กระทรวงพาณิชย์จีนเมื่อ 6 มกราคม 2569 ประกาศจะใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าประเภท dual-use หรือสินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และการทหาร ไปญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมีถ้อยแถลงแข็งกร้าวต่อประเด็นไต้หวัน นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าดังกล่าวจะทำให้จีนเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของชาติได้ เพราะต่อจากนี้ จีนจะไม่ส่งสินค้าที่ญี่ปุ่นอาจนำไปใช้ในการพัฒนาและเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านการทหารของกองทัพ ทั้งนี้ จีนยังไม่เปิดเผยรายการสินค้าประเภท dual-use ที่จะห้ามส่งออกไปญี่ปุ่น แต่มาตรการดังกล่าวจะรวมทั้งสินค้า บริการ และเทคโนโลยีที่เป็นกลุ่ม dual-use เช่น แร่แรร์เอิร์ธ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเครื่องบินและอากาศยาน เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ และเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นคัดค้านมาตรการดังกล่าวและมีถ้อยแถลงให้จีนยกเลิกมาตรการนี้ โดยวิจารณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรการส่งออกของจีนไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติระหว่างประเทศ ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธจากจีนประมาณร้อยละ 63 จากการนำเข้าทั้งหมด และเห็นว่าการที่จีนสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง ไปยังญี่ปุ่นครั้งนี้ มุ่งเป้าเฉพาะญี่ปุ่น แตกต่างอย่างมากจากแนวปฏิบัติสากล นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากเป็นเวลา 3 เดือน เช่นเดียวกับเมื่อปี 2553 จะสร้างความเสียหายให้ภาคธุรกิจญี่ปุ่นประมาณ 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีถ้อยแถลงเมื่อ พฤศจิกายน 2568 ว่าหากจีนโจมตีไต้หวัน จะเท่ากับเป็นสถานการณ์ที่คุกคามญี่ปุ่นด้วย ดังนั้น ญี่ปุ่นอาจใช้มาตรการด้านการทหารเพื่อตอบสนองต่อสถานการณดังกล่าว ท่าทีครั้งนั้นทำให้จีนไม่พอใจที่ญี่ปุ่นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความมั่นคงและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน จากนั้นเป็นต้นมา…