มาเลเซียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ใกล้ชิด และเป็นมิตรกับอิหร่าน จึงใช้ข้อได้เปรียบดังกล่าวพยายามนำเรือขนส่งพลังงานของประเทศ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กลับประเทศให้ได้ แม้มาเลเซียจะเป็นประเทศหนึ่งที่ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว แต่การที่มาเลเซียต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางถึงร้อยละ 70 ทำให้ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น มาเลเซียจึงเจรจากับอิหร่าน เพื่อนำเรือขนส่งน้ำมันที่ยังค้างอย่างน้อยจำนวน 7 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุช ควบคู่ไปกับวางแผนด้านพลังงาน นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียยืนยันว่าได้หารือกับทั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อ 5 เมษายน 2569 และเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ในประเด็นเรือขนส่งน้ำมันของมาเลเซีย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ได้โพสต์แสดงความยินดีเมื่อ 6 เมษายน 2569 ว่า เรือขนส่งน้ำมันของมาเลเซีย ซึ่งบรรทุกน้ำมันจากอิรักได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่าเรือบรรทุกน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Petronas ที่บรรทุกน้ำมันดิบจากอิรักจะเดินทางถึงท่าเรือ Pengerang รัฐยะโฮร์ ในกลางเมษายน 2569 อย่างไรก็ดี เรือขนส่งน้ำมันของมาเลเซีย อีก 6 ลำ ที่ค้างอยู่ช่องแคบฮอร์มุซ ที่อิหร่านแจ้งกับมาเลเซียว่าจะสามารถค่อย ๆ เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ อาจไม่ราบรื่น เนื่องจากสถานการณ์ล่าสุด เมื่อ 9 เมษายน 2569 อิหร่านกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อตอบโต้การที่อิสราเอลโจมตีเลบานอน ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่สหรัฐฯ…