จีนฉลองวันครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน

รัฐบาลจีน ฉลองวันครบรอบ 105 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Communist Party of China-CPC) เมื่อ 1 กรกฎาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง จีน สื่อมวลชนจีนพร้อมกันเผยแพร่ประวัติศาสตร์และความสำเร็จของการดำเนินนโยบายของพรรค CPC ที่เป็นกลไกสำคัญของชาติ ทั้งด้านการพัฒนา แก้ไขปัญหายากจน เสริมสร้างความมั่งคั่งทางสังคมในทุกมิติ รวมทั้งทำให้จีนเป็นประเทศที่ทันสมัยภายใต้หลักคิด “socialism with Chinese characteristics” ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ การรวมชาติ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของพรรค CPC ระบุว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะยังคงให้ความสำคัญกับประชาชนมากกว่าสิ่งอื่น ๆ พร้อมย้ำว่าแนวนโยบายในประเทศของจีนจะเน้นมุ่งสู่ความทันสมัย (modernization) ส่วนนโยบายต่างประเทศ จีนจะส่งเสริมหลักโลกาภิวัตน์ (globalization) และความร่วมมือแบบพหุภาคี (multilateralism) กับทุกประเทศทั่วโลก เพื่อรับมือและจัดการกับความท้าทายในอนาคต ผู้นำจีนยังคงให้ความสำคัญกับหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 5 ประการ (Five Principles of Peaceful Coexistence) ซึ่งเป็นหลักการที่จีนยึดถือในการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ มาโดยตลอด รวมทั้งการที่จีนจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มต้นสงคราม…

ผู้ชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่เยือนจีน

นาง María Fernanda Espinosa Garcés อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ แทนที่นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส ชาวโปรตุเกส ที่จะหมดวาระในปลายปี 2569 เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง จีน เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อพบหารือกับนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน โดยมีรายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายหารือกันประเด็นการเพิ่มพูนบทบาทของสหประชาชาติ (UN) ให้เป็นกลไกกลางแก้ไขปัญหาสำคัญระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งขยายความร่วมมือระหว่างสหประชาชาติกับจีน พร้อมกันนี้ นาง Espinosa ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนสนับสนุนหลักการจีนเดียว (one-China principle) รวมทั้งสนับสนุนข้อริเริ่มของรัฐบาลจีนที่จะส่งเสริมสันติภาพโลก ตลอดจนชื่นชมบทบาทของจีนที่ส่งเสริมความร่วมมือแบบพหุภาคี และปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเคร่งครัด ผู้ชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ ยังแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนจีนให้มีบทบาทด้านการขับเคลื่อนความร่วมมือ 3 เสาหลักของสหประชาชาติ ได้แก่ สันติภาพและความมั่นคง การพัฒนา และการปกป้องสิทธิมนุษยชน ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน สนับสนุนให้สหประชาชาติแสดงบทบาทมากขึ้นเพื่อปกป้องสมาชิกทุกฝ่าย พร้อมเห็นพ้องว่าการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ จะมีความสำคัญอย่างมากต่ออนาคตขององค์กร รวมทั้งผลประโยชน์ของประเทศสมาชิก ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ลงสมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ทยอยแสดงวิสัยทัศน์และบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ โดยมีผู้ลงสมัครแล้วอย่างน้อย 7 คน ซึ่งนาง…

ความเคลื่อนไหวของประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อลดความขัดแย้งในภูมิภาค

สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางใน ต้นกรกฎาคม 2569  น่าจับตามองไปที่ความเคลื่อนไหวของประเทศในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศรอบอ่าว เนื่องจากมีความพยายามหลากหลายรูปแบบที่จะจัดการความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่เป็นคู่ขัดแย้งที่ยังไม่บรรลุการเจรจาสันติภาพระหว่างกัน ทำให้ประเทศที่อยู่ในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีที่ตั้งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ จุดขัดแย้งสำคัญ ต้องแสดงบทบาทเพื่อรักษาบรรยากาศความมั่นคง ล่าสุดเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า โอมานเสนอร่างแผนการบริหารการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของอิหร่าน ที่เสนอให้เรือขนส่งสินค้าทุกประเภทจ่ายค่าใช้บริการ (service fee) ให้โอมานและอิหร่านด้วย พร้อมยืนยันว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่ใช่ค่าธรรมเนียมผ่านทาง อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานว่าสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับร่างแผนนี้ และจะหารือกับโอมานต่อไปในสัปดาห์นี้ แต่สื่อมวลชนบางสำนักระบุว่า อิิหร่านและโอมานกำลังมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากทั้งสองฝ่ายจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมช่องแคบฮอร์มุซกับโอมานเป็นครั้งแรกที่กรุงมัสกัต เมื่อ 29 มิถุนายน 2569 นอกจากความเคลื่อนไหวของโอมาน กาตาร์ก็จัดการหารือกับผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีรายงานเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 ว่า นายกรัฐมนตรีกาตาร์พบหารือกับนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนการเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ ที่กรุงโดฮา จากนั้นหารือกับคณะผู้แทนฝ่ายอิหร่าน และเปิดเผยว่า สหรัฐฯ กับอิหร่านจะหารือกันต่อไปที่กาตาร์ ทั้งรูปแบบการพบหารือโดยตรงและโดยอ้อม แต่จะไม่ใช่การเจรจาระหว่างผู้แทนระดับสูง…

อัตราเงินเฟ้อลาวปรับลดลงเหลือร้อยละ 7.4

รายงาน กค.ลาว เมื่อ 29 มิ.ย.69 ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเมื่อ มิ.ย.69 อยู่ที่ร้อยละ 7.4 ลดจากเมื่อ พ.ค.69 ซึ่งที่ร้อยละ 9 แบ่งเป็นหมวดที่อยู่อาศัย น้ำประปา ไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม ปรับขึ้นร้อยละ 20.1 จากจากช่วงเดียวกันของเมื่อปี 2568  ขณะที่หมวดการศึกษา สาธารณะสุขและยารักษาโรค และการสื่อสารและขนส่ง ปรับขึ้นร้อยละ 12.3  11.8 และ 11.6 ตามลำดับ กค.ลาว ระบุด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงสะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจควบคู่กับสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ รัฐบาลลาวให้คำมั่นสานต่อนโยบายด้านการเงิน และประสานงานกับธนาคารชาติลาว (BOL) เพื่อดำเนินมาตรการที่จำเป็น อาทิ การออกพันธบัตรรัฐบาล รักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ เป้าหมายรักษาเสถียรภาพและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของลาว

เกาหลีเหนือเพิ่มการส่งออกถ่านหินผ่านจีนและรัสเซีย

รายงานร่วมขององค์กร Citizens’ Alliance for North Korean Human Rights (NKHR) ของเกาหลีใต้ และสถาบันวิจัย Data Desk ของสหราชอาณาจักร ว่า เกาหลีเหนือเพิ่มการส่งออกถ่านหินและแร่ธาตุกว่า 5 เท่า ในห้วงปี 2562-2568 โดยผ่านจีนและรัสเซีย รวมถึงใช้แรงงานบังคับในเหมืองแร่ ซึ่งขัดต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมบ่งชี้ว่า จำนวนเรือสินค้าที่เข้าออกท่าเรือหลัก 5 แห่งของเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะท่าเรือนัมโป เพิ่มขึ้นจาก 783 เที่ยว ห้วงปี 2562 เป็น 3,756 เที่ยว ในห้วงปี 2568 รวมถึงมีเรือที่ถูกคว่ำบาตรเข้าเทียบท่าในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ประเมินว่า เกาหลีเหนือได้ส่งออกถ่านหินประมาณ 1.5 ล้านตัน เมื่อปี 2568 และปลอมแปลงแหล่งกำเนิดสินค้าเป็นของรัสเซีย เพื่อส่งออกไปยังจีนและประเทศอื่น โดยรายได้จากการค้าถ่านหินส่วนใหญ่ถูกนำไปสนับสนุน กห. และหน่วยงานความมั่นคงของเกาหลีเหนือ

อินเดียวางบทบาทการเป็นศูนย์กลางการผลิตโลกและมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือกับสหรัฐฯ

นาย Vinay Mohan Kwatra ออท.อินเดีย/สหรัฐฯ ระบุระหว่างการประชุม The US-India Strategic Partnership Forum (USISPF) ครั้งที่ 9 ที่กรุงวอชิงตัน ดี. ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 29 มิ.ย.69 ว่า อินเดียวางบทบาทการเป็นจุดหมายสำหรับบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่ต้องการกระจายการผลิตและห่วงโซ่อุปทานใหม่ ซึ่งอินเดียสามารถเป็นเสาหลักของการเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจโลกในห้วงที่มีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อินเดียเร่งเพิ่มการลงทุนในภาคส่วนอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสะอาด และการผลิตเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของอินเดีย นอกจากนี้ พร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรกลุ่ม G20