โดมความร้อนถล่มยุโรป : สัญญาณเตือนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ช่วงปลายมิถุนายน 2569 หลายประเทศในยุโรปเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงจากปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน รวมถึงหลายพื้นที่ในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก หลายเมืองมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายด้าน ทั้งการเจ็บป่วยจากโรคลมแดด ภาวะขาดน้ำ และโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน องค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ประเมินว่าคลื่นความร้อนครั้งนี้อาจส่งผลให้เสียชีวิตของผู้คนมากกว่า 1,300 ราย นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ระบบการคมนาคม การเรียนการสอน และระบบไฟฟ้า ปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) เกิดจากระบบความกดอากาศสูงที่ปกคลุมพื้นที่เป็นเวลานาน จนทำหน้าที่เปรียบเหมือนฝาหม้อ ที่กักเก็บมวลอากาศร้อนไว้เหนือพื้นดิน ทำให้อากาศร้อนไม่สามารถลอยตัวขึ้นไปและระบายออกได้ตามปกติ ในขณะเดียวกันท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งทำให้แสงแดดส่องถึงพื้นดินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความร้อนสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อุณหภูมิสูงทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน สำหรับคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในยุโรปครั้งนี้ ยังได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์ Omega Block ซึ่งเป็นลักษณะการไหลเวียนของกระแสลมกรดที่มีรูปแบบคล้ายตัวอักษรกรีก Ω (Omega) ทำให้ระบบความกดอากาศสูงเคลื่อนตัวช้าและปกคลุมพื้นที่เดิมเป็นเวลาหลายวัน นอกจากนี้ ยังได้รับอิทธิพลจากมวลความร้อนที่พัดมาจากทะเลทรายซาฮาราผ่านยุโรปตอนใต้…