![]()

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงนโนบายต่อรัฐสภาญี่ปุ่นในวันเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ภายหลังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สมัยที่ 2 เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพการแข่งขัน ควบคู่กับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างบทบาทของญี่ปุ่นในเวทีระหว่างประเทศ พัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ และรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนาระบบการศึกษา สาธารณสุข สังคม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของพลเมืองญี่ปุ่นกับชาวต่างชาติ
นโยบายของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นสะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ
ให้แข็งแกร่งและรุ่งเรือง ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ โดยทั้งสานต่อแนวนโยบายเดิม และปรับให้สอดคล้องกับบริบทระหว่างประเทศ ญี่ปุ่นยึดแนวทางความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่องสำหรับไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการส่งเสริม
ความร่วมมือภายใต้กรอบ ODA เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งจะขยายความช่วยเหลือภายใต้กรอบ OSA แก่ประเทศที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อญี่ปุ่น โดยเฉพาะมีความขัดแย้งกับจีน เพื่อส่งเสริมบทบาทนำของญี่ปุ่นในการรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกในห้วงที่จีนมีบทบาทมากขึ้น
นโนบายที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงต่อรัฐสภาญี่ปุ่น สาระสำคัญ ดังนี้
– ด้านเศรษฐกิจและพลังงาน จะมุ่งแก้ไขการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูความแข็งแกร่ง โดยใช้นโยบายการคลังเชิงรุก ด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมียุทธศาสตร์ รักษาวินัยทางการเงินการคลัง ลดระดับหนี้สาธารณะ และส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงขับเคลื่อนการเติบโตในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ การต่อเรือ และเทคโนโลยีควอนตัม พร้อมจัดตั้งกลไกตรวจสอบการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อคุ้มครองความมั่นคงของชาติด้านพลังงาน เพิ่มการใช้พลังงานปลอดคาร์บอน และส่งเสริมพลังงานนิวเคลียร์ และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพิ่มค่าจ้างแรงงานและลดภาระค่าครองชีพ
– ด้านความมั่นคงและการทหาร จะปรับปรุงกฎหมาย กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในปี 2569 จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ 2) ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ และ 3) แผนเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการทหาร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ด้วยการเร่งทบทวนข้อจำกัดการส่งออกยุทโธปกรณ์ภายใต้หลักสามประการว่าด้วยการถ่ายโอนยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (Three Principles on Transfer of Defense Equipment and Technology) โดยจะยกเลิกข้อจำกัด ซึ่งจำกัดการส่งออกยุทโธปกรณ์ไว้ 5 ประเภท ได้แก่ การกู้ภัย การขนส่ง การเฝ้าระวัง การเฝ้าตรวจ และการเก็บกู้วัตถุระเบิด ขณะเดียวกัน จะยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงทางทะเล เสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และปฏิรูประบบข่าวกรอง โดยจะยกฐานะสำนักข่าวกรองและวิจัยคณะรัฐมนตรี (Cabinet Intelligence and Research Office-CIRO) เป็นสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พร้อมทั้งมุ่งมั่นผลักดันการทบทวนรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถจัดตั้งกองทัพ
– ด้านการต่างประเทศ จะดำเนินนโยบายการทูตควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ญี่ปุ่นมีแผนปรับปรุงวิสัยทัศน์แนวคิดอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง (Free and Open Indo-Pacific-FOIP) ซึ่งญี่ปุ่นกำลังเผชิญสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่ผันผวนรุนแรงและซับซ้อนที่สุดนับแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เฉพาะอย่างยิ่งจากบทบาทของจีน เกาหลีเหนือ และรัสเซีย อีกทั้งจะขยายความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคผ่านกรอบความช่วยเหลือเพื่อความมั่นคงอย่างเป็นทางการ (OSA) และกรอบความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) รวมถึงผลักดันระบบการค้าเสรี โดยเฉพาะการลงทุนภายใต้ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) นอกจากนี้ ความเป็นพันธมิตรระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ยังมีความสำคัญต่อความมั่นคงของญี่ปุ่น พร้อมทั้งกระชับความร่วมมือในกรอบพหุภาคีกับประเทศที่มีค่านิยมร่วมกัน เช่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และอินเดีย ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยุโรป รวมทั้งจะดำเนินความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงกับจีน
– ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะผลักดันการปฏิรูปมหาวิทยาลัยและเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับสู่การเป็นประเทศเทคโนโลยีสมัยใหม่
ที่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความมั่นคงในเวทีระหว่างประเทศผ่านนวัตกรรม
ทั้งนี้ รัฐบาลจะจัดตั้งระบบเพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในสาขาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ
การเติบโตสูง เช่น AI หุ่นยนต์ขั้นสูง และเทคโนโลยีชีวภาพ นอกจากนี้ รัฐบาลจะขับเคลื่อนแผนพัฒนาสตาร์ทอัพระยะ 5 ปี พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในภาคส่วนต่าง ๆ โดยอาศัยกลไกการร่วมลงทุนจาก
ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อมุ่งสร้างผู้ประกอบการยูนิคอร์น
– ด้านการศึกษา สังคม และวัฒนธรรม จะดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดกับชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลในสังคม เพื่อมุ่งสร้างสังคมที่สงบสุขและเอื้อต่อการอยู่ร่วมกันของพลเมืองญี่ปุ่นกับชาวต่างชาติพร้อมกับผลักดันการเสนอร่างกฎหมายการใช้ระบบอนุญาตเดินทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับชาวต่างชาติ เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นล่วงหน้า และลดจำนวนผู้ลักลอบอยู่ในประเทศเกินกำหนดจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า นอกจากนี้ จะพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ รวมถึงปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น และส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบของญี่ปุ่นแก่ชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง







