ซาอุดีอาระเบียโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน ก่อนการเจรจายุติความขัดแย้ง

สถานการณ์ด้านความมั่นคงในเยเมนไม่แน่นอนและตึงเครียด หลังจากมีรายงานเมื่อ 7 มกราคม 2569 ว่า กองทัพซาอุดีอาระเบีย ซึ่งสนับสนุนรัฐบาลเยเมน ปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน เพื่อหวังทำลายขีดความสามารถในการสู้รบของกลุ่มติดอาวุธ Southern Transitional Council (STC) ซึ่งเคลื่อนไหวและมีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของเยเมน ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อการสร้างบรรยากาศความมั่นคงในเยเมน รวมทั้งความพยายามของรัฐบาลเยเมนที่จะประชุมหารือกับผู้นำกลุ่ม STC เพื่อหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าปัจจุบัน นาย Aidarous al-Zubaidi ผู้นำของกลุ่ม STC เดินทางไปต่างประเทศแล้ว ด้านผู้นำรัฐบาลเยเมนก็ประกาศให้นาย Aidarous al-Zubaidi มีสถานะเป็นกบฏ เป็นสัญญาณว่าการประชุมเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายอาจไม่เกิดขึ้น แต่การที่นาย Aidarous al-Zubaidi ออกนอกประเทศ อาจเป็นโอกาสให้รัฐบาลเยเมน ร่วมกับซาอุดีอาระเบีย ยกระดับการปราบปรามอิทธิพลของกลุ่ม STC ควบคู่กับเร่งสร้างความมั่นคงในประเทศ ความไม่แน่นอนในเยเมน ประกอบกับซาอุดีอาระเบียมีแนวโน้มจะขยายปฏิบัติการทางทหารเพื่อปราบปรามกองกำลังของกลุ่ม STC อาจะทำให้บรรยากาศความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทวีความตึงเครียด เพราะในขณะที่ซาอุดีอาระเบียสนับสนุนรัฐบาลเยเมน แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ให้การสนับสุนกลุ่ม STC มาโดยตลอด…

จีนจะคว่ำบาตรการส่งออกไปญี่ปุ่น ตอบโต้กรณีแทรกแซงไต้หวัน

กระทรวงพาณิชย์จีนเมื่อ 6 มกราคม 2569 ประกาศจะใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าประเภท dual-use หรือสินค้าที่ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และการทหาร ไปญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมีถ้อยแถลงแข็งกร้าวต่อประเด็นไต้หวัน นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกสินค้าดังกล่าวจะทำให้จีนเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของชาติได้ เพราะต่อจากนี้ จีนจะไม่ส่งสินค้าที่ญี่ปุ่นอาจนำไปใช้ในการพัฒนาและเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านการทหารของกองทัพ ทั้งนี้ จีนยังไม่เปิดเผยรายการสินค้าประเภท dual-use ที่จะห้ามส่งออกไปญี่ปุ่น แต่มาตรการดังกล่าวจะรวมทั้งสินค้า บริการ และเทคโนโลยีที่เป็นกลุ่ม dual-use เช่น แร่แรร์เอิร์ธ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเครื่องบินและอากาศยาน เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ และเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นคัดค้านมาตรการดังกล่าวและมีถ้อยแถลงให้จีนยกเลิกมาตรการนี้ โดยวิจารณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรการส่งออกของจีนไม่สอดคล้องกับหลักปฏิบัติระหว่างประเทศ ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธจากจีนประมาณร้อยละ 63 จากการนำเข้าทั้งหมด และเห็นว่าการที่จีนสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง   ไปยังญี่ปุ่นครั้งนี้ มุ่งเป้าเฉพาะญี่ปุ่น แตกต่างอย่างมากจากแนวปฏิบัติสากล นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากจีนจำกัดการส่งออกแร่หายากเป็นเวลา 3 เดือน เช่นเดียวกับเมื่อปี 2553 จะสร้างความเสียหายให้ภาคธุรกิจญี่ปุ่นประมาณ 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีถ้อยแถลงเมื่อ พฤศจิกายน 2568 ว่าหากจีนโจมตีไต้หวัน จะเท่ากับเป็นสถานการณ์ที่คุกคามญี่ปุ่นด้วย ดังนั้น ญี่ปุ่นอาจใช้มาตรการด้านการทหารเพื่อตอบสนองต่อสถานการณดังกล่าว ท่าทีครั้งนั้นทำให้จีนไม่พอใจที่ญี่ปุ่นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความมั่นคงและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน จากนั้นเป็นต้นมา…

