อิหร่านย้ำความพร้อมการปกป้องประเทศและรับมือกับสหรัฐฯ

สนข. IRNA รายงานเมื่อ 15 ก.ค.69 อ้างนายมุฮัมมัด บากิร กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน มีถ้อยแถลงว่า อิหร่านต้องเตรียมความพร้อมรับมือการเผชิญหน้าทางทหารกับสหรัฐฯ อยู่ตลอดเวลา และจำเป็นต้องรักษาการควบุมและจัดการช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ผ่านเส้นทางดังกล่าว  อิหร่านจะยืนหยัดปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติด้วยการผสมผสานทั้งแนวทางการทูตควบคู่กับการใช้อำนาจป้องกันประเทศ พร้อมยืนยันว่า การตัดสินใจทำสงครามและเจรจากับสหรัฐฯ เป็นอำนาจของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ด้านนายอิสมาอีล บะกอยี โฆษก กต.อิหร่าน ระบุในวันเดียวกัน ยืนยันว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (Islamabad MOU) กับสหรัฐฯ บนพื้นฐานของหลักการต่างตอบแทน และในขณะนี้ อิหร่านยังไม่ให้ความสำคัญกับการเจรจา

สหรัฐฯ ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านต่อไป หากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ ยังเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านหลายสิบจุด บริเวณช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่ชายฝั่ง เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเรือพาณิชย์ พร้อมกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน สหรัฐฯ จะคงเรือรบอย่างน้อย 19 ลำ เพื่อปฏิบัติการกีดกันเรือเข้า-ออกท่าเรือ หรือชายฝั่งของอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งขณะนี้ สหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในภูมิภาคนี้ 2 ลำ เรือรบ เรือสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก นาวิกโยธิน มากกว่า 1,000 นาย และเครื่องบินรบอีกหลายร้อยลำ การโจมตีอิหร่านอีกครั้ง เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 เกิดขึ้นหลังอิหร่านโจมตีฐานที่ตั้งและพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 20 จากเรือที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นการเปิดการลงทุนให้ประเทศในภูมิภาค เข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ แต่ขณะเดียวกันก็ขู่อิหร่านว่าจะขยายเป้าหมายโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงไฟฟ้า และสะพาน รวมทั้งฐานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ Pickaxe Mountain ทางตอนใต้ของอิหร่าน หากอิหร่านไม่กลับเข้าสู่การเจรจา นอกจากนี้ ขู่เพิ่มเติมว่าสัปดาห์หน้าอาจจะเป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายสำหรับอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เน้นย้ำว่า…

นายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาเยือนจีนอย่างเป็นทางการในห้วงเดียวกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยจะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 16-20 กรกฎาคม 2569 ตามคำเชิญนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ขณะที่ สมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 15-17 กรกฎาคม 2569 ด้วยเช่นกัน นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศจะเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลกและการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี 2569 (2026 World AI Conference and High-Level Meeting on Global AI Governance) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาจะกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศมีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีนายหลี่ เฉียง และนายจ้าว เล่อจี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีไทยจะพบกับประธานคณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติด้วย การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยจะสานต่อมิตรภาพและความสัมพันธ์แบบครอบครัวของจีนกับไทย กระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมบรรลุผลลัพธ์ใหม่ ๆ ในการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน ขณะที่กัมพูชาจะเน้นความร่วมมือตามกรอบความร่วมมือระดับเพชร และการส่งเสริมการสร้างประชาคมกัมพูชา-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน การเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาในห้วงเดียวกันจะเป็นประเด็นที่สื่อ และนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศติดตามท่าทีของจีนที่จะให้ความสำคัญต่อไทยและกัมพูชา เพราะทั้งสองประเทศกำลังมีความขัดแย้งบริเวณชายแดน และกำลังอยู่ในกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS รวมทั้งจีนก็เป็นมหามิตรกับทั้งสองประเทศ…