![]()

ในทุก ๆ ปี โลกของเราจะเผชิญกับความเสี่ยงต่อความเป็นอยู่ ความสงบสุข และสันติภาพ ซึ่งความเสี่ยงแต่ละเรื่องมีระดับความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์มากน้อยไม่เท่ากัน การรู้ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นผลดีต่อการรับมือทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติ รวมทั้งใช้เป็นโอกาสด้วยเช่นกัน ซึ่งในปี 2569 โลกมีความเสี่ยงหลาย ๆ เรื่อง ที่ต้องตามติดกันหลายเรื่องทีเดียว….
เมื่อ มกราคม 2569 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียง คือ World Economic Forum (WEF) ได้มีการเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นประเด็นความเสี่ยงระดับโลกปี 2569 จากผู้บริหารองค์กรต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญ (Executive Opinion Survey – EOS) จากทั้งหมด 116 ประเทศ ผลก็คือว่า….
ความเสี่ยงอันดับ 1 ของโลก ได้แก่ การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์ อันดับ 2 -3 คือ ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่วนความเสี่ยงอันดับที่ 4 มี 2 ประเด็น ได้แก่ ความแตกแยกทางสังคมและการเมืองจากปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้มีฐานะยากจนและผู้มีรายได้สูงที่ทวีความรุนแรงขึ้น และปัญหาข้อมูลที่ผิดพลาดและบิดเบือนจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ในระยะ 10 ปีข้างหน้า โลกยังจะเปลี่ยนแปลงสู่ระบบหลายขั้วอำนาจ แต่มีความแตกแยกมากขึ้น ระหว่างกลุ่มประเทศตะวันตก ตะวันออก และประเทศโลกใต้ เนื่องจากจะกำหนดกติกาในระดับภูมิภาคของตนมากขึ้น แทนการพึ่งพาความร่วมมือพหุภาคีแบบเดิม
ความเสี่ยงของไทยที่กระทบต่อไทยมากที่สุด ได้แก่ 1) ปัญหาหนี้สาธารณะที่ใกล้ระดับเพดานหนี้ และหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่าร้อยละ 80 ของ GDP และ 2) ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยที่พึ่งพาการค้าและการลงทุนจากห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ มีความเปราะบางจากการแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ ทั้งจากการกีดกันทางการค้า การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และความผันผวนของตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออก การจ้างงาน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในประเทศ
ความเสี่ยงของโลกอันดับ 1 ที่ได้แก่การเผชิญหน้าทางภูมิเศรษฐศาสตร์นั้น มีความเชื่อมโยงสูงไปสู่ความเสี่ยงอันดับ 2 คือ ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่างรัฐ ซึ่งมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นสาเหตุสำคัญ โดยประเทศต่าง ๆ จะใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง รวมถึงกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามปฏิบัติตาม เช่น การกีดกันทางการค้า การควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุปทาน เช่น ท่อส่งน้ำมัน และเส้นทางเดินเรือ ซึ่งการกระทำนี้ อาจบานปลายไปสู่ความขัดแย้งทางอาวุธ หากคุกคามผลประโยชน์ของประเทศ เช่น การแย่งชิงพลังงานใต้ทะเลที่ทำให้เกิดข้อพิพาททางทหารบ่อยครั้ง
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในปี 2569 ถูกให้ความสำคัญลดลงจากเมื่อปี 2567 -2568 แต่ในระยะอีก 10 ปี การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และปัญหาสิ่งแวดล้อมจะเป็นภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดของโลก เนื่องจากจะส่งผลกระทบวงกว้าง ทั้งในมิติเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างประเทศ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก และเร่งให้วิกฤตผู้พลัดถิ่นทั่วโลกทวีความรุนแรง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อการกำหนดเขตแดน เช่น การกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งมีผลทำให้เขตแดนทางทะเลเปลี่ยนแปลง
ส่วนความแตกแยกทางสังคมและการเมืองในปี 2569 จะรุนแรงและสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลยิ่งขึ้น เนื่องจากปัญหาความเหลื่อมล้ำและไม่เท่าเทียม ผลักดันให้กลุ่มหรือขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง ท้าทายโครงสร้างการปกครองเดิมที่ประชาชาชนถูกกีดกันจากกระบวนการตัดสินใจทางการเมือง โดยใช้การสร้างและแพร่กระจายเรื่องเล่า (narratives) และการต่อสู้ระหว่างประชาชนกับชนชั้นนำ (streets versus elites) มากขึ้น
ความก้าวหน้าของ AI จะทำให้ปัญหาข้อมูลที่ผิดพลาดและบิดเบือน (Misinformation and Disinformation) จะรุนแรงยิ่งขึ้น รวมทั้งยิ่งในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง และเกิดความขัดแย้งในและระหว่างประเทศ ประชาชนที่ขาดทักษะและความรู้ทางดิจิทัล (Digital Literacy) จะแยกแยะข้อเท็จจริงได้ยากขึ้น ซึ่งสร้างความเสี่ยงให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ทั้งนี้ เนื่องจากAI สามารถสร้างหรือดัดแปลงเนื้อหา ภาพ และเสียงให้สมจริงได้ง่ายขึ้น ทำให้บุคคลหรือกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน สามารถก่อความวุ่นวายทางสังคมได้ อัลกอริทึมของ AI ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้ เพื่อปรับแต่งข้อมูลให้สอดคล้องกับพฤติกรรมเฉพาะบุคคล ทำให้เนื้อหาสามารถชักจูง โน้มน้าว และง่ายในการถูกส่งต่อในทุกแพลตฟอร์มออนไลน์
การรับมือกับความเสี่ยงข้างต้นของไทย…. สามารถทำได้ หากจริงจังต่อแนวทาง หรือมาตรการที่มีอยู่แล้วส่วนความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ไทยต้องเร่งยกระดับทักษะแรงงานและขีดความสามารถด้านนวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ลดผลกระทบจากการทดแทนแรงงานด้วยระบบอัตโนมัติ และป้องกันการขยายตัวของความเหลื่อมล้ำในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูงขึ้น