แนวคิดจักวรรดินิยมของผู้นำสหรัฐฯ คุกคามโคลอมเบีย อิหร่าน และกรีนแลนด์

เหตุการณ์ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์สั่งทหารบุกไปจับตัวผู้นำเวเนซุเอลาถึงในเมืองหลวงของประเทศ เมื่อ 3 มกราคม 2569 ทำให้ผู้นำประเทศอื่น ๆ ที่มีนโยบายขัดแย้งกับสหรัฐฯ รู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอเมริกาใต้ที่มีที่ตั้งใกล้กับสหรัฐฯ จึงมีปัจจัยเสี่ยงว่าจะเผชิญชะตากรรมเหมือนผู้นำเวเนซุเอลา นอกจากนี้ ไม่ได้มีเพียงผู้นำในละตินอเมริกาเท่านั้นที่วิตกเกี่ยวกับปฏิบัติการบุกไปลักพาตัวผู้นำต่างประเทศของสหรัฐฯ เพราะผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวพาดพิงถึงสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนในประเทศอื่น ๆ รวมทั้งความคาดหวังที่จะเข้าไป “ครอบครอง” ทรัพยากรในดินแดนอื่น ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันนักวิเคราะห์ให้ความสนใจกับแนวคิดในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของผู้นำสหรัฐฯ ที่อาจกลับไปใช้รูปแบบการขยายอิทธิพลแบบจักวรรดินิยม หรือ imperialism ในภูมิภาคอเมริกาใต้มากขึ้น รวมทั้งใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์ในเวเนซุเอลา เพื่อข่มขู่ผู้นำประเทศอื่น ๆ ว่าสหรัฐฯ ยังมีเครื่องมือด้านการข่าวกรองและการทหารที่พร้อมเปลี่ยนแปลงการเมืองในต่างประเทศได้ แม้นานาชาติจะกังวลกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ และบางส่วนประณามเหตุการณ์นี้ แต่ยังไม่มีประเทศใด หรือองค์กรระหว่างประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ สะท้อนว่ายังไม่มีแรงกดดันจากนานาชาติที่จะเปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายของสหรัฐฯ ได้เลย แม้กระทั่งรัสเซียที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของผู้นำเวเนซุเอลาที่ถูกควบคุมตัวไป ก็มีเพียงการประณามปฏิบัติการของสหรัฐฯ แต่ไม่มีมาตรการตอบโต้ที่เป็นรูปธรรม ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่ารัสเซียอาจได้ประโยชน์ เพราะประเด็นนี้ทำให้ทั่วโลกหันเหความสนใจไปจากสงครามในยูเครน และอาจเป็นเหตุผลให้รัสเซียลองทำปฏิบัติการในลักษณะเดียวกันเช่นสหรัฐฯ กับผู้นำยูเครนก็ได้ ขณะที่จีน แม้มีท่าทีแข็งกร้าว แต่ก็เพียงประกาศปกป้องคุมครองผลประโยชน์ของตนที่เข้าไปลงทุนในเวเนซุเอลา ผู้นำประเทศที่ออกมาป้องปรามสหรัฐฯ ไม่ให้ปฏิบัติการในลักษณะเดียวกันกับเวเนซุเอลา จะเป็นประเทศที่รู้ตัวว่าตกเป็นเป้าหมายของสหรัฐฯ  เช่น โคลอมเบีย  ประธานาธิบดีทรัมป์วิจารณ์ผู้นำโคลัมเบียอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้นำที่ “ป่วย”…

