ญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการเยือนของ นรม.อินเดีย

กต.ญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ส.ค.68 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยินดีต้อนรับนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย ในโอกาสที่นายโมดิจะเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการระหว่าง 29-30 ส.ค.68 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้ช่วยกระชับความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในห้วงการเยือนดังกล่าว นายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น และนายโมดิ จะประชุมและหารือระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ และทั้งสองคนจะเยือน จ.มิยากิ ร่วมกัน ทั้งนี้ การเยือนครั้งนี้จะเป็นการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่ 8 ของนายโมดิ ในฐานะ นรม.อินเดีย และเป็นการพบหารือกับนายอิชิบะเป็นครั้งที่ 2 นับแต่นายอิชิบะดำรงตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น

จีนเรียกร้องให้ยุติการปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมต่อชาวจีนที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ

โฆษก กต.จีน ระบุเมื่อ 22 ส.ค.68 กรณีมีรายงานว่า นศ. และนักวิชาการชาวจีนถูก จนท.บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ สอบสวน คุกคาม และปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมและไร้เหตุผลระหว่างเดินทางเข้าสหรัฐฯ โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติและแก้ไขการกระทำดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการสอบสวน นศ.และนักวิชาการชาวจีน ในประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในห้องมืดกว่า 70 ชม. การยกเลิกการตรวจลงตรา (วีซ่า) และไม่อนุญาตให้เข้าประเทศด้วยเหตุผลว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ของชาวจีน ขัดขวางการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ทั้งยังเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติตามแรงจูงใจทางการเมือง

อินโดนีเซียพบสารกัมมันตรังสีในกุ้งแช่แข็งที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ

นาย Hanif Faisol Nurofiq รมว.สิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 21 ส.ค.68 ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานแปรรูปกุ้งในเมือง Cikande จังหวัดบันเติน โดยระบุว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการตรวจสอบกรณีพบสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในผลิตภัณฑ์กุ้งแช่แข็งที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ  เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกของสาธารณชนและความเสียหายต่อภาคการส่งออกของประเทศ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าโรงงานดังกล่าวได้รับกุ้งมาจากจังหวัดลัมปุง ขณะที่ PT Bahari Makmur Sejati (BMS) บริษัทแปรรูปกุ้งของอินโดนีเซียแถลงว่า ได้ระงับการผลิตและการขนส่งทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว

แฮกเกอร์ที่รัสเซียให้การสนับสนุนเจาะข้อมูลด้านกำลังพลของยูเครน

ข้อมูลความสูญเสียของฝ่ายตรงข้ามในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ถูกเปิดเผยโดยแฮกเกอร์ที่รัสเซียให้การสนับสนุน  การที่แฮกเกอร์ยังเจาะข้อมูลของคู่ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นสงครามไซเบอร์ที่ถูกใช้เป็นยุทธศาสตร์ เพื่อชิงความได้เปรียบจากอีกฝ่ายหนึ่ง หรือที่เรียกกันว่า cyber warfare strategy ซึ่งทำให้เกิดการตอกย้ำว่า ความขัดแย้งใด ๆ ก็ตาม การตั้งรับสมรภูมิไซเบอร์ของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่ง ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เกิดขึ้นในมิติทางทหารและควบคู่ไปกับทางไซเบอร์เป็นที่รับรู้กันตั้งแต่รัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครนเมื่อกุมภาพันธ์ 2564  ล่าสุดมีรายงานว่า แฮกเกอร์กลุ่ม Killnet ที่รัสเซียให้การสนับสนุนได้เข้าไปเจาะฐานข้อมูลของกองบัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน เมื่อ 20 สิงหาคม 2568 ทำให้ได้ข้อมูลสูญเสียกำลังพลกองทัพยูเครน และรายชื่อประเทศ และอาวุธที่ยูเครนได้รับการสนับสนุน ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลการสูญเสียกำลังพลดังกล่าวย่อมหวังผลทางจิตวิทยาที่ชี้ให้เห็นความสูญเสียของยูเครน และการทำงานที่ผิดพลาดของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี ของยูเครน ข้อมูลที่แฮกเกอร์สนับสนุนรัสเซียสามารถเจาะเข้าไปได้ เช่น ความสูญเสียของกำลังพลกองทัพยูเครนระหว่างปี 2565-2568 มีทั้งหมด 1,739,000 นาย โดยปี 2568 มีแนวโน้มจะสูญเสียสูงสุด ซึ่งมีจำนวน  621,000 นาย ทั้งที่ยังไม่สิ้นสุดปี  ส่วนปี 2565 มีจำนวน 118,500 นาย ปี 2566 มีจำนวน 405,400 นาย…

