นรม.ปากีสถานระบุ อิหร่านกับสหรัฐฯ ตกลงหยุดยิง และเตรียมการเจรจายุติข้อพิพาท

ถ้อยแถลงของนาย Shehbaz Sharif นรม.ปากีสถาน เมื่อ 8 เม.ย.69 ผ่านแอปพลิเคชัน X ว่า อิหร่าน และสหรัฐฯ รวมทั้งประเทศพันธมิตรได้ตกลงหยุดยิงทันที และขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศ พร้อมเชิญคณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ เข้าร่วมการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด ใน 10 เม.ย.69 เพื่อมุ่งบรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทอย่างถาวร ทั้งนี้ ปากีสถานคาดหวังว่า การเจรจาดังกล่าวจะประสบผลสำเร็จในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน และทั้งสองประเทศจะส่งผู้แทนเข้าร่วมการเจรจา โดยอิหร่านและสหรัฐฯ ได้ประกาศหยุดยิงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์

สหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการโจมตีอิหร่านและจะผลักดันข้อตกลงหยุดยิง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไป 2 สัปดาห์ (ถึง 22 เม.ย.69) ภายใต้เงื่อนไขที่อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีและมีความปลอดภัย และเป็นการหยุดยิงของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากสหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายทางทหารแล้ว โดยสหรัฐฯ ได้รับข้อเสนอ 10 ประการจากอิหร่าน และจะพิจารณาใช้เป็นกรอบเจรจาเบื้องต้นเพื่อจัดทำข้อตกลงสันติภาพระยะยาวภายใน 22 เม.ย.69

จีนตอบโต้กรณีอดีต ออท.สหรัฐฯ/จีน วิจารณ์ว่าจีนล้มเหลวทางการทูตในประเด็นอิหร่านและเวเนซุเอลา

โฆษก กต.จีน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวเมื่อ 7 เม.ย.69 ตอบโต้กรณีนายนิโคลัส เบิร์น อดีต ออท.สหรัฐฯ/จีน วิจารณ์จีนผ่านการให้สัมภาษณ์กับ สนข. Bloomberg เมื่อปลาย มี.ค.69 ว่า จีนล้มเหลวในการให้การสนับสนุนทางการทูตที่มีประสิทธิภาพต่ออิหร่าน และนิ่งเฉยต่อกรณีสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซุเอลา ซึ่งส่งผลเสียต่อสถานะความเป็นมหาอำนาจ โดยระบุว่า คำวิจารณ์ดังกล่าวบิดเบือนจุดยืนที่ยึดมั่นในสันติภาพของจีน และมีเจตนาประสงค์ร้ายที่มุ่งสร้างความแตกแยกระหว่างจีนกับประเทศที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ยังได้ย้ำว่า การยกระดับความตึงเครียดในประเด็นอิหร่านจะบั่นทอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางพลังงานโลก

สส.สหรัฐฯ ยื่นถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครตจำนวนอย่างน้อย 85 คน ร่วมกันยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯ (impeachment) ออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ล้มเหลวในการจัดการความมั่นคงระหว่างทำสงครามกับอิหร่าน และข่มขู่อิหร่านจนทำให้มาตุภูมิสหรัฐฯ และชาวอเมริกันตกอยู่ในภาวะอันตราย จึงไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำประเทศ ทั้งนี้ สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติติสหรัฐฯ มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เคยถูกยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง เมื่อปี 2562 ด้วยเหตุผลการใช้อำนาจเกินขอบเขต และขัดขวางการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ นาย John Larson สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สังกัดพรรคเดโมแครต รัฐคอนเนตทิกัต ยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อ 8 เมษายน 2569 โดยใช้เหตุผลเรื่องการทำสงครามอิหร่าน ซึ่งนาย John Larson ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรคเดโมแครตที่มีอิทธิพล เช่น นางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาสหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างโน้มน้าวให้สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล รวมทั้งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ สนับสนุนการถอดถอนผู้นำสหรัฐฯ เนื่องจากบทบาทและท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์อาจสร้างผลเสียต่อภาพลักษณ์ของพรรครีพับลิกัน และส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรค ซึ่งกำลังเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งทั่วไป กลางสมัยในปลายปี 2569 สมาชิกพรรคเดโมแครตจะเดินหน้ายื่นถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ต่อไป แม้ว่าผู้นำสหรัฐฯ ตกลงทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์แล้ว แต่กรณีที่ผู้นำสหรัฐฯ…

เวียดนามคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

สภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประชุมสมัยสามัญ และลงมติคัดเลือกและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและผู้นำประเทศ เมื่อ 7 เมษายน 2569 ที่กรุงฮานอย ผลการคัดเลือก คือ  พล.ต.อ. โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ทั้งนี้ พล.ต.อ. โต เลิม อายุ 59 ปี เป็นหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามคนที่ 3 ที่ได้ควบตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้ ได้แก่ ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนาม และประธานาธิบดี เหวียน ฟู้ จ่อง ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2567 จึงเป็นสัญญาณว่าประธานาธิบดีโต เลิมของเวียดนามจะเป็นนักการเมืองคนสำคัญของประเทศต่อไปในระยะ 5 ปี ประธานาธิบดีโต เลิม เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเป็นการชั่วคราว เมื่อปี 2567 หลังจากอดีตประธานาธิบดีหวอ วัน เถือง ลาออกจากตำแหน่ง และอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เหงียน ฝู จ่อง เสียชีวิต ที่ผ่านมา…

การรักษาสมดุลด้านการทหารของกัมพูชา : สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย

กัมพูชาประสบความสำเร็จในการส่งสัญญาณตอกย้ำความใกล้ชิดทางทหารกับมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย โดยสามารถโน้มน้าวสหรัฐฯ ให้กลับมารื้อฟื้นการซ้อมรบร่วมทางทหารอีกครั้ง หลังจากระงับไปเมื่อปี 2560  ด้วยการจะมีการซ้อมรบร่วมระหว่างกัน ภายใต้รหัส Angkor Sentinel ในต้นปี 2570 ขณะที่สหรัฐฯ ก็จะสามาถเข้าใกล้ชิดกัมพูชาที่เป็นเขตอิทธิพลของจีนได้มากขึ้น  กัมพูชาไม่ได้เดินเกมความใกล้ชิดทางทหารกับสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวจีนยังได้ส่งมอบเรือลาดตะเวนให้ และเรือรบรัสเซียก็แวะเทียบท่า การซ้อมรบร่วมภายใต้รหัส Angkor Sentinel ที่กัมพูชาเสนอต่อสหรัฐฯ เมื่อปี 2568 ประสบความสำเร็จ โดยเมื่อ 31 มีนาคม 2569 รองผู้บัญชาการกองทัพบกของกัมพูชากับรองผู้บัญชาการกองทัพบกภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ ตกลงว่า ทั้งสองประเทศจะกลับมาซ้อมรบร่วมอีกครั้ง ในต้นปี 2570  ภายใต้ธีมที่มีชื่อว่า“Together for Relief, Peace, and Recovery” ซึ่งจะเป็นการฝึกด้านมนุษยธรรม การวางแผน และการปฏิบัติการในป่า เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกิดการปูทางไปสู่ความร่วมมือทางทหารกันมากขึ้น ทั้งนี้ เมื่อมกราคม 2569 เรือรบของสหรัฐฯ ได้เทียบท่าที่ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ เป็นครั้งแรก หลังจากที่จีนช่วยปรับปรุง…

นานาชาติยินดีกับข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ -อิหร่าน

กรณีสหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อยุติสงครามที่เริ่มตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้ทั่วโลกประกาศยินดีและสนับสนุนให้คู่ขัดแย้งปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาบรรยากาศสันติภาพโลกและฟื้นฟูความตึงเครียดในภูมิรัฐศาสตร์  รวมทั้งคาดว่าราคาพลังงานในตลาดโลกจะลดลง เนื่องจากประเด็นหนึ่งในเงื่อนไขที่จะตกลงกันคือ อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสิ้นเชิง ผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่านจะเดินทางไปพบหารือกับผู้แทนปากีสถานที่อิสลามาบัด ปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศตัวกลางในการเจรจา ใน 10 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อจัดทำข้อตกลงให้สมบูรณ์ คาดว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะนำโดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ พร้อมด้วยนายสตีฟ วิตต์คอฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้านตะวันออกกลาง ด้านอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดและสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ครั้งนี้มาโดยตลอด ระบุว่าสนับสนุนการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ และเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ จะสามารถลดศักยภาพด้านการทหารของอิหร่านได้ อย่างไรก็ตาม อิสราเอลจะโจมตีกองกำลังติดอาวุธในเลบานอนที่อิหร่านให้การสนับสนุนต่อไป เนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงหยุดยิง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว เมื่อ 7 เมษายน 2569 พร้อมประกาศชัยชนะ และชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศว่าอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สามารถเป็นเส้นทางเดินเรือได้ตามปกติ ฝ่ายอิหร่านประกาศข้อเสนอ 10 ประการในข้อตกลงหยุดยิง ที่สำคัญ คือ ให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่าน…

ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือนักบินออกจากอิหร่าน

ประธานาธิบโดนัลด์ แถลงต่อสื่อมวลชน เมื่อ 7 เม.ย.69 ร่วมกับนายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผอ.สำนักข่าวกรองกลาง (Central Intelligence Agency – CIA) นายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ และ พล.อ.อ.แดน เคน ปธ.คณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ  ประกาศถึงความสำเร็จในปฏิบัติการค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search And Rescue – CSAR) เพื่อช่วยเหลือนักบิน F -15 (E) จำนวน 2 นาย ซึ่งถูกยิงตกในอิหร่านเมื่อ 5 เม.ย.69  โดยชี้แจงว่ามีการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่าง ๆ รวมถึงการข่าวกรองบุคคลและเทคนิคของ CIA ในการระบุตำแหน่งนักบินคนที่ 2  พร้อมกับใช้การเผยแพร่ข่าวลวงเพื่อไม่ให้อิหร่านรับทราบตำแหน่งของนักบิน พร้อมส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าไปนำตัวนักบินออกจากพื้นที่ด้วยอากาศยาน