จีนกับเกาหลีใต้จะขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม

สื่อมวลชนจีนรายงานเมื่อ 5 มกราคม 2569 เกี่ยวกับแนวโน้มการขยายความร่วมมือระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ หลังจากที่ผู้นำทั้ง 2 ประเทศพบหารือกันเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์เมื่อต้นปี 2569 โดยสื่อรายงานว่า จีนกับเกาหลีใต้จัดการประชุมในกรอบ China-South Korea Business Forum ที่กรุงปักกิ่ง มีผู้แทนระดับสูงของทั้ง 2 ประเทศเข้าร่วม และเป็นสัญญาณที่ดีว่าบริษัทชั้นนำของจีนและเกาหลีใต้จะเพิ่มพูนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนในธุรกิจด้านเทคโนโลยี และวัฒนธรรมระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในลักษณะ win-win cooperation ระหว่างนักธุรกิจของทั้ง 2 ประเทศ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีผู้แทนจากรัฐบาลและบริษัทของจีนและเกาหลีใต้เข้าร่วมประมาณ 400 คน รวมทั้งผู้แทนจากบริษัทชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้แก่ Samsung Electronics, Hyundai Motor Group และ LG Group การประชุม Business Forum จัดโดยสภาส่งเสริมการค้าของจีน (CCPIT) และหอการค้าและอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ (KCCI) เป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรก โดยเน้นประเด็นนวัตกรรมด้านการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงปลอดภัย เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมของทั้งจีนและเกาหลีใต้ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมและการส่งออกเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักธุรกิจแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ชีวการแพทย์…

ความคืบหน้ากรณีสหรัฐฯ – เวเนซุเอลา

กรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ สั่งปฏิบัติการบุกเข้าไปควบคุมตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภริยาเมื่อ 3 มกราคม 2568 เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีค้ายาเสพติดในศาลนครนิวยอร์ก ปัจจุบันยังคงมีพัฒนาการที่น่าสนใจ ทั้งความเคลื่อนไหวในเวเนซุเอลาที่ต้องเร่งรักษาบรรยากาศด้านความมั่นคง และขั้นตอนต่อไปของสหรัฐฯ ที่ผู้นำสหรัฐฯ จะหารือกับบริษัทน้ำมันรายใหญ่ในประเทศ เพื่อให้พร้อมเข้าไป “บริหารจัดการ” น้ำมันในเวเนซุเอลา   ซึ่งผู้บริหารของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ Exxon Mobil, ConocoPhillips และ Chevronจะเข้าร่วมการหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์  ปัจจุบัน บริษัท Chevron เป็นบริษัทเดียวที่เข้าไปลงทุนในแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่า บริษัทน้ำมันของสหรัฐฯ พร้อมและต้องการเข้าไปบริหารทรัพยากรธรรมชาติในเวเนซุเอลา แม้ว่าจะเริ่มปรากฏกระแสวิจารณ์ว่า การส่งบริษัทน้ำมันสหรัฐฯ เข้าไปในเวเนซุเอลาอาจไม่ได้ทำกำไรได้รวดเร็ว หรือคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเข้าไปลงทุน เพราะโครงสร้างพื้นฐานของเวเนซุเอลาอาจไม่เอื้อให้ลงทุน นอกจากนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของเวเนซุเอลายังไม่แน่นอน และรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรกน้ำมันเวเนซุเอลา ชาวอเมริกันจำนวน 1 ใน 3 ไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการบุกไปจับตัวผู้นำเวเนซุเอลา จากผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อ 5 มกราคม 2568 และไม่เห็นด้วยกับการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ปกครองเวเนซุเอลาแทน แต่ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันร้อยละ 65…

เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าจากมาตรการควบคุมของ ธปท. และใกล้เลือกตั้ง