ข้อมูลจาก AI อาจไม่ยุติธรรม เพราะเป็นแบบจำลองอคติของมนุษย์

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น บริษัทผู้ให้บริการทางด้านคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง IBM ได้กล่าวไว้ว่าองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกกว่า ร้อยละ 42  หันมาใช้ AI ในการทำงาน และมีคาดว่าอุตสาหกรรม AI ทั่วโลกจะเติบโตจนมีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า ร้อยละ 20  เราได้เห็นการใช้ AI ที่เข้าถึงการทำงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานบัญชี การเงิน กฎหมาย การแพทย์ การศึกษา ศิลปะ หรือดนตรี ไปจนถึงการบริหารองค์กร เพราะจุดเด่นของ AI อยู่ที่ความสามารถในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ในระดับที่มนุษย์ต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากในการดำเนินการหรือใช้เวลาที่มากกว่า ความสามารถเฉพาะของ AI ที่เสนอข้อมูลได้รวดเร็ว ทำให้มนุษย์เริ่มเชื่อว่าข้อมูลจาก AI จะทำให้ได้ผลลัพธ์รวดเร็วและแม่นยำ แต่มนุษย์จะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ และกลั่นกรองโดย AI นั้นจะมีความ “ยุติธรรม” (fair) และ “ไร้อคติ” (unbiased) เพราะแม้ว่า AI…

เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองของสหรัฐฯ ให้ประธานาธิบดีทรัมป์เร่งเจรจาทางการค้ากับจีน

เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับจีน โดยสมาคมถั่วเหลืองสหรัฐฯ ได้ยื่นหนังสือถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อ 19 ส.ค.68  ซึ่งการเจรจาจะครอบคลุมข้อตกลงซื้อขายถั่วเหลืองกับทั้งเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาว หากจีนไม่นำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ  และไปนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลแทน โดยระบุว่าเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในประเทศกำลังเผชิญปัญหาเรื่องต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาถั่วเหลืองลดลงต่อเนื่อง อีกทั้งการเจรจาซื้อขายกับจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองอันดับ 1 ของโลกยังล่าช้า และหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องถั่วเหลืองกับจีนได้ก่อน ก.ย.-พ.ย.68 ผลกระทบต่อเกษตรกรสหรัฐฯ จะยิ่งเลวร้ายลง ทั้งนี้ สหรัฐฯ ส่งออกถั่วเหลืองไปจีนถึงร้อยละ 54 ของการส่งออกถั่วเหลืองทั้งหมดในห้วงปี 2566-2567 คิดเป็นมูลค่า 1,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

หน่วยความมั่นคงสหรัฐฯและยุโรปหารือกันถึงแนวทางการรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 22 ส.ค.68 ว่าจนท. ระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ นำโดย นายมาร์โค รูบิโอ  รมว.กต.สหรัฐฯ และผู้แทนจากประเทศในยุโรป อาทิ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สหราชอาณาจักร และยูเครน พร้อมกับผู้แทนของสหภาพยุโรป และเนโตได้ประชุมหารือกันระหว่าง 19 – 21 ส.ค.68 ถึงแนวทางการรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครน เพื่อให้ผู้นำสหรัฐฯ และยุโรปพิจารณาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยืนยันจะไม่ส่งกองกำลังไปประจำการในยูเครน แต่สงวนสิทธิในการสนับสนุนทางอากาศเพื่อปกป้องยูเครน

มาเลเซียพร้อมรับมือกับการจารกรรมจากต่างชาติ

สนข.The Sun รายงานเมื่อ 22 ส.ค.68 ว่า ดาโต๊ะ ซรี ไซฟุดดิน นาซูตียน อิสมาอิล รมว.กระทรวงความมั่นคงภายใน มาเลเซีย เปิดเผยว่า มาเลเซียมีขีดความสามารถและการรักษาความมั่นคงที่ครอบคลุมในการป้องกันภัยจารกรรมจากต่างชาติ   โดยกระบวนการจารกรรมมักเริ่มจากการกำหนดเป้าหมาย รวบรวมข้อมูล และใช้ประโยชน์จากพลเมืองภายในประเทศหรือบุคคลต่างชาติในฐานะนักท่องเที่ยว รัฐบาลมาเลเซียยังมีมาตรการป้องกันและตอบโต้การจารกรรมรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีไซเบอร์ เช่น ฟิชชิ่ง มัลแวร์ และสปายแวร์ ได้แก่ การป้องกัน การตรวจจับ และการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมเสริมการตรวจสอบบุคคลต่างชาติที่เข้าทำงานในประเทศ และเพิ่มความร่วมมือกับองค์กรนานาชาติ เช่น อินเตอร์โพล และอาเซียน

ไทยรับแรงงานจากศรีลังกา หลังแรงงานกัมพูชาทยอยกลับประเทศ

แรงงานศรีลังกาจะช่วยบรรเทาการขาดแคลนแรงงานที่ปัจจุบันภาคแรงงานของไทยกำลังเกิดภาวะตึงตัว และเผชิญปัญหาการขาดแคลนแรงงานฉับพลัน กระทรวงแรงงานไทยระบุว่าภาวะขาดแคลนแรงงานเป็นผลจากความไม่สงบในเมียนมา และความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลทำให้มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาบางส่วน จำนวน 22,546 คน  เดินทางกลับประเทศต้นทาง และยังมีทยอยเดินทางกลับต่อเนื่อง แต่หากประเมินจากแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในไทยทั้งที่ลงทะเบียนและไม่ได้ลงทะเบียนคาดว่า ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้แรงงานกัมพูชากว่า   400,000 คน ซึ่งคิดเป็นประมาณกว่าร้อยละ 10 ของแรงงานต่างด้าว ต้องเดินทางกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่อหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจไทย  เฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตรกรรม สวนผลไม้ ก่อสร้าง และการผลิตอื่น ๆ ซึ่งต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าวเป็นหลัก ส่วนในประเทศ กระทรวงแรงงานไทยระบุว่ายังมีแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 98,548 คน  ลาว จำนวน 91,489 คน เมียนมา จำนวน 194,441 คน  และเวียดนาม จำนวน 3,573 คน รวมทั้งหมด ประมาณ 388,051 คน ที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ 19 สิงหาคม 2568 ดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวขาดแคลน เช่น…

สหรัฐฯ จะปรับลดจำนวน จนท.ข่าวกรอง

สนข. New York Post รายงานเมื่อ 20 ส.ค.68 อ้างแถลงของนางตุลซี แกบบาร์ด ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ (DNI) ว่า จะปรับลดจำนวน จนท.ของ สนง.ผอ.ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (ODNI) ร้อยละ 40  เพื่อปฏิรูปและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรโดยมุ่งเน้นการมีบทบาทหลักในการเป็นศูนย์กลางการรวบรวมข่าวกรอง การกำหนดยุทธศาสตร์และกำกับดูแลหน่วยงานข่าวกรองทั่วประเทศ รวมทั้งฟื้นฟูความน่าเชื่อถือจากชื่อเสียงเชิงลบเกี่ยวกับการใช้อำนาจในทางที่ผิด การปล่อยข่าวลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้ข้อมูลข่าวกรองเป็นเครื่องมือทางการเมืองภายใต้โครงการริเริ่มการปฏิรูป ODNI 2.0   ทั้งนี้ คาดว่าปัจจุบันเหลือ จนท.ประมาณ 1,300 คน