบริการทางแพทย์และการศัลยกรรม เนื่องจากค่าใช้จ่ายถูกกว่า ส่งผลให้ไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การปรับนโยบายของรัฐที่เอื้ออำนวยต่อการเข้ามาใช้บริการของชาวต่างชาติ และนโยบายสนับสนุนโรงพยาบาลเอกชนที่เปิดให้บริการชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาต่อระบบสวัสดิการด้านสุขภาพสำหรับประชาชน เพราะทำให้โรงพยาบาลของรัฐไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณหรือทรัพยากรจากรัฐอย่างเต็มที่ อีกทั้งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงพยาบาลเอกชนกับโรงพยาบาลของรัฐมากยิ่งขึ้น

จีนส่งผู้แทนพิเศษเยือนกัมพูชาและไทย

โฆษก กต.จีน แถลงเมื่อ 17 ธ.ค.68 ว่า จีนในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรของไทยและกัมพูชา ติดตามความขัดแย้งบริเวณชายแดนอย่างใกล้ชิด และได้ประสานงานกับทั้งสองฝ่าย เพื่อส่งเสริมสันติภาพ รวมถึงทำงานเชิงรุก เพื่อคลี่คลายความตึงเครียด โดยนายเติ้ง สีจุน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียของ กต.จีน จะเดินทางเยือนไทยและกัมพูชาเมื่อ  18 ธ.ค.68 เพื่อเป็นสะพานเชื่อมทั้งสองฝ่ายในการฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็ว ก่อนหน้านี้ นายเติ้งเคยเยือนกัมพูชาและไทยเมื่อ ก.ย.68 ซึ่งคาดหวังให้ไทยและกัมพูชา แก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านการเจรจา และฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนโดยเร็ว