ผลสำรวจากนักวิเคราะห์ของ Bloomberg คาดการณ์ว่า เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงสู่ระดับ 32.1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสแรกของปี 2569 จากระดับ 31.51 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 5 ม.ค. 69 เนื่องจาก ธปท.เข้มงวดมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับทองคำ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงทางการเมืองที่เป็นปัจจัยกดดันค่าเงิน เนื่องจากการยุบสภาทำให้ไทยอยู่ภายใต้รัฐบาลรักษาการที่มีอำนาจจำกัดด้านการคลัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนนโยบาย และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อประเทศ วางเงินประกันสำหรับตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

สหรัฐฯ ได้เพิ่มรายชื่อประเทศที่ผู้ถือหนังสือเดินทางจำเป็นต้องวางเงินประกันสำหรับการขอรับการตรวจลงตราเข้าสหรัฐฯ (Visa Bond) อีก 7 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน บอตสวานา สาธารณรัฐแอฟริกากลาง กินี กินี-บิสเซา นามิเบีย และเติร์กเมนิสถาน มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค.69  จากรายชื่อเดิมที่มี มอริเชียส เซาตูเมและปรินซีปี แทนซาเนีย แกมเบีย มาลาวี และแซมเบีย รวมเป็นทั้งหมด 13 ประเทศ ทั้งนี้ ผู้ถือหนังสือเดินทางจาก 13 ประเทศดังกล่าวเพื่อยื่นขอรับการตรวจลงตราประเภทธุรกิจและท่องเที่ยว (B1/B2) ต้องวางเงินประกันในอัตรา 5,000 – 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ และต้องเดินทางเข้าออกสหรัฐฯ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ Boston Logan, John F. Kennedy และ Washington Dulles เท่านั้น โดยจะได้เงินประกันคืน หากไม่ได้รับอนุมัติการตรวจลงตราหรือพำนักอยู่ไม่เกินเวลาที่กำหนด

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา และภริยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดของสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา (อายุ 64 ปี/ปี 2569) และนางซิเลีย ฟลอเรส (อายุ 69 ปี/ปี 2569) ภริยา ซึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อ 5 ม.ค.69 เพื่อเริ่มพิจารณาคดีตามข้อกล่าวหาของทางการสหรัฐฯ ได้แก่ การก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การสมคบคิดนำเข้าโคเคน และการครอบครองปืนกล รวมถึงอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างต่อสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อศาล ด้านทนายความของประธานาธิบดีมาดูโร เปิดเผยว่า จะต่อสู้คดี โดยมุ่งเน้นประเด็นประธานาธิบดีมาดูโร มีสิทธิคุ้มกันจากการถูกดําเนินคดีในฐานะประมุขของรัฐ แม้ว่าสหรัฐฯ จะอ้างไม่ได้ยอมรับ ทั้งนี้ ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ นัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปใน 17 มี.ค.69 ขณะที่ประธานาธิบดีมาดูโร และภริยา ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำนิวยอร์ก

รัสเซียเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลาทันที

สนข.TASS รายงานเมื่อ 5 ม.ค.69 ว่า ห้วงการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติฉุกเฉินกรณีสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลา นาย Vasily Nebenzya ออท.รัสเซียประจำสหประชาชาติ ประณามการจับกุมผู้นำของประเทศอื่นโดยไม่ชอบธรรมของสหรัฐฯ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปล่อยตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาและภริยาทันที พร้อมระบุว่า การลักพาตัวผู้นำของประเทศอื่นซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังใช้ศักยภาพทางการทหารครอบงำประเทศอื่น สร้างความโกลาหล และบ่อนทำลายความมั่นคงระหว่างประเทศ การกระทำของสหรัฐฯ บ่งชี้ว่า สหรัฐฯ ยังคงใช้นโยบายแบบจักรวรรดินิยมและลัทธิล่าอาณานิคมแบบใหม่ (Neocolonialism) ต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา